ค้นพบหอคอยกะโหลกมนุษย์แห่งอาณาจักรแอซเทค

ค้นพบหอคอยกะโหลกมนุษย์แห่งอาณาจักรแอซเทค


ในประวัติศาสตร์มีนายทหารแห่งกองทัพสเปน ชื่ออันเดรส เดอ ทาเปีย ที่ได้เดินทางมายังดินแดนประเทศเม็กซิโก เมื่อปี พ.ศ.2064 หรือ 496 ปีมาแล้ว ซึ่งเขาบันทึกความน่าสะพรึงกลัวจากสิ่งที่พบเจอในช่วงล่าอาณานิคม ซึ่งบรรยายถึงหอคอยขนาดใหญ่ที่ประดับประดาไปด้วยกะโหลกศีรษะมนุษย์นับหมื่นหัว ทำเอาทหารสเปนที่จะเข้ายึดครองต่างขนหัวลุกไปตามๆกัน

เมื่อเวลาผ่านไปหอคอยกะโหลกมนุษย์ก็ถูกทับถมและจมอยู่ใต้กรุงเม็กซิโก ซิตี้ แต่ในปี 2558 นักโบราณคดีได้ขุดพบกะโหลกถึง 676 ชิ้นวางเรียงกันเป็นชั้นในอาคารทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เมตร ตั้งอยู่มุมโบสถ์ของเทพเจ้าวิตซีโลโปชตลี (Huitzilopochtli) ซึ่งเป็นเทพแห่งพระอาทิตย์และเทพแห่งสงคราม เป็นเทพที่ชาวแอซเทคจะบูชายัญมนุษย์เพื่อให้เทพพอใจ หอคอยดังกล่าวอยู่ใกล้กับเขตวิหารใหญ่ (Templo Mayor) ศาสนสถานที่สำคัญของอาณาจักรแอซเทค (Aztec) เคยเป็นชนชาติที่มีความเจริญรุ่งเรืองในอเมริกากลาง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เดิมกล่าวว่าศีรษะเหล่านี้เป็นของนักรบที่พ่ายแพ้ต่อกองทัพจักรวรรดิแอซเทค

แต่การค้นพบใหม่ นี้ทีมนักโบราณคดีเผยว่ามีกะโหลกของผู้หญิงและเด็กรวมอยู่ด้วย ทำให้เกิดคำถามถึงวิถีการบูชาเทพเจ้าของชนชาวโบราณกลุ่มนี้ นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าชาวแอซเทครวมถึงชนชาวเมโส-อเมริกัน ใช้กะโหลกเพื่อทำพิธีบูชายัญถวายเทพแห่งพระอาทิตย์ ซึ่งยังมีความคาดหวังว่าจะขุดพบกะโหลกมนุษย์โบราณเพิ่มขึ้นอีก.


 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์