ต่างกันอย่างไร ระหว่าง นอนสวย กับ นอนเพื่อให้สวย

ต่างกันอย่างไร ระหว่าง นอนสวย กับ นอนเพื่อให้สวย



นอนสวยนั้นอาจเป็นภาพที่ดูสวย แต่ไม่ช่วยคนนอนเท่าไรนักในด้านเสริมความงาม นอนให้สวยคือ การนอนให้ถูกอนามัย

ประการแรกอย่าไปเชื่อที่เขาว่าคนเราต้องนอนให้ได้ครบวันละ 8 ชั่วโมง

8 ชั่วโมงเป็นเวลานอนเต็มตาของคนส่วนมาก แต่ไม่ทุกคน คุณอาจไม่รวมอยู่ในประเภท 8 ชั่วโมงก็ได้ ตามสถิตินั้น

62% ต้องการเวลานอน 8 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยก็ 7 ชั่วโมง

15% ต้องการเวลานอน 5-6 ชั่วโมง

13% ต้องการนอน 9-10 ชั่วโมง

8% ต้องการนอน 5 ชั่วโมงหรือน้อยกว่า

2% นอนมากกว่า 10 ชั่วโมง



ดังนั้น ถ้าคุณเป็นคนประเภทนอน
5-6 ชั่วโมงก็เต็มตา อย่าได้ดันทุรังจะนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง เพราะห่วงจะไม่สวยเลย คนเราหน้าตาจะแจ่มใสและผิวพรรณดีเพราะได้นอนหลับพักผ่อนเต็มตา เพราะฉะนั้นนอน 5 ชั่วโมงก็พอ อย่าอดนอนก็แล้วกัน

พยายามนอนให้ตรงเวลาทุกวัน ระบบร่างกายจะได้เคยและเริ่มง่วงเมื่อถึงเวลานอน คนที่หลับยากควรเก็บเตียงไว้เป็นที่นอนโดยเฉพาะ อย่าใช้เป็นที่นอนอ่านหนังสือหรือดูทีวี ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ถ้าใช้เตียงเพื่อนอนอย่างเดียว พอหลังแตะฟูกก็อยากจะหลับแล้ว



ต่างกันอย่างไร ระหว่าง นอนสวย กับ นอนเพื่อให้สวย



วิธีนอนให้ถูกอนามัย

คือนอนหงายเหยียดยาวในชุดที่ไม่รัด ใช้หมอนใบเล็กรองใต้คอแทนหนุนใต้ศีรษะได้ยิ่งดี เหยียดแขนออกห่างตัว หรือไม่ก็งอศอกไว้เหนือศีรษะ จะได้ไม่กีดขวางระบบทางเดินหายใจหรือสูบฉีดโลหิต กระดูกสันหลังที่เหยียดตรงช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และท่าหงายเต็มตัวทำให้อวัยวะในช่องท้องอยู่ในที่ทางของมันตามสบายไม่เรรวน หรือเลื่อนเบียดกัน

ควรนอนที่นอนแข็งหนา
(นอนกับพื้นกระดานเขาว่ายิ่งถูกอนามัย แต่คนส่วนมากไม่ชอบเพราะว่าแข็งไป) เพราะถ้านุ่มหยุ่นไปหลังจะโค้งงอ ทำให้ปวดหลัง นอนคว่ำไม่ดี หายใจไม่สะดวก ลดปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายควรได้รับ กล้ามเนื้อส่วนท้องและเชิงกรานถูกบีบ มีความกดดันหัวใจและสันหลัง ส่งเสริมรอยย่นตามแก้มและคอ นอนตะแคงคู้เข่าก็ไม่ดี กดรอยย่นลงไปบนใบหน้า คอ และกลางตัว (บริเวณเอว) อาจทำให้หลังโกงด้วย ระบบหมุนเวียนของโลหิตไม่สะดวก

คนขี้หนาวที่ชอบนอนคลุมโปงก็อันตราย


เพราะจะสูดคาร์บอนไดออกไซด์ที่ตัวหายใจออกมากลับเข้าไปใหม่ ระบบหัวใจที่ดีนั้นต้องการออกซิเจน แต่มีคนร้อยละ 10 พยายามตัดออกซิเจนโดยไม่รู้ตัวแบบนี้ พยายามเลิกคลุมโปงเสียที ถ้าเป็นหวัดคัดจมูก หายใจไม่สะดวก ต้องนอนยกอกและไหล่ขึ้นสูงหน่อย จะให้ดีใช้หนังสือหรือท่อนไม้ขนาดหนาสัก 6 นิ้ว สอดใต้หัวเตียงให้หัวเตียงยกสูงจะช่วยให้ศีรษะตั้งสูงเวลานอน นอนได้สบายขึ้น

คนที่ชอบเป็นรอยดำใต้ตา หรือตาบวม ก็อย่าโทษว่าเป็นเพราะอดนอน (คนนอน 10 ชั่วโมงบางคนก็อาจเป็นได้) ส่วนมากรอยดำใต้ตานั้นเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์มากกว่า
(เว้นแต่คุณจะอดนอนทุกคืนเป็นเวลาหลายคืนติดต่อกัน) ตาบวมนั้นเป็นเพราะมีของเหลวจากเยื่อใต้ตาไหลมาสะสมไว้ระหว่างการนอนหลับ ตื่นมาสัก 1 ชั่วโมงก็หาย

ไม่ควรเล่นกายบริหารก่อนนอน กายบริหารเหมาะสำหรับเวลาเช้า เพราะจะช่วยกระตุ้นให้กระปรี้กระเปร่าตื่นตาเต็มที่ บริหารก่อนนอนไม่เป็นไร เช่น บริหารคอไม่หนักแรง แต่ช่วยคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี นั่งขัดสมาธิ มือขวาตรงขาขัดสบายๆ อย่าเกร็งร่างกายทุกส่วน ปล่อยไหลสบายๆ คือไม่ต้องยึดให้ตึงแต่อย่าหย่อนจนไหล่ห่อ ค่อยๆ ก้มศีรษะลงจรดอก รู้สึกว่าตึงท้ายทอยแล้วค่อยหมุนศีรษะช้าๆ ไปข้างๆ หมุนเป็นครึ่งวงกลมไปข้างหนึ่งแล้วก็อีกข้างหนึ่ง
ทำสลับกันอีก
3-4 ครั้งก่อนจะหมุนเวียนให้ครบรูปวงกลมเลย แล้วจะนอนสบายหายเมื่อยทั้งคืน

เมื่อลงนอนหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกเพื่อให้ลมเข้าเต็มปอด แล้วหายใจออกช้าๆ เมื่อลมเข้าหน้าท้องควรพองออก พอลมออกหน้าท้องจะยุบ คนส่วนมากหายใจผิด เพราะพอลมหายใจเข้าก็แขม่วท้อง พอหายใจออกท้องก็โป่งตาม หัดเสียใหม่จะช่วยให้ทรวดทรงงามขึ้น


ที่มา
ฟอร์เวริ์ดเมลล์

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้