ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน

ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน


ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน



สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระอัญชนวัน เขตเมืองสาเกต

ครั้งนั้น เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว กกุธเทวบุตร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค

ได้กราบทูลว่า

ข้าแต่ภิกษุ พระองค์ไม่มีทุกข์บ้างหรือ ความเพลิดเพลินไม่มีบ้างหรือ

ความเบื่อหน่ายไม่ครอบงำพระองค์ผู้ประทับนั่งแต่พระองค์เดียวบ้างหรือ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

ดูกรท่านผู้อันคนบูชา เราไม่มีทุกข์เลย และความเพลิดเพลินก็ไม่มี

อนึ่ง ความเบื่อหน่าย ก็ไม่ครอบงำเราผู้นั่งแต่ผู้เดียว ฯ

กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า

ข้าแต่ภิกษุ ทำไมพระองค์จึงไม่มีทุกข์ ทำไมความเพลิดเพลินจึงไม่มี

ทำไมความเบื่อหน่าย จึงไม่ครอบงำพระองค์ผู้นั่งแต่ผู้เดียว ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินนั่นแหละ

จึงมีทุกข์ ภิกษุย่อมเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลินไม่มีทุกข์ ท่านจงรู้อย่าง

นี้เถิด ผู้มีอายุ ฯ

กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า

นานหนอ ข้าพระองค์จึงพบเห็นภิกษุ ผู้เป็นพราหมณ์ดับรอบแล้ว

ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์ ข้ามพ้นเครื่องข้องในโลกแล้ว ฯ





ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน


สรุปในพระสูตรนี้



มีทุกข์ เพราะมีความเพลิดเพลินเป็นสาเหตุ(สมุทัย)

เมื่อไม่มีความเพลิดเพลิน ก็ไม่มีทุกข์

การดับทุกข์ ก็คือการดับเหตุแห่งทุกข์

- - - - - - - - - -

ทุกข์ คือ สิ่งที่ต้อง กำหนดรู้

สมุทัย คือ สิ่งที่ต้อง ละ

นิโรธ คือ สิ่งที่ต้อง ทำให้ได้,ถึง

มรรค คือ วิถีทางที่ต้อง นำมาปฏิบัติ


คำย่อ " รู้ ละ ทำ ทาง "




สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:
คุณน้ำใส xchange.teenee.com

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้