ฉันไปทำ......เสน่ห์ยาแฝด.....(อ่านดูแล้วจะอึ้ง)

“....ปู่ฤาษี คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหาเพื่อนบอกว่าท่านเก่งญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อยท่านก็เป็นคนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยาไม่ไปมีใหม่อีกเลย....” ย้ำ!!!............ อ่านจนจบถึงจะอึ้งๆๆๆๆๆๆ

หมายเหตุ : เรื่องจาก Forward Mail เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน แต่ควรอ่านให้จบ!!!!!

ฉันไปทำ......เสน่ห์ยาแฝด.....(อ่านดูแล้วจะอึ้ง)


ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้แต่แล้วจู่ ๆเค้าก็มาบอกว่า “เราเลิกกัน เค้าไม่ได้รักฉันแล้วตอนนี้เค้าพบคนใหม่ ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้”

ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะฉุดรั้งเค้ากลับมา ฉันถามว่าฉันผิดตรงไหนไม่ดีตรงไหน ฉันจะปรับปรุงตัวใหม่ เค้าต้องการอะไรฉันทำให้ได้ทุกอย่างและยอมทุกอย่างขอเพียงแค่ “กลับมาเหมือนเดิม”แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความเฉยชา,หงุดหงิด,รำคาญทำอะไรก็ผิดไปหมด เพื่อนแนะนำฉันให้ “ไปทำเสน่ห์” 

ปกติฉันเป็นคนที่กลัวเรื่องพวกนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวไม่อยากเข้าใกล้แต่....ณ จุดจุดนี้ไม่ได้แล้ว ความรักบังตาฉันยอมทุกอย่าง ขอเพียงได้เค้ากลับคืนอะไรก็ได้สำหรับฉัน ณ ตอนนี้ 

“ปู่ฤาษี ” คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหาเพื่อนบอกว่า “ท่านเก่งญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อยท่านก็เป็นคนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยาไม่ไปมีใหม่อีกเลย”     

บ้านปูนชั้นเดียว มีลานจอดรถที่พอจอดรถยนต์ได้ประมาณ10 คัน  วันแรกที่ฉันไปมีรถยนต์จอดอยู่3 คัน มองเข้าไปในบ้านมีคนนั่งจนล้นออกมาข้างนอกมีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะเพื่อนพาฉันเข้าไปภาพที่ฉันเห็น “ชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณ28 – 29 ปี ผมยาวมีลายสักเต็มตัว นัยต์ตาหวานเยิ้มมือคีบบุหรี่พูดไปยิ้มไปปล่อยมุกสนุกสนานทำให้ผู้ที ่เข้ามาหาหัวเราะเป็นระยะๆ นุ่งชุดลายเสือดูดีมีเสน่ห์′ คนนี้เรอะที่เพื่อนบอกว่าเป็นปู่ฤาษีทำไมยังหนุ่ม แต่ ณ วินาทีนั้นความรักบังตาไม่ได้คิดอะไรเพื่อนบอกว่าดี ฉันก็เชื่อโดยที่ไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันข้างหน้าเลย 

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่เข้ามาล็อตแรกก็ออกไปถึงคิวของฉัน เพื่อนแต่งขันธ์ห้า(ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่)พร้อมเงิน 100 บาท ให้ฉันเขียนชื่อ-นามสกุลพร้อมที่อยู่ของฉันและของแฟนยื่นให้

ปู่ฤาษี “.........(เอ่ยชื่อฉัน)ดวงไม่ดีจะถูกแย่งของรัก .......(เอ่ยชื่อแฟน) คนนี้เป็นแฟนใช่มั๊ย?”

