ภัยโจรอ้างเป็นตำรวจข่มขู่ยัดข้อหาผู้หญิงขับรถระวัง


“ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” ของคนไทย แม้แต่คนที่อยู่ในกรุงเทพฯเมืองหลวง ยังคงมีปัญหามากมายหลากหลายรูปแบบที่ต้องเผชิญกัน และขณะที่คนไทยยังต้องรอคอยการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างเข้มข้นจริงจังโดยฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินก็ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ หลัง “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” นำเสนอกรณีปัญหา “โจรกรรมรถ” ที่เจ้าทุกข์ผู้เสียหายรายหนึ่งใช้พลังออนไลน์ โซเชียลมีเดีย-โซเชียลเน็ตเวิร์ก จนโจรถูกจับได้ เสียงเล่าเสียงร้องถึงปัญหาลักษณะนี้ก็หลั่งไหลเข้ามา และล่าสุดก็มีเสียงเล่าถึง ’ภัยสังคมรูปแบบใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถ“ ที่คนใช้รถต้องระมัดระวังให้ดี

กรณีนี้ เป็นกรณี ’แก๊งมิจฉาชีพ“ ที่มาในรูปแบบการ ’อ้างตัวเป็นตำรวจ“ เน้น ’หาเหยื่อที่เป็นผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว“ โดยจะมีการ ’อ้างกฎหมายข่มขู่“ หวังกินนิ่มเหยื่อจากความกลัว!!!!!

’ถ้าวันนั้นเพื่อนไม่เดินตามมาดู หรือเรากลัวจนยอมตามเขาไป อะไรจะเกิดขึ้น??“ …เป็นเสียงของหญิงสาวที่ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ขออนุญาตเรียกชื่อเธอสั้น ๆ ว่า ดาว ซึ่งเพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายระทึกมาได้ชนิดฉิวเฉียด ซึ่งเธอบอกเล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังตื่นตกใจอยู่ไม่น้อย แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเป็นสัปดาห์แล้วก็ตาม

ผู้ที่เกือบตกเป็นเหยื่อรายนี้เล่าว่า...จุดเกิดเหตุเป็นลานจอดรถห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ย่านถนนพระราม 1 พื้นที่ปทุมวัน ซึ่งเธอยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่เปลี่ยว” มีคนสัญจรไปมาตลอด เธอขับรถเข้าไปจอดที่นี่เพื่อทำธุระ จุดที่จอดรถก็ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าออกของห้าง ซึ่งเธอก็มองว่าปลอดภัย “ไม่ใช่จุดอับสายตา” หลังทำธุระเสร็จก็ออกจากห้างเดินกลับมาที่รถ ก่อนถึงรถก็กดรีโมตเปิดประตู แต่อีกแค่ไม่กี่ก้าวที่จะถึงตัวรถ ก็เกิดเหตุไม่คาดคิด

มีชายฉกรรจ์ 2 คน จู่โจมเข้าประชิดตัวเธอ คนหนึ่งแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ แต่มีเสื้ออีกตัวคลุมทับ อีกคนแต่งตัวแบบทั่ว ๆ ไป แต่มีบัตรแขวนคอโดยบัตรนั้นมีสัญลักษณ์คล้ายกับบัตรและตราตำรวจ ชายทั้งสองจู่โจมเข้ามารวดเร็ว ขณะที่เธอกำลังงงและตกใจ
1 ใน 2 คนก็บอกน้ำเสียงกร้าว ๆ ว่า รถคันนี้มีปัญหา?!?!?

’เขาบอกว่าได้รับแจ้งว่ารถคันนี้ใช้ทะเบียนผิดกฎหมาย ห้ามเราแตะต้องรถเด็ดขาด เราก็งง เพราะซื้อรถจากศูนย์ เป็นรถมือหนึ่ง ไม่ใช่มือสอง แถมใช้งานมาหลายปี ต่อทะเบียนเสียภาษีทุกปี จะมีปัญหาได้ยังไง เราก็บอกไปแบบนี้ แต่เขาไม่ฟัง ยืนยันว่าผิดท่าเดียว บอกเราว่าต้องไปโรงพักกับเขา“

ผู้ที่เกือบตกเป็นเหยื่อเล่าต่อไปว่า เมื่อชายทั้ง 2 คนเห็นว่าเธอมีท่าทีลังเล 1 ใน 2 ก็บอกให้นำสมุดทะเบียนรถมาแสดง เมื่อเธอชี้แจงว่าไม่มีใครพกสมุดจริงติดตัว หรือเก็บไว้ในรถ เพราะหากรถถูกขโมยก็จะหายไปพร้อมกับรถด้วย ซึ่งเธอก็พยายามยืนยันความบริสุทธิ์ด้วยการเปิดสำเนาสมุดที่ได้สแกนไว้และบันทึกเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือให้ดู แต่ชายทั้งคู่ก็บอกปัด ยืนยันจะให้ไปโรงพักกับเขาท่าเดียว
พร้อมบอกว่าถ้ามีปัญหาก็ให้คุยกับ “ผู้ใหญ่” ของเขาเอง โดย 1 ใน 2 ได้กดโทรศัพท์ต่อสายให้เธอคุยกับใครบางคน ซึ่งเป็นตัวละครตัวที่ 3

