| |
จักษุแพทย์เตือนวัยรุ่นอย่าทดลองใส่คอนแทคเลนส์ตามแฟชั่น
หลังหนุ่มนิวซีแลนด์ใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นและติดเชื้อจนตาบอด แนะปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนการเลือกสวมใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิด แยกน้ำยาทำความสะอาดตามขั้นตอนให้ผลดีกว่า ใช้น้ำยาประเภท 3 อิน 1 และห้ามใส่คอนแทคเลนส์นอนหลับอย่างเด็ดขาด เสี่ยงติดเชื้อเสียดวงตา
|
|
|
ตามที่หนังสือพิมพ์"เดอะ นิวซีแลนด์ เฮอร์รัลด์" อ้างคำเตือน
ของนายแพทย์ เทเวอร์ เกรย์ จักษุแพทย์ เรื่องความเสี่ยงจากการใช้คอนแทคเลนซ์แฟชั่น สำหรับเปลี่ยนสีหรือรูปแบบของดวงตา หลังจากหนุ่มนิวซีแลนด์วัย 24 ปี
ซึ่งไม่ได้มีปัญหาเรื่องการมองเห็นจนต้องสวมแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนซ์ ต้องตาบอดไปข้างหนึ่งเพราะสวมใส่เลนซ์ชนิดดังกล่าว เพื่อความสนุกสนานในงานปาร์ตี้
แต่ได้เกิดอาการติดเชื้อ
หลังสวมใส่เลนซ์อยู่นาน 3 วัน โดยนายแพทย์เกรย์เปิดเผยว่า อาการติดเชื้อได้กัดกินแก้วตาข้างหนึ่งของหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนี้ไปจนหมด เหลือแต่ดวงตาสีขาว
น่ากลัวเหมือนในนิยายวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันเขาต้องใส่แก้วตาเทียม ซึ่งไม่อาจช่วยในการมองเห็น
|
|
|
นพ.วิชัย ประสาทฤทธา ภาควิชาจักษุวิทยา รพ.รามาธิบดี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า
โดยปกติแล้วการสวมใส่คอนแทคเลนส์หรือเลนส์สัมผัส มีโอกาสเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้น้อยมาก
หากมีการดูแลรักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง
ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากผู้สวมใส่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการรักษาความสะอาด
และสวมใส่คอนแทคเลนส์ในเวลานอนหลับ
เพราะการสวมใส่คอนแทคเลนส์นอนหลับจะทำให้ดวงตาได้รับออกซิเจนน้อยลง ออกซิเจนจะไปเลี้ยงกระจกตาได้น้อยกว่าปกติ
จึงเกิดการติดเชื้อขึ้น และเนื่องจากเป็นเลนส์สัมผัสทำให้อาการติดเชื้อมีความรุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็วจนถึงขั้นทำให้ตาบอด
|
|
|
นพ.วิชัย กล่าวอีกว่า
สำหรับการสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมนั้น
สามารถสวมใส่ได้ในระยะเวลา 8-12 ชั่วโมงติดต่อกัน
โดยหลังจากนั้นต้องดูแลทำความสะอาดโดยใช้
1. น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์
2. น้ำยาสลายคราบโปรตีน
3. และน้ำยาแช่ฆ่าเชื้อ โดยการแช่ฆ่าเชื้อต้องทำไม่ต่ำกว่าวันละ 4 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีการโฆษณาว่า
น้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์บางชนิดมีคุณสมบัติเป็นทั้งน้ำยาล้างทำความสะอาด สลายคราบโปรตีน และแช่ฆ่าเชื้อ ซึ่งประสิทธิภาพของน้ำยาดังกล่าวจะไม่ดีเท่ากับการใช้น้ำยาแยกเฉพาะในการทำความสะอาดแต่ละขั้นตอน
เป็นเพียงกลยุทธ์การโฆษณาทางการตลาดของผู้ประกอบการเท่านั้น
จึงแนะนำให้แยกใช้น้ำยาทำความสะอาดแต่ละขั้นตอน เพื่อยืดอายุการใช้งานคอนแทคเลนส์ และป้องกันการติดเชื้อ
