พุทราจีน บรรเทาฮิสทีเรีย

พุทราจีน บรรเทาฮิสทีเรีย

พุทราจีน (Dazao) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ziziphus jujube Mill. วงศ์ Rhamnaceae เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ส่วนใหญ่มีหนามเป็นคู่ ผลมีเมล็ดเดียว ผิวเรียบ พุทราจีน มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนเหนือ มีการบริโภคในประเทศจีนมาเมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว ใช้แก้อาการได้หลายอย่าง รวมทั้งมีสรรพคุณปรับฤทธิ์ของยาในตำรับยาที่มีฤทธิ์รุนแรง สามารถใช้พุทราจีนปรับฤทธิ์ยาและลดอาการไม่พึงประสงค์ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมยาได้ดีขึ้น รักษาลมปราณที่ดีไว้ได้


พุทราจีน ออกดอกขนาดเล็กสีเขียวแกมเหลือง ดอกจะบานในช่วง มิถุนายน-กรกฎาคม เป็นไม้ผลัดใบ ผลสุกสีน้ำตาลเข้มอมดำ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง ทำให้ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานได้ดี

หนังสือสมุนไพร 91 ชนิด พิชิตโรค ชุดตำรายาล้ำค่าของหมอโฮจุนที่ UNESCO คัดเลือกให้เป็นมรกดความทรงจำแห่งโลก บันทึกไว้ว่า พุทราจีนใช้บำรุงหัวใจ ตับ ปอด ม้าม และไต ช่วยสลายก้อนเลือดในช่องท้อง ใช้ถอนพิษได้ดี จึงมีอยู่ในยาแผนโบราณเกือบทุกตำรับที่ใช้แก้คลื่นไส้ ใส่แมลงไหมที่เด็ดขาและปีกออกแล้ว แทนพุทราจีนที่คว้านเมล็ดออก จากนั้นย่างให้สุก กินขณะท้องว่าง

เมื่อมีไข้สูง เจ็บคอ และกระหายน้ำมาก ให้นำพุทราจีน 20 ลูก และบ๊วย 10 ลูก คว้านเมล็ดออก แล้วผสมน้ำผึ้ง จากนั้นบดให้เข้ากัน แล้วปั้นเป็นยาลูกกลอน กินครั้งละ 1 เม็ดจะได้ผลดี หญิงที่มีอาการฮิสทีเรียรุนแรง ให้บดพุทราจีน 10 ลูก ข้าวบาร์เลย์ 150 กรัม ชะเอมเทศ 20 กรัม จนกลายเป็นผง จากนั้นให้ตักมาราว 30 กรัม ต้มกับน้ำแล้วดื่ม

เมื่อรู้สึกอึดอัด นอนไม่หลับ ให้นำพุทราจีน 14 ลูก ลำต้นสีขาวของต้นหอมญี่ปุ่น 7 หัว และน้ำ 3 ถ้วย เคี่ยวให้เหลือ 1 ชามแล้วกิน ถ้าผิวอักเสบเป็นแผล ให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มพุทราจีนบ่อย ๆ คำเตือน ห้ามใช้ขณะมีอาการถุงน้ำดีเป็นพิษ ปวดฟัน ท้องอืด หรือรู้สึกหน่วง ๆ บริเวณปลายลิ้นปี่ โดยเฉพาะเด็กที่มีอาการท้องร้อน ท้องเสีย มีไข้ เป็นไข้ลมป่วง เนื่องจากกินข้าวดิบ ๆ หรือผลไม้รสเปรี้ยว กรณีนี้ห้ามกินพุทราจีนเด็ดขาด ห้ามใช้เมื่อปวดท้องเนื่องจากมีพยาธิ



เครดิต :
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดยหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



กระทู้เด็ดน่าแชร์