กินมังสวิรัติช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไร ??

กินมังสวิรัติช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไร ??


คำถามที่ว่า กินมังสวิรัติช่วยลดโลกร้อนตรงไหน กินแล้วไม่ขาดสารอาหารหรือ ???

รู้ไหมว่าการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารน่ะ เป็นตัวการหลักที่ทำให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม

องค์การสหประชาชาติเค้าเคยรายงานไว้ว่าอย่างนั้น แถมยังบอกด้วยว่า การเลี้ยงสัตว์อย่างมโหฬารในฟาร์มเป็นตัวก่อมลพิษในน้ำ อากาศ ดิน และเป็นต้นเหตุของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ แถมยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด มากเสียยิ่งกว่าการขนส่งด้วยซ้ำ

คิดดู : การเลี้ยงสัตว์ - สัตว์ต้องกินอาหาร - ต้องถางป่าเพื่อปลูกพืชอาหารให้สัตว์ ใช้ปุ๋ยและฉีดยาฆ่าแมลง - สัตว์ถูกกักขังในที่แคบ ไม่ได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติของมัน - อึฉี่ถูกปล่อยสู่ดินและน้ำมหาศาล ฯลฯ

คิดดู : การปลูกพืชอาหารเพื่อปศุสัตว์ แค่ในสหรัฐอเมริกาใช้น้ำมากมายถึงครึ่งหนึ่งของน้ำที่มีให้ใช้ในประเทศ สัตว์เหล่านั้นกินถั่วเหลืองและข้าวโพดคิดเป็นร้อยละ 70 ของผลิตผลธัญพืชทั้งหมด และธัญพืชที่ปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์ เฉพาะในสหรัฐฯ สามารถเลี้ยงคนได้มากมายถึง 800 ล้านคน

คิดดู : การผลิตเนื้อนมไข่ต้องใช้พลังงานการผลิต 4 ถึง 54 ส่วน เพียงเพื่อให้ได้โปรตีนแค่ 1 ส่วน

เพราะอย่างนี้ หลายคนจึงถือว่าการกินพืช ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชโดยตรง เป็นการใช้พลังงานอย่างเข้าท่า คุ้มค่า ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ในยุโรปบางประเทศ ถึงกับเชิญชวนให้พลเมืองและเด็กนักเรียนกินมังสวิรัติสัปดาห์ละหนึ่งวันด้วยซ้ำ

แม้แต่ในทางเศรษฐศาสตร์ก็ยังถือว่า ถ้าเราเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารให้น้อยลง ทรัพยากรทางการเกษตรจะฟื้นตัว การใช้ที่ดินและน้ำจะคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คนส่วนใหญ่มีเงินพอจ่ายค่าอาหารมากขึ้น

และยังบอกด้วยว่าการกินพืชผักจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ เพราะการลดละบริโภคเนื้อสัตว์ทำให้คนมีสุขภาพดีขึ้น

แปลกใจล่ะซี้...

ก็บัดนี้ แพทย์ในสหรัฐอเมริกาพากันออกใบสั่งให้คนไข้ที่ไขมันและคอเลสเทอรอลล้นเกิน ทั้งหลาย หันมากินแต่พืชผัก งดเนื้อนมไข่ จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ไปแล้ว

เรื่องที่ว่าคนกินสัตว์จะมีสุขภาพดี แข็งแรง หรือได้รับสารอาหารครบถ้วนกว่าคนกินมังสวิรัตินั้น ป้าไม่ค่อยแน่ใจหรอกจ้ะ

มันอยู่ที่ว่าเราจะกินอย่างไรให้สมดุลมากกว่า คนกินมังฯ ได้รับโปรตีนจากถั่วเหลืองและเต้าหู้ ได้แคลเซียมจากงาดำและผักใบเขียว ได้วิตามินและเกลือแร่เหลือเฟือจากผักผลไม้


ตั้งกว่า 10 ปีมาแล้วที่สมาคมโภชนาการอเมริกัน (American Dietetic Association) ยืนยันว่าอาหารมังสวิรัติ "มีความสัมพันธ์ในทางบวกกับการลดความเสี่ยงโรคและอาการเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน หลอดเลือดหัวใจ เครียด เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด...คนกินมังสวิรัติมีอัตราการเป็นโรคและอัตราการตายจากโรค เรื้อรังน้อยกว่าคนที่ไม่ได้กินมังสวิรัติ"

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนกินเนื้อ หรือกินมังฯ ถ้าหากไม่กินอาหารให้หลากหลายครบถ้วน หรือกินแต่อาหารขยะ ไม่ขยับเขยื้อนออกกำลังกาย จิตใจเศร้าหมองเคร่งเครียด แล้วจะเอาสิ่งใดมาให้ร่างกายแข็งแรง

ถ้าหากปอนคิดเรื่องนี้และอยากกินมังสวิรัติอยู่ แต่ยังไม่ค่อยแน่ใจ ป้าขอเสนอให้ปอนลองหาข้อมูลทางโภชนาการ ลองพูดคุยกับคนกินมังสวิรัติดู-ถามถึงข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวัง ก็น่าจะได้ความรู้ที่จะปรับให้เข้ากับตัวเราได้หลายประการ

การทดลองลดละเนื้อสัตว์ไปทีละอย่าง หรือทีละน้อยก่อนก็ได้ อย่างที่ใครตั้งหลายคนงดกินเนื้อวัว หรือเนื้อหมู ก็เป็นก้าวแรกที่ดีเหมือนกันนะ พออยู่ตัวแล้วค่อยลดการกินเนื้อสัตว์เพิ่ม หรือถ้าอยากลองให้รู้กันไปเลย ก็ควรทดลองกินมังสวิรัติสัก 1-2 สัปดาห์ก่อนก็ได้ ดูว่าร่างกายและจิตใจของเราจะบอกกับเราว่าอย่างไร

อันที่จริงในโลกนี้มีคนมากมายที่กินมังสวิรัตินะ คนอินเดียเป็นล้านๆ เป็นมังสวิรัติ (ชนิดไม่งดกินนม) ตั้งแต่เกิด แต่เขากินอาหารอย่างหลากหลายครบถ้วน (อินเดียอุดมไปด้วยถั่วชนิดต่างๆ) แถมยังกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษด้วยซ้ำ ดูอย่างมหาตมะ คานธี ก็เป็นมังสวิรัตินะ

นอกจากคานธี นักคิด นักวิทยาศาสตร์ และคนฉลาดมากมายที่เป็นมังสวิรัติ เช่น เพลโต ลีโอ ตอลสตอย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เบนจามิน แฟรงคลิน พอล แมคคาร์ตนีย์ ฯลฯ

ท่านติชนัทฮันห์เคยพูดว่า "ด้วยอาหารแต่ละมื้อ เราได้เลือกที่จะช่วยเหลือหรือทำร้ายแม่ธรณี ‘วันนี้ฉันจะกินอะไรดี ?' เป็นคำถามที่ลึกซึ้งมาก"


ขอบคุณ : greenworld.or.th



เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้