แค่ “ความกลัว” หรือเป็น “โรคกลัว”

แค่ “ความกลัว” หรือเป็น “โรคกลัว”


ความกลัว กับ โรคกลัวต่างกันอย่างไร ความกลัวจะป้องกันเราจากอันตราย แต่โรคกลัวนั้นไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับภัยอันตรายสักเท่าไหร่ คนอเมริกันกว่า 19 ล้านคนเป็นโรคกลัวอะไรสักอย่างหนึ่ง โรคกลัวหรือ phobia คืออาการกลัวขั้นรุนแรง หรืออาการกลัวที่ก่อให้เกิดความรำคาญซึ่งจะเกิดจากสถานการณ์ กิจกรรมหรือวัตถุบางอย่างก็ได้ คนที่เป็นโรคกลัวอาจจะรู้ว่าความกลัวหรือความกังวลใจนั้นไม่มีเหตุผล แต่ก็ห้ามความรู้สึกไม่ได้เช่นกัน ความรู้สึกกลัวนั้นอาจจะรุนแรงมากจนทำให้คุณเป็นอัมพาตได้เลย มาดูกันว่าคนเรากลัวอะไรบ้าง

โรคกลัวมี 3 ประเภท

มีโรคกลัวอะไรต่างๆมากมายกว่าหลายร้อยชนิดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วซึ่งในจำนวนนี้รวมไปถึง phobophobia หรือ ความกลัวโรคกลัว แต่เวลาพูดถึงโรคกลัวทั้งหลาย บรรดาผู้เชี่ยวชาญจะแบ่งโรคกลัวเป็น 3 ประเภท คือ

agoraphobia - ความวิตกกังวลอย่างหนักในที่สาธารณะที่ทำให้การหลบหนีเป็นไปได้ยาก

social phobia - ความกลัวและการหลบหลีกสถานการณ์ทางสังคม

specific phobia – ความกลัวจากวัตถุหรือสถานการณ์บางอย่าง

Agoraphobia: โรคกลัวสถานที่สาธารณะ

คำว่า agora คือตลาดหรือสถานที่พบปะกันในกรีกโบราณ บางคนที่เป็นโรคกลัวชนิดนี้จะกลัวการติดอยู่ในสถานที่สาธารณะ หรือสถานที่อย่างเช่น สะพาน หรือคิวต่อแถวที่ธนาคาร ความกลัวที่แท้จริงของโรคกลัวประเภทนี้คือการที่กลัวว่าจะไม่สามารถที่จะหลบหนีออกไปจากสถานที่นั้นๆได้เมื่อเกิดความวิตกกังวลอย่างรุนแรง ผู้หญิงเป็น Agoraphobiaมากกว่าผู้ชายถึงสองเท่าและถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้อาจจะออกจากบ้านไม่ได้อีกเลย 9ใน10คนที่ได้รับการรักษาจะมีอาการดีขึ้น


แค่ “ความกลัว” หรือเป็น “โรคกลัว”



Social Phobia: ความกลัวที่มากกว่าความขี้อาย

คนที่เป็น social phobia หรือโรคกลัวการเข้าสังคมนั้นไม่ใช่แค่ขี้อายแต่มีความวิตกกังวลและความกลัวอย่างหนักว่าตนเองจะแสดงออกอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆทางสังคม การกระทำของฉันจะดูเหมาะสมมั้ยนะ? คนอื่นจะรู้มั้ยนะว่าฉันรู้สึกกังวลอยู่? ฉันจะนึกออกมั้ยว่าจะต้องพูดอะไรเมื่อถึงเวลานั้น? เนื่องจากว่าโรคกลัวการเข้าสังคมมักจะนำไปสู่การหลีกเลี่ยงการติดต่อทางสังคมจึงทำให้โรคกลัวประเภทนี้มีผลกระทบด้านลบที่รุนแรงต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่นและชีวิตในการทำงานของผู้ป่วยอย่างมาก

