| |
|
ไม่น่าเชื่อว่า
สื่อแห่งรักในวันแต่งงานอย่าง ของชำร่วย จะมีวิวัฒนาการไปสุดโต่ง จนผู้ใหญ่หลายคนถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นของชำร่วยที่มอบเป็นสักขีพยานให้แขกเหรื่อ รำลึกถึงความรักชั่วนิรันดรของคู่สมรส กลายเป็นรองเท้าแตะยาง รองเท้าเซรามิก ร่ม สบู่ ซึ่งหนุ่มสาวยุคใหม่เห็นว่าสื่อถึงความรักของทั้งคู่ได้ไม่แพ้ของชำร่วยในยุคก่อนๆ !!!
|
|
 | | กิ๊ฟ-แคทลียา ท้วมประถม |
|
|
กิ๊ฟ-แคทลียา ท้วมประถม ทายาทร้านของชำร่วยชื่อดังย่านพาหุรัด
ที่บรรพบุรุษตั้งแต่รุ่นคุณย่า จับธุรกิจของชำร่วยมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และขยายร้านเพื่อตอบสนองความต้องการของคู่รักทุกยุค ทุกสมัย เล่าถึงวิวัฒนาการของของชำร่วยให้ฟังว่า
|
|
สมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว
ของชำร่วยยังเป็นพวกเรซิน เซรามิก บรรจุบุหงาให้กลิ่นหอมกรุ่นข้างใน ทำเป็นรูปตุ๊กตา รูปหัวใจ หรือถุงเงิน ถุงทอง สีสันส่วนใหญ่ก็จะมีแต่สีทอง สีเงิน หรือสีแดง สีจะไม่สดใสเหมือนของในยุคนี้ แม้แต่สีชมพูยังไม่มีเลย ดังนั้นรูปแบบของของชำร่วยจึงมีไม่มาก และกระบวนการผลิตแต่ละครั้งจึงทำล็อตใหญ่ๆ
|
|
|
ความเชื่อเรื่องมงคล ไม่ว่าจะเป็น
ข้อห้ามเรื่องการแตกหัก ของสีดำ ของเบื้องต่ำเช่น รองเท้า หรือแม้แต่การให้ผ้าเช็ดหน้าที่เชื่อว่าไว้ซับน้ำตา ถูกบั่นทอนให้หนุ่มสาวยุคนี้ มีความเชื่อด้านมงคลน้อยลง โดยเฉพาะในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ที่บรรดานักจัดงานแต่งงาน หรือเวดดิ้ง แพลนเนอร์ เข้ามามีบทบาทในงานสมรส โดยกำหนดให้คู่รัก มีธีมในดวงใจ เพื่อเนรมิตให้งานแต่งงาน เป็นวันพิเศษเฉพาะคู่รักทั้งสองคนมากขึ้น ทำให้ ของชำร่วยต่างๆ ต้องลดความเป็นทางการลง และเปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่คู่รักต้องการนำเสนอให้แขกที่มาในงาน ได้เห็นถึงความผูกพันของทั้งสองคน
|
|
กิ๊ฟเล่าว่า
เดี๋ยวนี้ของชำร่วยจะเป็นของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น รองเท้าแตะ เครื่องเขียน เสื้อยืดที่ใส่ด้วยกัน หรือโปสการ์ดที่ครั้งหนึ่งคู่รักเคยใช้ติดต่อหากันเป็นประจำ ของเหล่านี้จะถูกนำมาใส่ไอเดียให้กลายเป็นของชำร่วยได้ทั้งนั้น
|
|
|
เมื่อความนิยมของชำร่วยเปลี่ยนไป เจ้า
ของธุรกิจก็ต้องขยับปีกตามด้วย ทายาทเจ้าของร้านเล่าว่า คุณย่าเปิดร้านขายของชำร่วยตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง โดยตั้งเป็นแผงลอยอยู่ริมฟุตบาท เมื่อเกิดสงครามขึ้น ตึกที่อยู่ด้านหลังแผงลอยเป็นเพียงไม่กี่ตึกที่รอดจากการถูกทิ้งระเบิด คุณย่าก็เลยมีโอกาสเข้ามาเปิดร้านในอาคารหลังนี้ แล้วรุ่นคุณพ่อ คุณแม่ ก็ได้ขยายร้านเพิ่มขึ้น และทายาทสาวก็ได้นำของชำร่วยที่เน้นไอเดีย มาตอบรับคู่รักในยุคนี้
|
|
คู่รักที่ยังยึดถือเรื่องมงคลและโชคลาภ
ร้านดั้งเดิม พรมงคล ก็ยังจำหน่ายของชำร่วยแบบดั้งเดิม เช่น ถุงทอง พวงกุญแจเซรามิก เซรามิกบรรจุบุหงา ส่วนคู่รักหัวสมัยใหม่ ที่เน้นงานไอเดียก็ต้องไปมองหาที่ร้าน แคทรียา และ วิริยา โดยเฉพาะ ร้านวิริยา ที่ทายาทสาวเลือกรีโนเวทใหม่ เพื่อตอบรับคู่รักยุคใหม่ที่เน้นของที่มีไอเดียกิ๊บเก๋
|
|
|
สำหรับของชำร่วยที่นิยมที่สุดในตอนนี้
ได้แก่เซรามิกคนคู่ โดยเฉพาะ คู่ที่กอดกัน สบู่แกะสลักเป็นรูปดอกกุหลาบ รูปหัวใจ เจลอาบน้ำ แม้แต่น้ำผึ้ง หรือน้ำตาล บรรจุขวดน่ารัก ก็ถูกนำมามอบเพื่อเป็นสักขีพยานความรัก
|
|
สาวเจ้าไอเดียของชำร่วย แนะนำการเลือกของชำร่วยว่า
ต้องเป็นสิ่งของที่ไม่แตกง่าย จับแล้วไม่เละ ไม่ละลาย มดไม่ขึ้น หากเป็นของกิน หรือช็อกโกแลต น้ำตาล ก็ต้องปิดมิดชิด คู่รักต้องแน่ใจว่าของชำร่วยเมื่อทิ้งไว้ต้องไม่เสีย ไม่ควรเป็นของที่ใหญ่เกินไป หรือเล็กเกินไป เพราะสิ่งที่เราตัดสินใจเลือกให้มาเป็นของชำร่วยงานแต่งงานนั้น คือสิ่งที่ทำให้แขกหรือผู้ที่มางาน ได้ระลึกอยู่เสมอว่า เรามีช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต
|
|
|
ส่วนแนวโน้มของชำร่วยในอนาคตนั้น
คงมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่คู่รักมีความทรงจำร่วมกัน จะถูกนำมาทำใช้เป็นสิ่งระลึกถึงความรักของทั้งคู่มากขึ้น
|
|
แต่ใครที่ยังไม่มีไอเดียในการหาของชำร่วย
จะนำความเชื่อเก่าๆ ของพ่อแม่มาใช้ในการเลือกของชำร่วย แม้จะเชยสักหน่อย แต่สุภาษิตที่บอกว่าเดินตามผู้ใหญ่ หมาไม่กัด ก็เห็นผลทุกครั้ง...จริงไหม !?!
|
|
|
|
|
|
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: ผู้จัดการออนไลน์

|
|
|
|
|