| |
นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย แถลงว่า
ระหว่างวันที่ 26-29 ม.ค.ที่ผ่านมา อนามัยโพลของกรมอนามัยได้ทำการสำรวจเรื่อง ความรัก? ค่านิยมของวัยรุ่นไทยในวันนี้ โดยสุ่มตัวอย่างศึกษาชั้นปีที่ 1-4 จากมหาวิทยาลัยของรัฐ 3 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชน 2 แห่ง รวม 500 รายในเขต กทม.
ผลการสำรวจพบว่า
นักศึกษาส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับเพื่อน อยู่หอพัก ร้อยละ 42.7
อยู่กับพ่อแม่ ร้อยละ 25.7
และอยู่กับญาติพี่น้องร้อยละ 22.5
โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 41.1
สำหรับกิจกรรมที่คิดจะทำในวันวาเลนไทน์ คือ
ดูหนังฟังเพลงร้อยละ 42
ทานอาหารมื้อพิเศษร้อยละ 23.9
ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อของขวัญให้คนรักร้อยละ 28.5
มีเพียงร้อยละ 8.3 เท่านั้นที่จะสร้างประสบการณ์อันลึกซึ้งกับคนรัก
|
|
|
อธิบดีกรมอนามัย กล่าวต่อว่า
เมื่อถามถึงประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ พบว่า
ร้อยละ 62.8 ไม่เคย
ร้อยละ 36 ตอบว่าเคย
โดยอายุที่มีเพศสัมพันธ์เป็นครั้งแรก คือ
อายุระหว่าง 17-19 ปี คิดเห็น ร้อยละ 46.5
อายุ 20-23 ปี คิดเป็นร้อยละ 27.1
อายุ 14-16 ปี คิดเป็นร้อยละ 20.6
และอายุ 11-13 ปี คิดเป็นร้อยละ 5.8
โดยสื่อที่ส่งผลให้วัยรุ่น-วัยเรียนอยากทดลองมีเพศสัมพันธ์มากที่สุด
อันดับ 1 คือ วีซีดี/ภาพยนตร์โป๊
รองมาได้แก่ คลิปวิดีโอ และอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์โป๊
ดังนั้น เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ ผู้รับผิดชอบในบ้านเมืองคงต้องไปจัดการและควบคุมสื่อลามกโดยเร่งด่วน
|
|
|
เมื่อถามถึงความคิดเห็นเรื่องการมีเพศสัมพันธ์กับคนรักในวัยรุ่น วัยเรียน
หรือก่อนแต่งงาน กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87 เห็นว่า
การมีคู่รักในวัยเรียนไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ควรอยู่ในกรอบประเพณีไทย
ร้อยละ 87.4 เห็นว่า ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น ติดโรคเอดส์ ทำแท้งและเกิดปัญหาสังคม
ร้อยละ 58.5 มองว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นช่องทางหารายได้ทางหนึ่งและนำไปสู่ปัญหาการค้าประเวณี
ในขณะที่ร้อยละ 72.1 ไม่เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องความสามารถและการแสดงความยอมรับจากเพื่อน ๆ
ร้อยละ 59.9 ไม่เห็นด้วยว่าเป็นการแสดงความรัก และเงื่อนไขผูกมัดอีกฝ่ายหนึ่ง
|
|
|
นพ.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า
เมื่อถามว่า ใครที่มีอิทธิพลต่อการยับยั้งชั่งใจในการปฏิบัติตัวของนักศึกษามากที่สุด
อันดับ 1 คือ ตัวเอง ร้อยละ 45.5
รองลงมาคือแม่ ร้อยละ 38.5
พ่อคิดเป็นร้อยละ 24.5
ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เด็กยังให้ความสำคัญกับพ่อแม่
เพราะ 2 กลุ่มนี้รวมกันแล้วเกินร้อยละ 62 แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ยังสามารถให้คำเตือนและคำแนะนำที่ดีแก่ลูกได้ ดังนั้น พ่อแม่ควรเข้าใจพฤติกรรม ความต้องการของลูก และให้ความรักความอบอุ่น
รวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก
คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับลูกได้อย่างเปิดเผย แนะนำการคบเพื่อน การดูแลตัวเอง การรักนวลสงวนตัวและตระหนักถึงผลกระทบจากพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เด็กจะเรียนรู้ได้ดีถ้าสถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งและมีสัมพันธภาพที่ดี.
|
|
|
|
|
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

|
|
|
|
|