ฉันตอบ “ใช่ค่ะ”  ′มีอะไรจะถาม?” ท่านถามฉัน......เงียบ ......ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไรเพื่อนหันมาสะกิด“ตอบไปซิ”  ก็ไม่รู้จะตอบอะไร.......... ท่านนั่งหลับตาสวดคาถาประมาณ5-10 คำ แล้วหันมาถาม“รักเค้ามากตอนนี้ใจเศร้าหมองในสมอง มีแต่คิดจะฆ่าตัวตาย .........อยากได้เค้ากลับมามั๊ย?”ท่านหันมาถาม

“อยากได้ค่ะ”ฉันตอบ

“ถ้าอยากได้คืนจะช่วยแต่จะต้องจ้างน่ะมีเงินเท่าไหร่?” “สองพันค่ะ”  ท่านหลับตาสักพัก′ไม่ใช่หรอก ในกระเป๋าตังค์มีเงินห้าพันบาทในสมุดบัญชีมีเงินอีก 3 หมื่น” ฉันตกใจท่านรู้ได้อย่างไง “ถ้าอยากได้คืนปู่คิดค่าจ้าง 3 หมื่น”

“ตกลงค่ะ!”ฉันตอบตกลง “จะบ้าเหรอ.....3หมื่นน่ะแก ไม่คิดก่อนหรือไง”เพื่อนฉันตกใจรีบหันมาถามฉัน แต่สำหรับฉันตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้แฟนกลับคืนมาปู่ฤาษี มองหน้ายิ้มๆ

“ให้ไปเอา...................................” ท่านสั่งให้ฉันนำสิ่งของมาเข้าพิธีรุ่งขึ้นเดินทางไปหาปู่ฤาษี

ไปถึงก็มีคนมารอท่านเต็มอาศรมไปหมด รายแรก....มากันประมาณ 5-6คน แต่งขันธ์ 5จานเดียวใส่เงิน 100 บาท แต่มีรายชื่อในกระดาษประมาณ10 ชื่อได้ท่านรับขันธ์ 5 ไปหลับตาสวดมนต์ดูให้ทีละคน การทำนายของท่านแม่นเหมือนตาเห็น ท่านจะทักเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยก่อนว่า เป็นลักษณะไหนอยู่ตรงไหนมีอะไรเป็นจุดเด่น (มาทราบภายหลังว่าท่านไม่ได้ดูจากวันเดือนปีเกิด แต่จะส่งจิตไปยังบ้านที่เราอาศัยอยู่เพื่อไปตรวจสอบยังสถานที่ ท่านจึงต้องถามว่าสถานที่ที่ท่านไปถูกต้องหรือไม่)  ท่านจะทักแต่ละคนตามรายชื่อที่เขียนไป

จนกระทั่งไปสะดุดที่ชื่อของลูกสาวของคนที่มาดู “มันหนีออกจากบ้านไปใช่มั๊ย?” (จริงๆ แล้วท่านจะพูดเป็นภาษาอีสาน แต่ว่าฉันแปลเป็นภาษาภาคกลางให้เพื่อจะได้เข้าใจ)

“ใช่จ๊ะ”คนเป็นแม่พูดน้ำตาเริ่มไหล ท่านหลับตาสวดมนต์สัก5-10 คำ“มันหนีไปกับผู้ชายตอนนี้มันอยู่กาฬสินธ์อยู่บ้านเค้า”“ปู่ช่วยหน่อย ตามมันกลับมาให้หน่อย” แม่พูดไปพร้อมเช็ดน้ำตา ฉันเองก็พาลจะน้ำตาไหลตามไปด้วยท่านสวดมนต์สักพัก

“เออ....ปู่จะช่วย วันจันทร์มันจะกลับมา พอมันมาแล้วให้พามันมาหาปู่..” ท่านพูดปลอบใจเขาสักพักแล้วก็เริ่มสอนให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของมนุษย์เป็นคำสอนตามแบบของศาสนา จนพ่อแม่ของน้องผู้หญิงผ่อนคลายหายเศร้าท่านจึงให้กลับ