Claustrophobia: ฉันต้องการทางออก

Claustrophobia หรือโรคกลัวที่เกิดจากความความกลัวเวลาอยู่ในพื้นที่ปิดเป็นโรคกลัวแบบเฉพาะ (specific phobia) ที่พบได้บ่อย คนที่เป็นโรคนี้จะไม่สามารถขึ้นลิฟท์หรือเข้าอุโมงค์ได้โดยปราศจากความวิตกกังวลอย่างหนั ก เพราะผู้ป่วยกลัวความอึดอัดและการติดอยู่ในที่ที่ทำให้ออกไปไหนไม่ได้ผู้ที่เป็นโรคนี้จะหลีกเลี่ยงพื้นที่คับแคบ และมักจะมี ”พฤติกรรมมองหาความปลอดภัย” เช่น เปิดหน้าต่าง หรือนั่งใกล้ทางออก พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้สถานการณ์นั้นพอทนได้ แต่ก็ไม่ได้บรรเทาความกลัว

Zoophobia: กลัวสัตว์ป่านานาชนิด

โรคกลัวชนิด specific phobia ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ zoophobia หรือโรคกลัวสัตว์ต่างๆ คำว่า zoophobia จริงๆแล้วเป็นชื่อเรียกแบบรวมๆที่รวมโรคกลัวสัตว์หลายๆชนิดเอาไว้ด้วยกัน ตัวอย่างเช่น arachnophobia กลัวแมงมุม ophidiophobia กลัวงู ornithophobia กลัวนก และ apiphobia กลัวผึ้ง เป็นต้น โรคกลัวสัตว์ต่างๆที่ว่ามานี้มักจะเกิดขึ้นในวัยเด็กและบางครั้งก็หลายไปเมื่อโตขึ้น แต่บางทีโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังไม่หาย

Brontophobia: กลัวฟ้าร้อง

bronte ในภาษากรีกแปลว่า ฟ้าร้อง และ brontophobia แปลว่า การกลัวฟ้าร้อง ถึงแม้ว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะรู้ว่าฟ้าร้องทำอะไรพวกเขาไม่ได้ แต่ก็ปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอกตอนที่ฝนตกฟ้าคะนอง ผู้ป่วยอาจจะถึงขั้นหลบอยู่ในบ้านโดยการหมอบอยู่หลังโซฟาหรือหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้า โรคกลัวทั้งฟ้าแลบฟ้าร้องจะเรียกว่า astraphobia ซึ่งเป็นความกลัวที่เกิดทั้งในคนและสัตว์

Acrophobia: กลัวความสูง

Acrophobia คือการกลัวความสูงอย่างหนัก คนที่เป็นโรคนี้อาจถูกความกลัวโจมตีเพียงแค่จากการเดินขึ้นบันไดหรือไต่บันไดเท่านั้น บางครั้งความกลัวก็มีมากจนทำให้ขยับตัวไม่ได้เลย Acrophobia ทำให้ผู้ป่วยตกอยู่ในอันตราย เมื่อความวิตกกังวลเข้าจู่โจมอาจทำให้ผู้ป่วยพาตัวเองออกมาจากสถานที่สูงที่เป็นสาเหตุนั้นด้วยความยากลำบากอย่างมาก

Aerophobia: กลัวการบิน

คนที่เป็นโรค aerophobia คือคนที่กลัวการขึ้นเครื่องบิน โดยปกติแล้วโรคนี้จะเกิดหลังจากประการณ์อันเลวร้ายเกี่ยวกับเครื่องบิน เช่น ความปั่นป่วนทางอากาศ หรือพบเห็นผู้โดยสารคนอื่นอยู่ในอาการตื่นตระหนก ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ต่างๆจะถูกลืมไปแล้ว แต่ความกลัวนั้นยังคงอยู่และจะถูกกระตุ้นขึ้นมาโดยการดูหนังที่มีฉากอุบัติเหตุทางเคื่องบินในทีวี การบำบัดโรคด้วยการสะกดจิต hypnotherapy มักจะใช้ในการตรวจขั้นแรกและการรักษาโรคนี้


