ระวังฟ้าผ่า!

ระวังฟ้าผ่า!


เวลาฝนตก


ใครที่พกร่มติดตัวอาจกางร่มกันฝน แล้วเดินทางต่อไปได้ ส่วนคนที่ไม่มีร่มอาจหาที่หลบฝนใกล้ ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายเปียกปอน แต่หลายคนลืมคิดไปว่าที่หลบฝนนั้นมีความปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าขึ้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า

การเสียชีวิตและบาดเจ็บ

ด้วยสาเหตุฟ้าผ่าในหน้าฝน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงพอสมควร ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่กว่า 50 ราย โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 17 ปี ซึ่งมีรายงานการเสียชีวิตกว่า 20 คนต่อปี และอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายขณะฝนตกและมีสื่อนำทำให้ฟ้าผ่าได้

ระวังฟ้าผ่า!


การเกิดฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ


ที่เกิดขึ้นทุกวันกว่าวันละ 8 ล้านครั้งทั่วโลก ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า 1,500-5,000 คนต่อปี ในสหรัฐมีคนเสียชีวิตจากฟ้าผ่ากว่า 200 คนต่อปี ส่วนประเทศไทยเฉพาะเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 17 ปี เสียชีวิตด้วยสาเหตุดังกล่าว 20 คนต่อปี และส่วนใหญ่เป็นเด็ก 10-15 ปี

ฟ้าผ่าเป็นไฟฟ้ากระแสตรง

ที่มีความแรงดันไฟฟ้าถึง 100 ล้านโวลต์ อย่างไรก็ตามระยะเวลาการผ่านของกระแสไฟ มีความเร็ว 1/10,000-1/1,000 วินาที ดังนั้นความร้อนจากประกาย ไฟฟ้าทำให้เกิดการเผาไหม้ผิวหนัง ตื้น ๆ ไม่มีเนื้อเยื่อถูกทำลายลึก เช่นเดียวกับกระแสไฟบ้าน

แต่ผลที่เกิดจากฟ้าผ่า

จะส่งผลต่อหัวใจ และสมองโดยตรง ทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น และก้านสมองไม่ทำงาน ในกรณีดังกล่าว 1 ใน 3 หรือ 30% ผู้ถูกฟ้าผ่าจะตายในที่เกิดเหตุ คนที่รอดชีวิตส่วนใหญ่จะมีความพิการถาวร ทั้งจากการถูกทำลายระบบประสาท ไขสันหลัง ส่งผลให้เป็นอัมพาต และหูหนวก ตาบอดตามมาได้ในภายหลัง

ระวังฟ้าผ่า!


จากรายงานในปัจจุบันพบว่า


การเกิดฟ้าผ่าทั้งโลกที่เกิดขึ้นกับชาวนา หรือเกษตรกรลดลง แต่พบในคนทำงานประเภทอื่นๆ เช่น ก่อสร้างที่ใช้แรงงาน และกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมสันทนาการทั้งหลายมากขึ้น เช่น คนที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง เล่นกอล์ฟ เล่น กีฬาเป็นทีมกลางแจ้งขณะฝนตกฟ้าคะนอง

การป้องกันที่สำคัญ

คือ อย่าอยู่กลางแจ้งขณะฝนตก ควรหลบเข้าในอาคาร หากอยู่กลางแจ้งให้พยายามนั่งหรือนอนราบลง เพื่อให้เตี้ยที่สุด เพราะการอยู่ใต้ต้นไม้สูงจะเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าได้

ที่สำคัญขณะฝนตก

ฟ้าผ่าควรงดใช้โทรศัพท์ เพราะฟ้าที่ผ่าลงพื้นดิน จะเกิดกระแสไฟกระจายทั่วพื้น ซึ่งอาจส่งผ่านไปตามท่อน้ำ สายโทรศัพท์ในบ้าน ก่อให้เกิดการบาดเจ็บในคนที่ใช้โทรศัพท์ได้ หรือไม่ควรอยู่ในตู้โทรศัพท์ขณะ ฝนตกถึงแม้ไม่ใช้ก็ตาม

ระวังฟ้าผ่า!


กรณีอยู่ในรถยนต์


ควรปิดหน้าต่างให้มิดชิด กันการผ่านของกระแสไฟฟ้าที่ผ่าลงมาเข้าไปในรถยนต์ หรือการมีโลหะที่เป็นเครื่องประดับในร่างกาย โทรศัพท์มือถือ จะเปิดหรือปิดจะใช้หรือไม่ใช้เครื่องก็ตาม หากอยู่ในมือจะมีความเสี่ยงสูง เพราะเมื่อฟ้าผ่ากระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านเข้าสู่ร่างกายภายในทันที แต่หากไม่มีสื่อนำ กระแสไฟฟ้า จะทำลายแค่เพียงผิวหนังภายนอกให้เกิดการไหม้เท่านั้น

รศ.นพ.ศิริศักดิ์ ยกตัวอย่างข้อมูลเด็กถูกฟ้าผ่าตาย ที่จ.บุรีรัมย์ ว่า

มีเด็ก 9 คนเล่นอยู่กลางทุ่ง พอดีฝนตก ฟ้าร้อง เด็กทั้งหมดพากันไปหลบฝนในกระท่อมใต้ต้นไม้ ปรากฏว่าเกิดฟ้าผ่า เด็กทั้ง 9 คนสลบคาที่ มีเด็ก 3 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบว่า

เด็กที่เสียชีวิตพกโทรศัพท์มือถือติดตัว อีกคนใส่นาฬิกาข้อมือ คือคนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีสื่อนำ ส่วนเด็กที่รอดชีวิตบางคน มีภาวะหูหนวก ดังนั้นจึงขอฝากไปยังพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวัง และป้องกันตัวเอง ตามคำแนะนำ เมื่อฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าด้วย.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์