5 ขั้นตอน ของความรู้สึกที่เรียกว่า อกหัก

5 ขั้นตอน ของความรู้สึกที่เรียกว่า อกหัก

  เวลาที่คนเราอกหัก มีอยู่สองประโยคที่ผู้คนรอบตัวมักจะนำมาพูดเพื่อปลอบใจคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นอยู่เสมอ นั่นก็คือ ‘เวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผลทุกชนิดได้’ และ ‘เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ประตูอีกบานก็จะเปิดรอรับเราอยู่เสมอ’ 

         
แต่ กว่าจะถึงเวลานั้น ไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกว่า เวลาแต่ละเสี้ยววินาที ช่างเนิ่นนาน และผ่านไปยากเย็นเหลือเกิน แต่ก็ขอให้เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าจะใช้เวลานานขนาดไหน ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปตามกาลเวลา
กว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ความคิดและความรู้สึกตกผลึกมาได้ ยังมีขั้นตอนอีกมากมาย กว่าที่เราจะผ่านจุดนั้น
 

          Elisabeth K?bler Ross แพทย์ หญิงผู้สนใจประเด็นทางสังคมและจิตวิทยา ได้อธิบายขั้นตอนของความโศกเศร้าที่มักจะเกิดขึ้นระหว่างที่คนเราเกิดความ โศกเศร้าจากการสูญเสีย อันเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า K?bler-Ross model
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ

1. ปฏิเสธ 

         
ตอนนี้คุณยังไม่เชื่อว่าเรื่องราวเหล่านี้ กำลังเกิดขึ้นกับคุณ คุณแยกตัวเองออกมาจากสังคมและเพื่อนฝูง เพราะคุณยังทำใจไม่ได้ วิธีที่จะช่วยให้คุณผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ก็คือ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น เพราะคนที่รักคุณจริงๆ ทั้งเพื่อนฝูงหรือพ่อแม่ ย่อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ

2. เกรี้ยวกราด 

         
คุณ คิดว่าคนๆ นั้นกล้าดียังไง ถึงมาทำแบบนี้กับคุณ ตอนนี้คุณอาจจะโกรธทั้งตัวเขาและตัวคุณเองว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องเลิกรากันไป ลองพยายามขจัดอารมณ์โกรธของคุณ ด้วยการเขียนจดหมายถึงเขา แต่ห้ามส่งจดหมายนี้เด็ดขาด หลังจากนั้นลองกลับมาอ่านจดหมายนี้ใหม่ในอีกวันถัดมา แล้วคุณอยากเก็บไว้ หรือจะขยำทิ้งก็ไม่มีใครว่า เขียนไปเรื่อยอารมณ์รุนแรงจะค่อยๆ ลดลงทุกวัน จะเขียนเป็นบันทึกเลยก็ไม่เป็นไร

3. ลดคุณค่าตัวเอง 

         
ใน ขั้นนี้คุณจะลดคุณค่าตัวเองลงมา โดยบอกเขาว่า จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมา อะไรก็ได้ที่จะทำให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือคุณอาจจะพยายามทำอะไรแปลกๆ เพื่อให้เขากลับมาจนถึงขั้นขาดสติ เช่น โทรตามตื้อไม่หยุด แม้ว่าเขาจะไม่รับโทรศัพท์คุณเลยก็ตาม

4. ซึมเศร้า 

         
คุณอาจจะยังรู้สึกโกรธ โศกเศร้า รู้สึกผิด ทุกสิ่งทุกอย่างผสมกันอยู่ในตอนนี้ แล้วสิ่งเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นอาการซึมเศร้า คุณไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เหนื่อยแม้กระทั่งหายใจ เพราะคุณสูญเสียการควบคุมทั้งอารมณ์และร่างกายตนเอง ถ้าคุณอยู่ในระหว่างขั้นตอนนี้นานเกินไป จนเสียงานเสียการ ให้ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่างจิตแพทย์ดู