 

Blood-Injection-Injury Phobias

มีโรคกลัวเกี่ยวกับเลือด การฉีดยา และการบาดเจ็บอยู่ซึ่งประกอบไปด้วย hemophobia (กลัวเลือด)trypanophobia (กลัวการฉีดยา) บางคนเป็นโรคกลัวการได้รับบาดเจ็บ และบางคนก็เป็นโรคกลัวการรักษาทางการแพทย์ที่จะต้องใส่อะไรเข้าไปในร่างกาย ผู้ป่วยที่มีโรคกลัวเหล่านี้มักจะมีอาการเป็นลม

There is a spectrum of blood, injection, and injury phobias including hemophobia




แค่ “ความกลัว” หรือเป็น “โรคกลัว”


กลัวเรื่องเหนือธรรมชาติ

Triskaidekaphobia คือโรคกลัวอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเลข 13 ถ้าความคิดเรื่องผีๆทำให้คุณวิตกกังวลจนเกินไปคุณอาจจะเป็นโรค phasmophobia และถ้าถึงแม้ว่าแวมไพร์จะไม่มีจริงแต่บางคนก็ยังกลัวค้างคาวอยู่ก็แสดงว่าพวกเขาเป็นโรค chiroptophobia

Emetophobia

Emetophobia คือโรคกลัวการอาเจียนซึ่งมักจะเกินในช่วงแรกของชีวิตจากประสบการณ์อันเลวร้ายบางอย่าง เช่น คนที่พบเห็นเพื่อนที่โรงเรียนอาเจียนในที่สาธารณะหรืออาจจะเคยเป็นคนอาเจียนเอง ความวิตกกังวลอาจจะถูกกระตุ้นจากการคิดถึงการอาเจียน หรือ คิดถึงสถานที่เช่น โรงพยาบาลซึ่งการอาเจียนจะพบได้บ่อย เช่นเดียวกันกับ aerophobia ที่จะใช้ hypnotherapy ในการรักษา

Carcinophobia: กลัวมะเร็ง

คนที่เป็น carcinophobia หรือ cancerophobia มีชีวิตอยู่กับความกลัวที่ไม่สมเหตุสมผลว่าตัวเองจะเป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะอาการเจ็บปวดทางร่างกายตรงไหนก็จะถูกโยงให้เป็นสัญญาณว่ามีเนื้อร้ายกำลังเติบโตอยู่ในร่างกายไปเสียหมด เช่น อาการปวดหัวก็จะกลายเป็นสัญญาณว่ามีเนื้อร้ายในสมอง Cognitive therapy เป็นการรักษาที่จะทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลัวมะเร็งกลับมามีชีวิตปกติได้อีกครั้ง

ความกลัวอื่นๆ

คนที่กลัวอะไรก็ตามที่ใหม่แสดงว่าเป็นโรค neophobia และคนที่กลัวการแก่ หรือกลัวคนแก่แสดงว่าเป็นโรค gerontophobia บางคนอาจจะเป็นโรค phartophobia หรือโรคกลัวการผายลมในที่สาธารณะ คนที่เป็นโรค odontiatophobia จะทำทุกวิถีทางที่จะหลีกเลี่ยงการไปหาหมอฟัน และ spargarophobic คือการกลัวหน่อไม้ฝรั่ง

