| |
"โซเดียม" อันตรายที่ซ่อนอยู่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
1 ในข่าวใหญ่ของเดือนตุลาคมต้องมีข่าวกรณี "มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค" เผยแพร่ผลการสำรวจปริมาณ "โซเดียม" อันตรายที่ซ่อนอยู่ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งพบว่า บะหมี่สำเร็จรูปส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงรสมากกว่าปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน จุดเด่นของบะหมี่สำเร็จรูปนั้นเป็นอาหารปรุงกินง่าย ราคาถูก แต่ข้อเสียสำคัญคือไม่มีสารอาหาร ทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพถ้าบริโภคมากไป ความห่วงใยว่าบะหมี่สำเร็จรูปจะเป็นภัยเงียบไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นทั่วโลก พร้อมๆ กับยอดขายบะหมี่สำเร็จรูปที่พุ่งสูงถึง 6,500 ล้านซอง/ถ้วยต่อปี
|
|
ญี่ปุ่น ผู้คิดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
บะหมี่สำเร็จรูปที่คนทั่วโลกนำไปใส่น้ำร้อนต้มรับประทานกันทุกวันนี้ เกิดขึ้นจากความคิดของ "โมโมฟุกุ อันโด" ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทนิชชิน ประเทศญี่ปุ่น
อันโดเริ่มคิดถึงการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายหลังจากธุรกิจการเงินของเขาล้มละลายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ขณะนั้นญี่ปุ่นเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และได้รับบริจาคแป้งสาลีจากสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก อันโดจึงคิดนำแป้งสาลีมาแปรรูปทำเป็นเส้นบะหมี่แห้งๆ ซึ่งผ่านการแช่ในน้ำซุปและทอดด้วยน้ำมันร้อนจัดก่อนนำมาผึ่งให้แห้งเพื่อที่จะได้เก็บไว้นานๆ นำมากินได้ทันทีเมื่อเติมน้ำร้อนเข้าไปในบะหมี่
|
|
แนวโน้มการบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปที่พุ่งสูงมากขึ้นทุกขณะ ข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า บะหมี่สำเร็จรูปไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ
ปี 2501 บริษัทนิชชินวางจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสซุปไก่เป็นครั้งแรกในโลก ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ "ชิกเก้น ราเมน" ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติพฤติกรรมการบริโภคอาหารครั้งสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20
ปัจจุบัน บ.นิชชินทำยอดขาย 1 แสนล้านบาทต่อปี และโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของตนให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยการผลิต "บะหมี่สำเร็จรูปสำหรับกินในอวกาศ" แนวโน้มการบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปที่พุ่งสูงมากขึ้นทุกขณะ ทำให้หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและชุมชนการแพทย์เริ่มส่งเสียงเตือนผู้บริโภคดังขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่า บะหมี่สำเร็จรูปไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งอาจก่อให้เกิดโทษต่อสุขภาพ
|
|
ร่างกายไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการกินบะหมี่สำเร็จรูป