รายที่สอง .. เป็นชาวบ้านมาประมาณ4-5 คน รายนี้ภรรยาหนีตามชู้ไป ทิ้งสามีกับลูกสองคน สามีเค้ารักภรรยามากอยากได้ภรรยาคืน ฤาษีท่านดูไปแล้วทักว่า ภรรยาของแกหนีตามผู้ชายข้างบ้านไป ผู้ชายคนนั้นก็มีภรรยาแล้วใส่เสน่ห์ภรรยาของแกด้วยพอท่านพูดถึงตรงนี้ ผู้หญิงที่มาด้วยบอกว่าเป็นสามีของแกเอง ปู่จึงหันมาถามว่าจะเอาคืนด้วยหรือ ฝ่ายหญิงตอบว่าไม่เอาปู่จึงหันไปถาม ฝ่ายชายว่าจะเอาคืนจริงๆ หรือ ไม่รังเกียจเค้าหรือที่เค้าทำแบบนี้โกรธเค้าไหมเกลียดเค้ามั๊ยซึ่งฝ่ายชายก็ยืนยันคำเดียวว่าจะเอาคืนท่านถามซ้ำ 3 ครั้ง ฝ่ายชายก็ยังยืนยันคำเดิมท่านรับปากว่าจะช่วยแล้วให้บูชาของสิ่งหนึ่งไปเรียกเก็บเงิน 500 บาท

ฉันเริ่มสงสัยเอ...ทำไมของฉัน 3 หมื่นส่วนของคนนี้แค่ 500 บาท แต่ก็ยังไม่ได้ถามตอนนั้น รายที่ 3 เป็นคุณยาย พาหลานสาวมากราบท่าน  บอกว่าเป็นคนนี้ที่หนีออกจากบ้านแล้วให้ท่านตามมาให้ กลับมาแล้วตามที่ท่านบอก ท่านเรียกน้องผู้หญิง(อายุประมาณ 16-17 ปี) เข้ามานั่งต่อหน้าท่านแล้วเริ่มสอน ซึ่งคำสอนของท่านฉันฟังแล้วน้ำตาแทบไหล.....

“เห็นหน้ายายมั๊ยแกเสียใจขนาดไหน เค้าเลี้ยงเรามากี่ปี แต่ผู้ชายอีกคนพึ่งเจอกันไม่เท่าไหร่ ทำไมถึงทุ่มเททุกอย่างให้เค้าได้ขนาดนั้น ยายเค้าเสียใจขนาดไหนเห็นมั๊ย? (คุณยายเริ่มเช็ดน้ำตา) ที่ปู่ช่วยไม่ได้อยากช่วยเราน่ะ ปู่สงสารยายของเราถึงได้ช่วยเรียกกลับมา” ท่านสอนอยู่นานพอควร 

เกือบบ่าย 2ถึงคิวฉันซะทีท่านหันมายิ้ม “เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ให้อาบ”  ...   ท่านให้ฉันอาบน้ำมนต์โดยท่านเป็นผู้ปลุกเสก จะมีผู้ชายอีกคนเป็นคนอาบให้ ในระหว่างที่อาบเค้าก็จะสวดคาถาไปด้วย .....หลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ ท่านก็ให้นำของที่เตรียมมาให้ทำพิธีอยู่ประมาณ10 นาที หลังเสร็จพิธีท่านผูกแขนให้ฉันแล้วสั่งให้ฉันปฏิบัติตามคำสั่ง
 
1. ทุกวันตอนเย็นให้ฉันเดิน 999 ก้าว โดยให้นับทีละก้าวห้ามนับผิด หากนับผิดหรือไม่แน่ใจให้เริ่มนับใหม่
2. ก่อนนอนให้สวดมนต์ 99 จบ
3. ให้คุยกับ คุณพ่อหรือคุณแม่ทุกวันเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังให้หมดห้ามปิดบังและโกหก
4. ไม่ให้รับรู้หรือพูดคุยกับแฟนโดยเด็จขาดภายใน 15 วัน หากผิดคำสัญญาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จนกว่าจะครบ15 วัน