ผลกระทบต่อชีวิตที่มาจากโรคกลัว

โรคกลัวทำให้คนเปลี่ยนการใช้ชีวิตเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองกลัว แต่ชีวิตของพวกเขายังได้รับผลกระทบจากความพยายามที่จะปกปิดความกลัวไม่ให้คนอื่นเห็นอีกด้วย บางคนที่เป็นโรคกลัวนั้นมีปัญหากับเพื่อน คนในครอบครัว ล้มเหลวทางการศึกษาและการงานในขณะที่พยายามจะจัดการกับโรคกลัวนี้ ถึงแม้ว่าโรคกลัวนี้อาจจะได้รับผลกระทบโดยวัฒนธรรม และถูกกระตุ้นโดนประสบการณ์ชีวิตต่างๆ แต่โรคพวกนี้ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกรรมพันธุ์มาจากคนในครอบครัว สมาชิกในครอบครัวที่สืบเชื้อสายโดยตรงของคนที่เป็นโรคกลัวนั้นมีความเสี่ยง 3 เท่าที่จะเป็นโรคกลัวมากกว่าคนที่ครอบครัวไม่มีประวัติการเป็นโรคนี้มาก่อน

Treating Phobias การรักษาโรคกลัว

การลดความรู้สึกเป็นขั้นตอนในการค่อยๆให้ผู้ป่วยโรคกลัวเผชิญกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความกลัวทีละน้อย เมื่อเวลาผ่านไปความกลัวจะลดน้อยลงเมื่อผู้ป่วยสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น การรักษาด้วยวิธีนี้มักทำควบคู่ไปกับการพูดคุยบำบัดที่จะช่วยให้ผู้ป่วยเปลี่ยนมุมมอง และพัฒนารูปแบบการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ที่เกียวกับโรคกลัว ข่าวดีก็คือการรักษาสามารถช่วยผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาถึง 90%

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Phobia

1 ใน 6 ของคนอเมริกันเป็นโรคกลัวเครื่องบิน

Aviophobia หรือโรคกลัวการบินนั้นพบได้บ่อยมาก แม้แต่การเห็นลูกเรือก็อาจจะทำให้มีอาการได้ ในความเป็นจริงแล้วการกลัวการบินเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สายการบินและเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศถูกกักตัว บางคนถูกก่อกวนด้วยการบินที่ติดขัดหรือการบินในสภาพอากาศที่ไม่ดี ผู้ป่วยอาจจะกลัวการตกอยู่ในอาการตื่นตระหนัก หรือรู้สึกวิตกในที่แคบ บางคนก็กลัวว่าจะเสียชีวิตในอุบัติเหตุเครื่องบนตก

Clown phobias มีจริง

ถ้าคุณตกใจกับการเห็นคนทำลูกโป่งรูปสัตว์ที่แต่งหน้าสีขาวและสวมวิกสีแสดง คุณไม่ได้เป็นอยู่คนเดียวเพราะCoulrophobia โรคกลัวตัวตลกไม่ใช่เรื่องน่าขันสักเท่าไหร่

เด็กๆที่กลัวการปิดไฟนอนไม่ถือว่าเป็นโรคกลัว

ไม่ต้องคิดมากถ้าเด็กๆกลัวความมืดหรือกลัวว่าจะมีสัตว์ประหลาดแอบซ่อนตัวอยุ่ใต้เตียงเพราะว่านั่นไม่ได้หมายความว่าเด็กเป็นโรค nyctophobia หรือโรคกลัวความมืด เด็กส่วนมากจะเลิกกลัวไปเองเมื่อโตขึ้น

โรคกลัวคือความกลัวอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อชีวิตซึ่งโรคกลัวจะส่งผลกระทบต่อปฏิกิริยาตอบสนองทั้งทางอารมณ์และทางร่างกาย คนที่เป็นโรคกลัวจะรู้ตัวว่าตัวเองมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุงแรง

โรคกลัวบางอย่างทำให้ตัวเลือกแซนวิชลดลง

ถ้าคุณเป็นโรค arachibutyrophobia หมายความว่าคุณเป็นโรคกลัวเนยถั่ว บางคนกลัวว่าเนยถั่วจะติดอยู่ที่เพดานปาก! อย่างไรก็ตามเนยถั่วไม่ใช่ของกินอย่างเดียวที่คนกลัว เช่นpargarophobia คือโรคกลัวหน่อไม้ฝรั่ง

