ควันบุหรี่มือสอง มหันภัยร้าย สร้างคนป่วยเพิ่ม

ควันบุหรี่มือสอง  มหันภัยร้าย สร้างคนป่วยเพิ่ม


ไม่สูบเองก็ป่วยตายเหมือนคนสูบเพราะถูกรมควัน-ทำลายตับ


ดร.ศุภกิจ วงศ์วิวัฒนนุกิจ เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า หลักฐานการวิจัยชี้ชัดว่าควันบุหรี่มีสารโพลีนิวเคลียร์ อโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แล้วเหนี่ยวนำให้ตับเพิ่มเอมไซม์ มีผลทำให้ยารักษาโรคมีประสิทธิภาพลดลง อาทิ ยารักษาโรคหืด ยาความดันโลหิตสูง ยาระงับจิตประสาท ยาต้านเลือดแข็งบางชนิด ทำให้ผู้ป่วยควบคุมอาการของโรคไม่ค่อยได้ ต้องเพิ่มขนาดยามากขึ้น



ผศ.ดร.ศุภกิจกล่าว


"ควันบุหรี่ยังกระทบต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดส่วนปลายบริเวณผิวหนังของผู้ป่วยหดตัว จึงลดการดูดซึมอินซูลิน ต้องเพิ่มขนาดยาเพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ แต่คนในครอบครัวสูบ และคนที่ทำงานในสถานบันเทิง จะได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่าคนที่สูบ ทำให้การใช้ยาหลายชนิดเพื่อรักษาโรคไม่ได้ผล โรคที่เป็นอยู่เลวลง ผู้ที่สนใจเรื่องผลเสียของควันบุหรี่ และวิธีการเลิกบุหรี่ ติดต่อได้ที่หมายเลข 1600"

ควันบุหรี่มือสอง  มหันภัยร้าย สร้างคนป่วยเพิ่ม


ด้าน ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล เลขาธิการ


เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่า การสูบบุหรี่ทำให้เสี่ยงต่อ

โรคมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า

โรคถุงลมโป่งพอง 10 เท่า โ

โรคหัวใจและโรคหลอดเลือกแตกหรือตีบในสมอง 3 เท่า

สิ่งน่าห่วงคือ

คนที่ไม่ได้สูบก็มีสิทธิ์ได้รับความเสี่ยงเหล่านี้เช่นกัน โดยมีงานวิจัยจากทั่วโลกเป็นสิ่งยืนยัน

รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต


ประธานเครือข่ายพยาบาลต้านบุหรี่และสารเสพติดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ควันบุหรี่มือสองทำให้หญิงมีครรภ์มีโอกาสแท้งบุตร หรือคลอดบุตรที่มีน้ำหนักน้อยกว่าปกติ และเด็กอาจผิดปกติ โดยเด็กที่ถูกเลี้ยงดูในครอบครัวที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบ หืด ปอดบวม หรือหูอักเสบมากกว่าเด็กที่ไม่ได้อยู่ท่ามกลางควันบุหรี่

ควันบุหรี่มือสอง  มหันภัยร้าย สร้างคนป่วยเพิ่ม


ผศ.ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์


ผอ.สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค.ปีนี้ การรณรงค์เน้นการให้ผู้ไม่สูบบุหรี่ตระหนักถึงภยันตรายของควันบุหรี่มือสอง และลุกขึ้นมารักษาสิทธิของตนในการที่จะหายใจในอากาศบริสุทธิ์ ในที่สาธารณะที่ประกาศเป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย

ซึ่งผลการสำรวจพบว่า

งพบการละเมิดสูบบุหรี่อยู่มาก ในที่ห้ามต่างๆ เช่น ห้องสุขาสาธารณะ บนรถเมล์ ตู้โทรศัพท์ ห้องสมุด โรงเรียน หรือในส่วนปรับอากาศของสำนักงาน ร้านอาหาร ล็อบบี้โรงแรม สปา เป็นต้น

ข้อมูลยังชี้ว่า


"ผู้ไม่สูบบุหรี่ที่พบเห็นการละเมิดกว่า 70% ไม่ได้ทำการใดๆ จึงอยากชักชวนให้รักษาสิทธิของตน เช่น การเตือนผู้สูบบุหรี่อย่างสุภาพ การแจ้งเจ้าของสถานที่ หรือถ้าเห็นว่าเจ้าของสถานที่ไม่ได้ดูแลเพียงพอ อาจโทรศัพท์แจ้งมาที่ศูนย์รับแจ้งเรื่องร้องเรียนฯ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หมายเลข 0-2590-3342 ตลอด 24 ชั่วโมง" ผศ.ดร.สุปรีดากล่าว


ขอขอบคุณข้อคิดนานาสาระ จาก สสส.

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้