นอนสูงกับนอนต่ำ

นอนสูงกับนอนต่ำ


นอนสูงกับนอนต่ำ


" นอนสูงให้นอนคว่ำ นอนต่ำให้นอนหงาย "


คำโบราณของไทยคำหนึ่ง มีค่ามากต่อชีวิต การทำงานของคนเรา
ทำไมคนโบราณจึงสอนไว้อย่างนี้

เรามาเริ่มจากนอนต่ำกันก่อน
นอนต่ำในที่นี้ไม่ได้แปลว่าไปนอนอยู่ใต้ถุน หรือไปนอนอยู่ชั้นใต้ดินอะไร

ความหมายที่ควรเข้าใจคือ คนที่เริ่มต้นการงานทั้งหลาย จะต้องเริ่มจากงานเล็ก ๆ
งานที่เป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัว ใครที่อยู่ตรงนี้ควรจะนอนหงาย
ก็เพราะการนอนหงาย ทำให้สามารถหมายตาไปอยู่ที่สูงได้
นั่นหมายถึงว่า คนเราควรมองไปที่ทางข้างหน้า ว่าจะก้าวเดินไปสู่ที่หมายอะไรซึ่งสูงกว่าปัจจุบัน

หมายถึงการมองให้รู้ ดูให้เห็นว่า ถ้าจะก้าวจากนักขาย ไปเป็นผู้บริหารงานขาย
ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง จะต้องวางแผนการขายเป็น จะต้องมีสัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้า
ต้องสามารถจูงใจเพื่อนร่วมงานได้ ต้องรู้จักสรุปบทเรียนในการขาย


หมายถึงการไปทำความเข้าใจว่า ถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการแล้ว
ต้องรับรู้ว่าคนเป็นผู้จัดการธุรการจะต้องทำอะไร ต้องดูแลอุปกรณ์
ต้องจัดการเรื่องอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ และอื่น ๆ อย่างไร

หมายถึงการเล็งเห็นว่าถ้าเป็นหัวหน้าแผนกอยู่แล้ว ควรมองเห็นว่า
ผู้จัดการฝ่าย เขาต้องมีคุณสมบัติอย่างไร

อย่าเพียงแต่ทำงานไปวัน ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นดูว่า คนที่อยู่สูงกว่าเรา
เขาจะต้องทำหน้าที่อะไร มีวัตรปฏิบัติประจำวันอย่างไรบ้าง
ที่ให้มองไปข้างบนก็เพื่อเรียนรู้ว่า หากตนเองจะก้าวไปสู่จุดนั้นบ้าง จะต้องทำอย่างไร
ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ หนึ่ง โดยไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่า ผู้บริหารนั้นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ส่วนที่ว่า " นอนสูงให้นอนคว่ำ " เป็นการเตือนสติคนที่อยู่ในตำแหน่งสูง คนเป็นผู้บริหาร
คนที่มีเงินเดือนมาก ว่าเมื่ออยู่ดีกินดี มีเกียรติแล้ว อย่าหลงลืมตัวต้องรู้สึกนึกเห็นว่า
คนที่อยู่ต่ำกว่า
คือ คนที่เป็นลูกน้องเป็นผู้ปฏิบัติงานระดับล่าง เขามีชีวิตอยู่กันอย่างไร
การทำงานที่เป็นจริงของเขา เดือดร้อนแค่ไหน จะได้มีโอกาสลงไปช่วยเขาได้

เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ลูกน้องที่อยู่ข้างล่างนั้นเอง เป็นฐานรองรับให้เรา
ขึ้นมาอยู่ข้างบนเป็นผู้บริหารได้ ไม่มีลูกน้องก็ไม่มีฐานะ ความเป็นผู้บริหารของเรา
มองอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องลงไปสัมผัสแก้ไขปัญหาด้วย
คนเป็นผู้นำนั้น จะต้องไม่แยกตัวออกจาก ความทุกข์สุขของลูกน้อง
นี่เองคือสิ่งที่เรียกว่า " นอนสูงให้นอนคว่ำ " เพราะถ้านอนสูงแล้ว ยังมัวแต่นอนหงาย
ก็จะไม่เห็น ไม่รู้ว่าลูกน้อง เดือดเนื้อร้อนใจอะไร


ผู้นำที่มีคลื่นความถี่ แตกต่างห่างไกลกับลูกน้อง อาจถูกเรียกว่า
ผู้นำที่นั่งอยู่บนหัวคน จะเป็นผู้นำที่นั่งอยู่ในหัวใจคนไม่ได้



ขอบคุณบทความจากทำดีดอทเน็ต

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์