เป็นหนี้บัตรเครดิต… แล้วจ่ายชำระไม่ได้

เป็นหนี้บัตรเครดิต… แล้วจ่ายชำระไม่ได้

จะทำยังไงดี…หากคุณชำระค่าบัตรเครดิตไม่ได้ ลองมาดูแนวทางแก้ไขจาก อ.ประมาณ กันก่อน เผื่อว่าคุณจะพบทางออกจากปัญหานี้ได้!!

ปัจจุบันเศรษฐกิจบ้านเราแกว่งไปตามภาวะโลกและสภาวะแวดล้อมต่างๆ โดยเฉพาะระยะหลังๆ มานี้หลายคนคงเกิดความกังวลว่า“เงินเดือนเท่าเดิม ทำไมข้าวของกลับแพงมากขึ้นแล้วตรูจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้…ทำไงดีอ้ะ ?” คุณผู้อ่านบางท่านที่มีปัญหาในเรื่องนี้ ใจเย็นๆ นะ ฉบับนี้จะะพยายามชี้ช่องทางให้ท่านปรับตัวเข้ากับภาวะปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต ที่คุณเผชิญอยู่โดยใช้ข้อกฎหมายและความช่วยเหลือต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้านเรา

อายุความบัตรเครดิต…2 ปี

บัตรเครดิตคือบัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกมาเพื่อให้ลูกค้านำไปใช้ซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าต่างๆ ที่รับบัตรนั้น หรือใช้บัตรถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งธนาคารก็จะทำหน้าที่จ่ายค่าสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ร้านค้าแทนเราไปก่อน ต่อมาธนาคารถึงจะเรียกเก็บเงินจากเราซึ่งเข้าลักษณะการทดรองจ่าย โดยอายุความของหนี้ประเภทนี้มีระยะเวลา2 ปี นับจากวันที่คุณชำระหนี้ครั้งสุดท้ายให้ธนาคารเจ้าหนี้ แปลว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินจะสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องบังคับให้คุณจ่ายเงินคืนหนี้บัตรเครดิตได้นั้นต้องฟ้องภายใน 2 ปี นับแต่คุณผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนดในใบแจ้งหนี้

นอกจากนี้ แม้ว่าหลัง 2 ปีที่คดีขาดอายุความแล้วธนาคารเจ้าหนี้ยื่นฟ้องคุณมา คุณจะทำเป็นเฉยๆเงียบๆ ไปเลยไม่ได้นะครับ คุณต้องยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนดของกฎหมายเช่นกัน

ระวัง…หากธนาคารเขียนสัญญา OD

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินบางแห่งเขาก็เลี่ยงข้อกฎหมายข้อนี้ ด้วยการออกบัตรเครดิตโดยให้ลูกค้าทำสัญญากู้ในลักษณะเป็นสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี (OD)เข้าลักษณะสัญญาบัญชีเดินสะพัด กรณีนี้ถือว่าสัญญาหนี้มีอายุความ 10 ปีตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเลย

ดอกเบี้ยทั้งหมดต้องไม่เกิน 28 %

การต่อสู้ทางคดีนั้น คุณผู้อ่านต้องพิจารณาว่ามีการเก็บดอกเบี้ยในอัตราเกินกฎหมายกำหนดที่ร้อยละ 15 ต่อปีหรือไม่ และเมื่อรวมกับค่าปรับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่ได้จ่ายจริงไม่ให้คิดเกินกว่าอัตราร้อยละ 28 ต่อปีนะครับในกรณีนี้ถึงแม้คุณจะมีรายได้พอจะใช้หนี้ ก็ให้คุณชำระคืนจนครบเงินต้นเท่านั้น แล้วให้หยุดชำระหนี้ทันทีเพื่อเจรจาดอกเบี้ยในส่วนที่เกินอัตราอยู่

นอกจากนี้ ในส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตทั้งหลาย คุณต้องพยายามรวบรวมเงินต้นที่ค้างชำระพร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ 15 หรืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยไปจ่ายหนี้ให้หมด (อย่างที่บอกไปแล้ว) หรือไม่ก็นำไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดีของแต่ละจังหวัด เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บริษัทเงินด่วนมาฟ้องร้องดำเนินคดีให้คุณเสียประวัติว่าผิดสัญญาได้

พิจารณา…การทำส่วนลดปิดบัญชีบัตรเครดิต

การทำส่วนลดปิดบัญชีหรือการตัดยอดหนี้บัตรเครดิตที่คุณจะตัดสินใจทำภายหลังเกิดภาวะหนี้ล้นจะต้องไม่ใช่ก่ารหมกเม็ดแก้ไขสัญ ญาหนี้เดิมที่คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยรวมเอาทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายแล้วทำเป็นยอมลดหนี้ให้นิดหน่อย (การประนอมหนี้) แต่เมื่อคดีคำนวณออกมาแล้วการประนอมหนี้ในคดีที่เกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลนั้นนลูกหนี้อาจจะเสียเปรียบกว่าการไปขึ้นศาลแล้วยกเรื่องดอกเบี้ยขึ้นต่อสู้   จะเห็นได้ว่าเรื่องของการตัดลดยอดหนี้นั้นมักจะเป็นกรณีของหนี้บัตรเครดิตเพราะหากลูกหนี้ตายก็จะกลายเปํ็นหนี้สญูจริงๆ ยกเว้นแต่ว่าลูกเมียได้รับทรัพย์มรดกจากผู้ตาย เจ้าหนี้ก็สามารถเรียกร้องให้ใช้หนี้คืน ตามวงเงินมรดกแค่นั้น  หนี้บัตรเครดิตแทบจะไม่มีหลักประกันใดๆ เลย ที่สำคัญอายุความของคดีบัตรเครดิตแค่ 2 ปี เท่านั้น ดังนั้นการทำส่วนลดปิดบัญชีหรือการตัดยอดหนี้เจ้าหนี้มีก็เป็นฝ่ายเสนอมากกว่าส่วนคุณจะทำหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเงื่อนไขสัญญาต่างๆ นะ

สิ่งที่ลูกหนี้ต้องรับมืออยู่เสมอคือการโทรศัพท์ทวงหนี้ซึ่งมักเป็นการทวงถามจากบริษัทรับทวงหนี้ทั้งนั้นครับ จำไว้ว่าเวลาที่คุณจะปรับโครงสร้างหนี้หรือประนอมหนี้อย่าทำสัญญากับบริษัทติดตามหนี้ให้ทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทบัตรเครดิตเท่านั้นนอกจากนี้ ท่านอาจติดต่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายและคำปรึกษาที่สำนักคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด สายด่วน 1157 หรือศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก็ได้ทั้งนั้นนะ


เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้