| |
|
ข้ อ คิ ด นั ก ติ
ปรัสสะ วา อัตตะโน วาปิ เหตุ
นะ ภาสะติ อะลิกัง ภูริปัญโญ
โส ปูชิโต โหติ สะภายะ มัชเฌ
ปัจฉาปิ โส สุคะติคามิ โหติ.
ผู้มีภูมิปัญญา ย่อมไม่พูดพล่อยๆ
เพราะเหตุแห่งคนอื่นหรือตนเอง ผู้นั้นย่อมมี
ผู้บูชาในท่ามกลางชุมนุม แม้ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ
|
|
|
รักจะเป็นนักติพึงศึกษาดังนี้
ถ้ายังฝึกตัวเองไม่ดีพอก็อย่าริเป็นนักติ
ถ้ายังไม่เคยชมเขาเลยก็ยังไม่สมควรติเขาเลย
อย่าติพร่ำเพรื่อ อย่าปกิณกะติ (ติเรี่ยราด)
อย่าติคนหนึ่งเพื่อประชดอีกคนหนึ่ง
อย่าติคนหนึ่งเพื่อประจบอีกคนหนึ่ง
ไม่ควรพูดพล่อยๆ วิจารณ์ไปทุกเรื่อง
ทำเขื่องว่าฉันเก่ง ฉันรู้ ฉันฉลาด
นั่นเป็นอาการของคนไม่เก่ง ไม่รู้และไม่ฉลาดเลย
ถ้าจะติ ติเมื่อจำเป็นสุดๆ
ติน้อยเรื่องที่สุด ติจุดสำคัญที่สุด
ติกับเจ้าตัวโดยตรงในที่ลับที่สุด
ติด้วยความปรารถนาดีสูงสุด
ติด้วยถ้อยคำที่คัดสรรอย่างดีแล้ว
พูดไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกๆ คน
ผู้กระทำได้เช่นนี้ ย่อมเป็นที่ยกย่องของมหาชน
ย่อมประสบสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
|
|
ขอขอบคุณ : ข้อมูลดี มีประโยชน์
จาก ส่องธรรมล้ำภาษิต โดย อิ่มธรรม
วารสารกัลยาณมิตรฉบับเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔
|
|
|
|
|