5. ยอมรับ 

         
คุณเริ่มเข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น คุณไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยว หรือจมอยู่ในความเศร้าเหมือนที่ผ่านมา เวลาที่คิดถึงเขา คุณไม่ได้รู้สึกอารมณ์รุนแรงเหมือนเมื่อก่อน ทั้งในแง่บวกหรือลบ คุณสามารถที่จะกลับมามีชีวิตของคุณได้อีกครั้ง มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเหมือนเดิม

กว่าจะมาถึงขั้นที่ 5 นั้น Emily Battadlia นักเขียนด้านสุขภาพจากเวบไซต์ LifeScript ให้ คำแนะนำสำหรับคนที่ยังทำใจไม่ได้สักที หรือกำลังอยู่ในระหว่างช่วงที่ 2 โดยเธออธิบายว่า ในช่วงนี้คุณจะยอมทำทุกอย่างเพื่อรั้งเขาไว้ แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ คุณอาจจะพยายามทำทุกอย่าง เพื่อติดต่อเขาทั้งโทรศัพท์ อีเมล ไปหาที่บ้าน เฝ้าถึงที่ทำงาน ซึ่ง Emily
บอกว่า ห้ามทำเด็ดขาด

เหตุผลแรก 

         
เพราะ ผู้หญิงส่วนมากมักจะบอกตัวเองว่า แฟนเก่าของพวกเธอยังคงคิดถึงเธออยู่ เหมือนที่เธอยังคงคิดถึงเขาอยู่ แต่ถ้าเขาไม่ได้คิดอย่างคุณล่ะ? คุณคงไม่อยากดูเป็นคนสิ้นหวังและไร้ค่าในเวลาเดียวกัน

 เหตุผลที่สอง 

          ยิ่ง คุณติดต่อเขามากเท่าไหร่ คุณยิ่งไม่สามารถจะก้าวผ่านมันไปได้ ขอให้คุณจำเอาไว้ว่า ทุกครั้งที่คุณโทรหาเขา ไปหาเขา เขียนอีเมลหาเขา คุณยิ่งก้าวถอยหลังไปเท่านั้น ถึงแม้ว่าการบังคับตัวเองไม่ให้ติดต่อเขา จะเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แต่คุณก็ต้องพยายามฝืนความรู้สึกนั้นเอาไว้ ซึ่งหมายความว่า ห้ามมีข้ออ้างว่าจะไปเอาถุงเท้าที่ลืมไว้ที่บ้านเขาข้างหนึ่ง หรือตั้งใจไปงานเลี้ยงที่รู้ว่า เขาจะต้องไปแน่ๆ รวมถึงการโทรหาเขาตอนกลางคืนอันเป็นผลมาจากอารมณ์หงอยถึงขีดสุด ท่องเอาไว้เสมอว่า พรุ่งนี้เป็นวันใหม่ที่จะนำโอกาสและความหวังใหม่มาให้คุณ และถ้าอยากคุยกับใครสักคน ก็ให้โทรหาเพื่อนของคุณแทนและพยายามทำใจให้เร็วที่สุด

          แทนที่จะจมปลักอยู่กับ อดีต ก็ลองเอาเวลาที่คุณมีอย่างเหลือเฟือมาเปิดโลกใหม่ให้ตัวเอง ด้วยการทำในสิ่งที่คุณอยากทำในอดีต แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเมื่ออยู่กับเขา หรือพบปะสังสรรค์กับผู้คนใหม่ๆ ทั้งหญิงและชาย แต่พยายามอย่าทำอะไรที่คุณและเขาเคยทำด้วยกันในอดีต และเมื่อคุณแน่ใจแล้วว่า คุณไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษกับแฟนเก่าของคุณอีกต่อไป คุณก็สามารถเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ได้ เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว อย่าปิดกั้นตัวเอง

จาก นั้นเมื่อคุณผ่านความรู้สึกเหล่านั้นไปได้ ให้เอาบทเรียนที่เกิดขึ้นนี้ มาทำความเข้าใจและเรียนรู้มัน ลองอธิบายเหตุผลว่า ทำไมคุณถึงเลิกกัน ลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ แล้วดูว่าแต่ละข้อเกิดจากอะไร

ที่มา :
http://atcloud.com


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์