ปลายสาย อ้างว่าเป็น “นายตำรวจ” ดูแลเรื่องงานทะเบียน อ้างว่าได้รับแจ้งว่าทะเบียนรถคันนี้มีปัญหา อาจเป็นรถที่ถูกขโมย หรือถูกสวมทะเบียน ซึ่งแม้ว่าเธอจะพยายามอธิบาย แต่อีกฝั่งก็พยายามตัดบทตลอด โดยบอกให้เธอเดินทางพร้อมชายทั้ง 2 คนไปเคลียร์ที่โรงพัก โรงพักที่ถูกแอบอ้าง ถูกแก๊งนี้ระบุ คือ สน.พญาไท

’เราเริ่มได้กลิ่นไม่ดี ตอนที่บอกว่าต้องไปเคลียร์ที่ สน.พญาไท เพราะโรงพักใกล้สุดน่าจะเป็น สน.ปทุมวัน และตอนเกิดเรื่องก็เริ่มจะมืดแล้ว ตอนนั้นประมาณทุ่มกว่า ๆ เกือบ 2 ทุ่ม ระหว่างลังเล พอดีเพื่อนที่แยกไปเขาเห็นผิดสังเกต จึงตามมาดู เราก็เลยรอดมาได้แบบฉิวเฉียด“...ดาวกล่าว

เธอเล่าให้ฟังต่อไปว่า... หลังเพื่อนพยายามสอบถาม ชายทั้ง 2 ก็แสดงทีท่าไม่พอใจ เพื่อนจึงบอกว่าไปโรงพักก็ได้ แต่ขอเปลี่ยนเป็น สน.ปทุมวัน เพราะใกล้กว่า ชายทั้ง 2 ก็ทำท่าจะไม่ยอม แต่พอเพื่อนบอกว่าไม่ต้องกลัวว่าจะหนี เพราะพ่อของเขาก็เป็นตำรวจ ชื่อนี้ ยศนี้ ตำแหน่งนี้ ชาย 2 คนนี้ก็เริ่มลังเลและมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังไม่วายจะขู่ แล้วระหว่างนั้น 1 ใน 2 ก็ชิ่งหายไป พอสอบถามชายคนที่ยังอยู่ ซึ่ง อ้างว่าเป็น “จ่า” ก็อ้างว่าอีกคนต้องรีบไปจับยาบ้า และสุดท้ายก็ทำเป็นยอมให้ไป สน.ปทุมวัน ให้แยกกันไปก็ได้ ทำเป็นย้ำว่าต้องไปแน่นะ

พอดาวและเพื่อนไปถึง สน.ปทุมวัน ก็ไปพบร้อยเวร เล่าให้ฟัง แต่ร้อยเวรไม่รู้เรื่อง และบอกว่านี่ผิดปกติ เคยได้ยินเรื่องแบบนี้หลายหน แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดในท้องที่นี้ เธอจึงมั่นใจว่า “เจอเข้าให้แล้ว!!” อย่างที่คิดไว้แต่แรก และได้ลองต่อโทรศัพท์ไปตามเบอร์ที่ชายซึ่งอ้างว่าเป็นจ่าให้ไว้หลายหน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้...

ทั้งนี้ ดาวบอกว่า... เธอโชคดีที่ไม่เป็นอะไร เพราะไม่ยอมไปตามคำขู่แต่แรก ถ้าวันนั้นตกหลุมพรางยอมตามไป จะเกิดอะไรขึ้น??? จะเสียเงิน เสียรถ หรืออะไรอื่น ๆ อีก??? เธอเองแทบไม่อยากคิด!!! ซึ่งที่เธอเปิดเผยพฤติการณ์มิจฉาชีพลักษณะนี้ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ต้องขับรถคนเดียว

กรณีนี้ก็สะท้อนเตือนว่า ภัยร้ายอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

ภัยเก่า-ภัยรูปแบบใหม่ เกิดได้เสมอ แม้แต่กลางเมือง


และบางคน ก็อาจจะโชคร้าย ไม่ใช่แค่เฉียด!!!!!.

ภัยโจรอ้างเป็นตำรวจข่มขู่ยัดข้อหาผู้หญิงขับรถระวัง

เครดิต :
เครดิต : เดลินิวส์ (อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์)


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์