ตัวการทำแพ้ในเครื่องสำอาง

ตัวการทำแพ้ในเครื่องสำอาง

ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่สาวๆใช้อยู่นั่น มีส่วนประกอบของสารเคมี อยู่ถึง 90% 

ซึ่งอาจทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนัง ผื่นแพ้ หรือแม้กระทั่งถ้าใช้ไปนานๆอาจเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้น เราต้องรู้หลักการเลือกซื้อ เลือกใช้อย่างถูกวิธี และมีข้อมูล

อย่างแรกและสำคัญที่สุดเลย คือ อย. จำเป็นอย่างยิ่งที่สาวๆ ผู้ใช้ทั้งหลาย จะต้องรู้ว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางนั้น ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่

แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะถึงจะเลือกใช้ครีมที่ผ่าน อย. ก็ใช่ว่าจะไม่แพ้เสมอไป ตามกฎหมายทางด้านยาและเครื่องสำอางของเมืองไทยบอกว่า ข้างขวดเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน บริษัทผู้ผลิตจะต้องบอกรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สถานที่ตั้งโรงงานที่ผลิตอยู่ที่ไหน, ผู้จัดจำหน่ายคือบริษัทอะไร และจะต้องแจ้งลิสต์ ส่วนประกอบที่ใช้ทั้งหมดในเครื่องสำอางขวดนั้น โดยไล่เรียงตามปริมาณที่ใช้จากมากไปหาน้อย แต่ไม่ต้องแสดงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น เราจะต้องรู้มากกว่านั้นอีก คือ แล้วสารอะไร ที่เป็นตัวการทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย ซึ่งโดยทั่วไปส่วนประกอบในเครื่องสำอางที่มักก่อให้เกิดการแพ้ จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

1.น้ำหอม (Fragrance)

จากผลการทดสอบการด้วยวิธี Patch test ที่ทำการทดลองโดย North American Contact Dermatitis Group (NACDG) ในปี 1998-2000 พบว่า น้ำหอมเป็นส่วนประกอบที่ก่อให้เกิดการแพ้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของน้ำหอมนั้น ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก 

เพราะถ้าไม่ผสมน้ำหอมลงไป กลิ่นอาจไม่ดึงดูดผู้บริโภคให้ซื้อ และที่น่ากลัวกว่านั้น คือ ในฉลากของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บางประเภท มักจะไม่มีระบุคำว่า “Fragrance” ไว้ แต่อาจจะใช้คำว่า “Essential Oil” ซึ่งจริงๆ ก็คือ น้ำหอมอ่อนๆ นั่นเอง อาจทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสนได้ ถ้าจะให้ดี ให้ัชัวร์ว่าไม่มีน้ำหอม ลองเลือกที่เขียนว่า Fragrance Free หรือ Hypo-allergenic ดู น่าจะปลอดภัยกว่า

2.สารกันเสีย (Preservative)

มีสารกันเสียจำนวนมากที่ก่อให้เกิดการแพ้ของผิวหนัง เช่น Formaldehyde หรือสารกลุ่ม Paraben เช่น Methylparaben และ Propylparaben ดังนั้น ในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีผลิตภัณฑ์จำนวนหนึ่งที่มักจะ claim ว่า “Paraben Free” หรือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการใช้สารกันเสียกลุ่ม Paraben เป็นส่วนประกอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการแพ้

3.สารแต่งสีในผลิตภัณฑ์น้ำยาทำสีผมและน้ำยาทาเล็บ

ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์แต่งสีผมหรือน้ำยาทาเล็บ ที่มักก่อให้เกิดการแพ้ได้บ่อย ได้แก่ Paraphenylenediamine (PPD) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้แต่งสีผม นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่ใช้ในการดัดผม คือ Glyceryl thioglycolate และ Ammonium Thioglycolate ก็ก่อให้เกิดการแพ้ได้บ่อยเช่นกัน

4. สารในผลิตภัณฑ์กันแดด

ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์กันแดดที่มักก่อให้เกิดการแพ้มากที่สุด ได้แก่ Paraaminobenzoic acid (PABA) ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันจึงไม่ค่อยพบสารนี้ในผลิตภัณฑ์กันแดด แต่จะเห็นสาร Oxybenzone (Benzophenone-3) แทน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ถึง 0.6% ส่วนสาร Avobenzene นั้นทำให้เกิดการแพ้ได้ค่อนข้างน้อย นอกจากนี้สารกันแดดอนุพันธ์ของสารกลุ่ม PABA , Benzophenones, Cinnamates และ Dibenzoyl-methanes จะทำให้เกิดการแพ้ที่เรียกว่า Photo-allergic dermatitis ซึ่งเป็นอาการแพ้หลังจากที่โดนแสงนั่นเอง

สำหรับอาการแพ้เครื่องสำอาง อาจจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของแต่ละคน บางคนอาจแพ้ส่วนประกอบนี้ แต่บางคนอาจจะไม่แพ้ก็ได้ ซึ่งความรุนแรงก็จะต่างกันออกไปด้วย ตั้งแต่เป็นผื่นแดงคันธรรมดา พวกนี้หยุดใช้เครื่องสำอาง และใช้ยาทา ยาทานก็จะดีขึ้น แต่บางคนอาจมีหน้าบวม ตาบวม หรือมีอาการหอบเหนื่อยร่วมด้วย พวกนี้น่ากลัว ต่อรีบมาหาหมอโดยด่วนเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การแพ้เครื่องสำอางเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน บางคนใช้อาจไม่แพ้ บางคนอาจจะแพ้ได้ ดังนั้น เราไม่ควรเชื่อคำบอกเล่าของคนอื่นหรือเชื่อการโฆษณาของสินค้านั้นๆ แต่เราควรที่จะมีความรู้และคอยสังเกตอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่เราใช้ผลิตภัณฑ์นั้น เพื่อหลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที ก่อนที่ใบหน้าสวยงามของคุณ จะต้องกลายเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วย ผื่นแดง คัน


เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้