มารู้จักชาประเภทต่างๆ กัน

มารู้จักชาประเภทต่างๆ กัน


ชา เป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมบริโภคไม่น้อยไปกว่า กาแฟ และโกโก้ ชาถือกำเนิดมาจากพืชตระกูล Camelliea มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Camelliea sinensis ลักษณะเป็นไม้พุ่ม ใบแหลมสีเขียว ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ส่วนที่นำมาเป็นเครื่องดื่มจะอยู่บนสุด เป็นตำแหน่งของการผลิใบอ่อน และการแตกหน่อ ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณภาพดีที่สุด แต่ถึงจะมาจากพืชตระกูลเดียวกัน ก็ยังมีหลากหลายแบ่งได้ 4 ประเภท แตกต่างไปตามกรรมวิธีการหมักบ่ม หรือการผลิต ได้แก่

ชาขาว คือชาที่ได้จากการเลือกเก็บยอดชาที่อ่อนมาก คือยังมีขนเล็ก ๆ สีขาวปกคลุมยอดชาอยู่ ใบชาจะคงสภาพเหมือนใบชาสดและมีสีขาว น้ำที่ชงจากชาขาวจะมีสีใสๆถึงสีเหลืองอ่อน มีลักษณะใกล้เคียงกับชาเขียว ในแต่ละปีจะเก็บเกี่ยวยอดชาเพื่อนำมาผลิตชาขาวได้ในบางวันเท่านั้น

ชาเขียว คือชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก ในระยะเวลาสั้น การผลิตชาเขียว ทำโดยนำใบชาที่เก็บมาได้ มาผ่านไอน้ำหรือความร้อน เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทันที จากนั้นนำไปกลิ้งด้วยลูกกลิ้งและทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว ใบชาที่ได้จึงยังคงมีสีเขียว  ในชาเขียวจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันรอยเหี่ยวย่น สีผิวด่างดำ และแห้งกร้าน

ชาอูหลง คือชาที่ผ่านกระบวนการผลิตด้วยการหมักแต่เพียง 10-80 เปอร์เซ็นต์ คือระยะเวลาการหมักนานกว่าชาเขียว ชาประเภทนี้จะมีสีและกลิ่นมากกว่าชาเขียวขึ้นมาหน่อย รสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นหอม เมื่อดื่มจะให้รสฝาด และขมเล็กน้อย ชุ่มคอ

ชาอังกฤษ เป็นชาที่ติดอันดับท๊อปฮิตติดชาร์ทยอดนิยม ผู้คนนิยมดื่มกันทั่วโลก โดยเฉพาะแถบยุโรป คนไทยบางคนเรียกว่าชาฝรั่ง การผลิตจะนิยมใช้ชาพันธุ์ดีมีสารโพลีพินอลสูง ดีต่อสุขภาพ โดยเริ่มจากการนำใบชาไปหมักด้วยระยะเวลานานก่อให้เกิดการหมักอย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้สีและรสชาติที่เข้มข้นมาก น้ำชาเป็นสีส้มหรือน้ำตาลแดง

นอกจากรสชาติที่เข้มข้น และกลิ่นหอมชื่นใจแล้ว ชาอังกฤษยังช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ขับไล่ความเหนื่อยอ่อน สร้างความสดชื่น ป้องกันมะเร็ง ที่สำคัญช่วยชะลอความแก่ และป้องกันการเกิดสารอนุมูลอิสระ ช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและไวรัส เนื่องจากมีสารสารแทนนินสูง จึงช่วยป้องกันฟันผุบรรเทาอาการท้องเสีย ดั้งนั้นการต้มหรือแช่ชาอังกฤษนานๆ จะทำให้ได้สารแทนนินและ แร่ธาตุอื่นๆ เช่น ฟลูออไรด์ วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 มากขึ้นด้วย

สรุปง่ายๆได้ว่า
ใบชาที่เก็บมาจากยอดชาจะเรียกว่าชาขาว
เมื่อผ่านการหมักในระยะเวลาสั้นๆจะเรียกว่าชาเขียว
หากหมักระยะเวลานานขึ้นมาหน่อยจะมีสีเข้มขึ้นเรียกว่าชาอูหลง
ส่วนชาที่มีความเข้มข้นที่สุดเพราะผ่านการหมักบ่มอย่างยาวนานก็คือชาอังกฤษ นั่นเอง

ที่มา : tea break


เครดิต :

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้