ท่านให้ฉันปฏิบัติอยู่15 วันแล้วให้กลับมาหาท่านใหม่ ซึ่งท่านสัญญาว่าภายใน15 วัน หากฉันทำได้ตามคำสั่งแฟนของฉันจะกลับมาหาฉันแน่นอน  ฉันรับปาก และเริ่มปฏิบัติตามที่ท่านสั่งไว้......เวลาเริ่มผ่านไปจากวันที่หนึ่ง เป็นวันที่สองวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า.......วันที่สิบห้า วันที่ 15 ครบจำนวนวันที่ท่านสัญญาไว้

ฉันเดินทางไปหาท่านแต่เช้า....... “เป็นไง.....รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า”ท่านถาม
“ค่ะ สบายใจขึ้นมากแล้วค่ะ” 
“รักเค้ามากเลยหรือ”ท่านถาม
“ค่ะ” 
“ได้โทรหาแม่ทุกวันหรือเปล่า”
“โทรค่ะ”
“แม่ว่าไงเค้าเสียใจมั๊ย”
“แม่ไม่ว่าอะไรค่ะท่านจะคอยปลอบใจ แล้วท่านก็เสียใจมากค่ะ”
“แม่เสียใจแล้วเราเสียใจมั๊ย” .....ฉันเงียบ เริ่มคิด“เสียใจค่ะ”
“ตอนเราร้องไห้แม่เค้าว่าไง”
“......แม่เค้าก็ร้องไห้ค่ะ....”
“รักแม่มั๊ย” “รักค่ะ” 
“ใครทำให้เราเสียใจ?...ใครทำให้เราเป็นแบบนี้? ผู้ชายคนนั้นใช่มั๊ย”.......ฉันนั่งนิ่งน้ำตาเริ่มไหล....... “ทำงานมาเคยให้เงินแม่บ้างมั๊ย....เวลาไปตลาดเห็นกับข้าวเคยจำได้มั๊ยว่าแม่ชอบกินอะไร จำได้หรือเปล่าว่าตัวเราชอบกินอะไร........ทุกวันนี้กับข้าวที่ซื้อมากินเป็นที่เราชอบหรือเ ป็นที่ผู้ชายคนนั้นชอบ........ทำไมต้องให้เค้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือตัวเองขนาดนั้น เค้าทิ้งเราไปเพราะอะไร.......ตอบได้มั๊ย” “.......เค้าไปมีคนใหม่ค่ะ” “ทำไมเค้าไปมีคนใหม่”“......ไม่ทราบค่ะ”


ฉันตอบไปพลางเช็ดน้ำตา “เพราะสันดาน......เข้าใจคำว่าสันดานมั๊ยคนดีจะคิดดี ทำดี พูดดีคนไม่ดี ความคิดมันก็เลวไปด้วย อยากจะทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตก็จะเอามันคืนให้ แต่ถ้าอยากจะมีความสุข ไม่อยากให้แม่เสียใจมีชีวิตที่ดี เจอคนดีๆ ก็เลิกกับมันซะ”     
 

ปู่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะอกหัก แต่ที่คนมันตายก็เพราะมันสิ้นคิดเพราะแพ้ใจตัวเอง ใจอ่อนแอ ถ้าไม่คิด ไม่นำจิตไปวางไว้กับมันมันก็จะค่อย ๆดีขึ้นเอง บังคับตัวบังคับกายมันทำได้ แต่การบังคับใจถ้าไม่แกร่งจริงมันก็ยาก แต่ใจมันเป็นของเราถ้าเรายอมแพ้มัน เราก็จะแพ้ไปตลอดชีวิต ถ้าเราเคยเอาชนะมันได้บังคับมันได้เราก็จะไม่มีทุกข์ ไม่มีใครช่วยเราได้หรอกหมอที่ไหนก็รักษาให้ไม่ได้ มีแต่ตัวเรากับเวลาเท่านั้นที่ช่วยตัวเราได้

......สิบห้าวันผ่านมาเป็นไงบ้าง” “ไม่ได้คิดอะไรก็รู้สึกดีค่ะ” “ทำต่อไปน่ะ ตัดใจซะ มันทำไม่ได้ทันทีหรอกแต่มันจะค่อยๆ ดีขึ้นคิดถึงแม่ไว้ให้มาก ๆ ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้เค้าฟังให้มีสติ อย่าไปจดจ่ออยู่กับมัน15 วันผ่านมาไม่มีเค้าเราก็อยู่ได้ไม่เห็นจะตายไม่ใช่หรือตัดใจซะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นอย่าไปใส่ใจกับม ัน คนมันไม่ดีก็ปล่อยมันไปตามวิถีชีวิตของมัน........”