มหาเศรษฐี Howard Hughes ใส่กล่องทิชชู่ไว้ใต้เท้าเพราะว่าเป็นโรคกลัวเชื้อโรค

ในบั้นปลายของชีวิต Howard Hughes กลัวเชื้อโรคมากจนกระทั่นเผาเสื้อผ้าตัวองถ้าคนใกล้ตัวไม่สบาย และใส่กล่องทิชชู่ไว้ที่เท้า

โรค mysophobia ที่เขาเป็นคือโรคกลัวเชื้อโรคอย่างหนัก อาจจะเริ่มจากสมัยที่ยังเป็นเด็กเมื่อแม่ของเขาชอบมาเช็คตลอดว่าเขาเป็นโรคอะไรรึเปล่า–

คุณอาจจะเป็นโรคกลัวถ้าคุณกลัวโทรศัพท์หาย

ถ้าความคิดที่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณหายทำให้คุณหวาดวิตก คุณอาจจะเป็น nomophobia (no-mobile phone phobia)

ถึงแม้ว่ากลุ่มทางการแพทย์ชั้นนำจะยังไม่รวมโรคนี้เข้าไปในลิสต์ของโรคกลัวอย่างเป็นทางการแต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่าคนเราติดโทรศัพท์มือถือมาก งานวิจัยเล็กๆชิ้นหนึ่งพบว่า 73% ของเด็กนักเรียนถึงกับนอนกับโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว

โรคกลัวมักจะเริ่มจากตอนเป็นเด็ก

โรคกลัวสามารถเกิดได้จากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนอารมณ์ในวัยเด็ก บางคนที่กลัวนกอาจจะเป็นเพราะว่าตกใจกลัวนกที่บินเข้ามาในบ้านตอนเด็กๆ แต่จริงๆแล้วสาเหตุของโรคกลัวมักจะไม่แน่ชัดแต่โรคกลัวมักจะเกิดในครอบครัวที่มีคนเป็นโรคนี้

คุณอาจจะเป็นโรคกลัวว่าจะเป็นโรคกลัว (กลัวเซ็บชั่น 555)

ถ้าคุณกลัวว่าจะเป็นโรคกลัว คุณอาจจะเป็นโรค phobophobia ยังมีโรคกลัวแปลกๆอื่นๆอีก เช่น

Amathophobia – กลัวฝุ่น

Peladophobia – กลัวคนหัวล้าน

Phartophobia – กลัวการผายลมในที่สาธารณะ

คำว่า phobia มาจากภาษากรีกที่แปลว่า การหนี ความหวาดกลัว และการหายใจไม่ออกเพราะถูกบีบคอ

อย่ารักษาโรคกลัวด้วยการเผชิญหน้า

การเผชิญหน้ากับโรคกลัวจะยิ่งทำให้แย่ลง นักบำบัดแนะนำให้ผู้ป่วยค่อยๆเผชิญกับความกลัวทีละน้อย

เช่น คนที่กลัวการนั่งเครื่องบิน ขั้นแรกอาจจะให้ดูรูปของเครื่องบินก่อน จากนั้นให้ดูวิดีโอก่อนที่จะไปสนามบินเพื่อดูเครื่องบินเทคออฟ ในที่สุดถึงจะให้นั่งเครื่องบินได้

วิธีการรักษาโรคกลัวนอกเหนือไปจากวิธีข้างต้นคือการให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมด้านลบ


ที่มา : http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X12886664/X12886664.html

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกียวกับโรคกลัวได้ที่

American Academy of Child and Adolescent Psychiatry, www.aacap.org

American Counseling Association, www.counseling.org


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้