สมาคมผู้บริโภคออสเตรเลีย(เอซีเอ) สำรวจพบว่า บะหมี่สำเร็จรูป 1 ซองมี "ไขมัน" มากพอๆ กับ "อาหารขยะ" จำพวกมันฝรั่งทอดจำนวน 1 ห่อเล็ก หรือเท่ากับพิซซ่า 1 ชิ้นเล็ก รวมทั้งมีปริมาณโซเดียมสูงกว่าอาหารขยะอีกด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเด็ก ที่สำคัญ "น้ำมัน" ทอดบะหมี่สำเร็จรูปมักเป็นน้ำมันพืชราคาถูก ซึ่งมีคุณสมบัติแตกตัวเป็น "กรดไขมันชนิดทรานส์" ที่เป็น 1 ในปัจจุบันกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจ
ตามความเห็นของเอซีเอ ร่างกายจึงไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการกินบะหมี่สำเร็จรูป สิ่งที่ได้คืออาหารไร้โปรตีน เต็มไปด้วยไขมัน แป้งคาร์โบไฮเดรต สารเคมี ผงชูรส และโซเดียม ในปี 2548 คาดว่า คนไทยบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปบรรจุซอง 60 กรัม มากมโหฬารถึง 2,000 ล้านซอง คิดเป็นเงิน 9,500 ล้านบาท ภัยเงียบสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่ในบะหมี่เหล่านี้ก็คือ "โซเดียม" ในซองเครื่องปรุงรส
|
|
บะหมี่ร้าย เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และทำให้ไตทำงานหนัก
ตามข้อแนะนำของบัญชีสารอาหารกำหนดว่า คนไทยควรบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ขณะนี้คนไทยบริโภคล้ำหน้าตัวเลขดังกล่าวไปแล้ว โซเดียมในบะหมี่สำเร็จรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบะหมี่สำเร็จรูปแบบซอง "บิ๊กแพ็ก" จะยิ่งไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และทำให้ไตทำงานหนัก
เว็บไซต์ข่าวการแพทย์ WebMD ของสหรัฐรายงานว่า สเตฟานี่ บรู๊กส์ นักโภชนาการในซานฟรานซิสโกเตือนว่า คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ป่วยด้วยโรคหัวใจ กินยาขับปัสสาวะ และยารักษาอาการซึมเศร้าบางชนิดไม่ควรรับประทานบะหมี่สำเร็จรูปโดยเด็ดขาด เพราะมีโซเดียมกับผงชูรสสูง
|
|
บะหมี่สำเร็จรูปใส่สี ใส่สารทำให้กรอบ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
เหตุที่ไม่ค่อยเกิดกรณีกินบะหมี่สำเร็จรูปมากๆ แล้วป่วย เป็นเพราะผู้บริโภคสินค้าชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นเด็ก วัยรุ่น คนหนุ่มสาว ซึ่งร่างกายยังแข็งแรง
ข้อสงสัยอีกประการเกี่ยวกับพิษภัยของบะหมี่สำเร็จรูปที่แพทย์เตือนไว้ก็คือ การที่บะหมี่สำเร็จรูปใส่สี ใส่สารทำให้กรอบ และผงชูรสในปริมาณมากๆ รวมทั้งถูกทอดในน้ำมันซึ่งผ่านการทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง อาจจะทำให้เกิดการสะสมของ "คาร์บอน" ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งขึ้นมาในสินค้าประเภทนี้หรือไม่
ยิ่งไปกว่านั้น บะหมี่สำเร็จรูปยังใส่ "ผงชูรส" ซึ่งเป็นสารเพิ่มรสชาติมากเกินไป ในกรณีของผู้ที่แพ้ผงชูรสเมื่อรับประทานเข้าไป อาจเกิดอาการเหนื่อยอ่อน ปวดหัว หรือมีไข้ด้วยสภาพเศรษฐกิจบวกกับอุปนิสัยเคยชินกับการบริโภคบะหมี่สำเร็จรูปย่อมทำให้การละเลิกรับประทานสินค้าชนิดนี้เป็นไปได้ยาก แต่ถ้าคิดจะรับประทานก็ควรใช้วิธีต่อไปนี้เพื่อลด "โทษ" ที่ซุกซ่อนอยู่ในบะหมี่สำเร็จรูป
เช่น ควรต้มให้สุก อย่ากินเปล่าๆ โดยไม่เติมน้ำ เพราะบะหมี่จะเข้าไปพองในกระเพาะอาจทำให้เกิดอาการจุกแน่นได้นอกจากนี้ ควรใส่ไข่และผักลงไปด้วยทุกครั้งเพื่อเพิ่มโปรตีนกับวิตามิน รวมทั้งเมื่อต้มเสร็จแล้วให้เทน้ำซุปออกสักครึ่งหนึ่งเพื่อลดปริมาณสารเคมีไม่พึ่งประสงค์ในน้ำซุป
|
|
|
|
|