ปู่ฤาษีหันไปหยิบของในย่ามเป็นเงิน 3 หมื่นบาทยื่นคืนให้ฉัน “เงิน 3 หมื่นปู่ไม่เอาหรอกให้เอาไปเก็บไว้ 2หมื่น เอาให้แม่ 5 พันอีก 5 พันไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอาง แต่งตัวใหม่ให้ดูดีกว่านี้”พูดจบแกก็หัวเราะ “จำคำปู่ไว้อย่าเชื่อใจคน อย่ามองเพียงแค่ภายนอก แล้วอย่าไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก

ทุกคนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองอยู่แล้วเพียงแต่เสน่ห์ที่เรามีจะถูกใจใครเท่านั้นพวกนุ่งผ้าเหลืองผ้าขาว บางคนสักแต่เอาผ้ามาห่มแต่ใจมันไม่ใช่คน เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้ดีถ้าเจอคนดีก็ดีไป ถ้าเจอพวกไม่ดีเราจะเสียทั้งตัวเสียทั้งเงินเสียทั้งใจ จะไปโทษใครบอกใครก็ไม่ได้เราโง่เอง ...หยุด...ห้ามไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก จำคำปู่ไว้ให้ขึ้นใจวันนี้แฟนเราจะมาหา ก็ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน”

ฉันกลับที่พักเริ่มนั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆที่ผ่านมา  ความเจ็บปวดที่เคยมี ทุกครั้งฉันแทบจะทนไม่ได้ถ้าคิดถึงเค้า แต่ตอนนี้ทำไมความเจ็บปวดมันลดลง เริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆที่ผ่านมาจิตใจที่เคยอ่อนแอ มันเริ่มแข็งแรงตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้ น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดหากเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้าทำไมมันหายไปไหน คำสอนของปู่ก้องอยู่ในสองหู ฉันตัดสินใจ.....จากนี้ต่อไปฉันต้องเข้มแข็ง ...........

เสียงเคาะประตูหน้าห้อง.....“ใครค่ะ?” ฉันถาม “เราเอง” เหมือนที่ปู่บอกไว้ไม่ผิดเค้ามาจริงๆ ใจที่เคยเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่หายไปไหนหมดหัวใจเต้นแรงใจเริ่มอ่อนเริ่มหวั่นไหว........   

“มีธุระอะไร?”ฉันไม่ยอมเปิดประตู 
“.....เราคิดถึง.....เปิดประตูให้เราหน่อย”.......


ฉันเริ่มสับสนน้ำตาเริ่มไหล จะทำไงดี...คิดถึงคำพูดของปู่ฤาษีคิดถึงหน้าแม่....... “กลับไปก่อนน่ะ วันนี้เรายังไม่อยากคุย ตอนนี้เราอยู่กับแม่กลับไปเถอะ”  ฉันโกหกเพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ หากเจอเค้าวันนี้ฉันต้องใจอ่อนแน่นอน ........

ทุกวันนี้ฉันฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน ถ้าไม่มีท่านฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะต้องพบเจออะไร อาจจะเจอสิ่งที่เลวร้าย เจอพวกซาตานในคราบนักบุญต้องเสียทั้งตัวเสียทั้งใจ จึงอยากจะขอเตือนเพื่อนๆ ที่คิดจะไปทำเสน่ห์ให้ไตร่ตรองให้ดี ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเหมือนฉันเสมอไปน่ะคะ  

เครดิต :
เครดิต :เนื้อหาข่าว คุณภาพดี หนังสือพิมพ์มติชน


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์