โดยคอนแทคเลนส์รายเดือนนั้นมีอายุการสวมใส่ 1- 1 เดือนครึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลทำความสะอาด
หากไม่รักษาความสะอาดให้ดีเพียงแค่ 2 สัปดาห์ก็อาจจะมีสิ่งสกปรกตกค้างจนต้องเปลี่ยนคู่ใหม่
แต่หากรักษาความสะอาดเป็นอย่างดีก็จะทำให้อายุการใช้งานนานขึ้นไปด้วย
|
|
|
นพ.วิชัย กล่าวต่อไปว่า
สำหรับผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์เป็นประจำ หากมีอาการมองเห็นภาพพร่ามัว เคืองตา ตาแดง ให้เอาคอนแทคเลนส์ออกจากดวงตาและไปพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดอาการติดเชื้อ และลุกลามจนถึงขั้นตาบอดได้
นอกจากนี้การเลือกสวมใส่คอนแทคเลนส์ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อน
เพราะจักษุแพทย์จะมีความรู้เรื่องความโค้งของกระจกตา กำลังของเลนส์ และลักษณะเฉพาะของตาแต่ละคนที่บางคนอาจมีปริมาณน้ำตาน้อยเสี่ยงต่อเยื่อบุตาอักเสบซึ่งจักษุแพทย์จะได้ให้คำแนะนำที่เหมาะสม
|
|
|
สำหรับคอนแทคเลนส์แฟชั่นที่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นในการสวมใส่นั้น
แม้ตัวคอนแทคเลนส์จะไม่มีอันตรายใดๆ แต่ผู้สวมใส่ต้องดูแลให้ถูกต้อง และไม่ควรจะทดลองสวมใส่หากไม่มีความจำเป็น เพราะคอนแทคเลนส์ไม่เหมือนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่จะทดลองสวมใส่เปลี่ยนไปตามแฟชั่น
เนื่องจากเป็นสิ่งที่สัมผัส
กับดวงตาหากดูแลไม่ดีอาจจะเกิดผลเสียต่อดวงตาตามมา ที่สำคัญห้ามผู้สวมใส่คอนแทคเลนส์ทุกชนิด ใส่คอนแทคเลนส์นอนหลับอย่างเด็ดขาด
|
|
|
ผู้ที่ไม่เหมาะสมจะใช้คอนแทคเลนส์
1.ผู้ที่มีโรคประจำตัว
ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ โรคไซนัส เพราะจะทำให้ใส่คอนแทคเลนส์ไม่สบายตาและไม่ชัดได้ รวมถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
2.ผู้ที่มีสุขภาพตาไม่ดี
เช่น เป็นต้อลม ต้อเนื้อ ตาแดง กระจกตาไม่ไวต่อความรู้สึก ตาแห้ง กะพริบตาครึ่งตา
ผู้ที่ทำงานที่มีมลภาวะอาทิ ฝุ่นละอองมาก ลมพัดแรง ไอระเหยสารเคมี มีความร้อนสูง มีควันบุหรี่หรือควันพิษ มลภาวะดังกล่าวจะทำให้ความสบายตาลดลงขณะใส่คอนแทคเลนส์ หรือคอนแทคเลนส์อายุการใช้งานสั้นลง เป็นต้น
3.ผู้ที่อายุไม่เหมาะสม
เพราะคอนแทคเลนส์จะเน้นเรื่องการดูแลรักษาทำความสะอาด ดังนั้นผู้ใช้จะต้องเข้าใจการใช้งานและข้อควรระวังในการใช้งานเป็นอย่างดี
|
|
|
ข้อควรปฏิบัติในการใช้คอนแทคเลนส์ที่ถูกอนามัย
1.ปฏิบัติตามขั้นตอน การดูแลทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ที่จักษุแพทย์แนะนำหรือที่ระบุไว้ในเอกสารที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด
2.ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อสำหรับคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม (น้ำเกลือและน้ำตาเทียม ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับฆ่าเชื้อ)
3.ไม่ควรนำน้ำยาที่ใช้แล้วมาใช้อีกครั้ง และควรซื้อจากร้านค้าที่ไว้ใจได้ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีมาตรฐานและคุณภาพสูง
|
|
สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

|
|
|
|
|
|