เผยแผนระเบิดยะลา ปองร้ายในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ทรงพระสติมั่นคงอย่างน่าทึ่ง

เผยแผนระเบิดยะลา ปองร้ายในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ทรงพระสติมั่นคงอย่างน่าทึ่ง

เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์ มีหมายกำหนดการในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจและเยี่ยมเยือนราษฎรในจังหวัดภาคใต้

หน่วยข่าวกรองของรัฐ ได้รับข้อมูลตรงกันว่า ขบวนการพูโลจะก่อเหตุร้ายขึ้น ในวันที่ 22 กันยายน 2520 ซึ่งตามหมายกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจะเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานรางวัลแก่ครูสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ และพระราชทานธงประจำรุ่นแก่ลูกเสือชาวบ้าน ที่สนามโรงพิธีช้างเผือก ในสวนสาธารณะเทศบาลเมืองยะลา 

 

โดยสมาชิกขบวนการพูโลได้ให้สมาชิกในขบวนการแต่งกายเป็นลูกเสือชาวบ้าน ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จฯ และเมื่อเมื่อสบโอกาสก็จะเข้าประทุษร้าย แต่ถึงกระนั้น ในวันที่ 21 กันยายน 2520 

 

ก่อนเหตุระเบิดราว 20 ชั่วโมง ได้มีตำรวจชั้นนายพลขี่รถมอเตอร์ไซต์ฝ่าสัญญาณไฟจราจรพุ่งชนรถยนต์พระที่นั่งซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงขับอยู่ เหตุการณ์อลหม่านเล็กน้อย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทอดพระเนตรอยู่โดยไม่มีพระราชกระแสรับสั่งอย่างใด จนกระทั่งคนเจ็บที่กำลังหมดสติถูกนำตัวไปพ้นที่เกิดเหตุแล้ว จึงทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯต่อไปยังพระตำหนัก


เผยแผนระเบิดยะลา ปองร้ายในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ทรงพระสติมั่นคงอย่างน่าทึ่ง

แม้ฝ่ายทหาร ตำรวจ พลเรือน ได้ร่วมวางแผนกันเพื่อถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์อย่างเต็มกำลัง แต่ก็ได้เกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อคนร้ายได้ลอบวางระเบิด 2 ลูก บริเวณปะรำพิธีใกล้ลาดพระบาทที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินผ่าน โดยกลวิธีในการวางระเบิดนั้น ได้วางไฟแช็คที่ต่อสายเอ็นไนลอนไว้กับวงจรของระเบิด หากมีคนหยิบไฟแช็คขึ้นมาก็จะเกิดระเบิดทันที และเมื่อประชาชนแตกตื่นก็จะเหยียบกับระเบิดลูกที่สองซึ่งจะทำให้ระเบิดลูกที่สองระเบิดขึ้นทันที 


โดยระเบิดลูกแรกห่างจากพลับพลาที่ประทับ 60.15 เมตร ห่างจากลาดพระบาท 5.20 เมตร และระเบิดลูกที่สองห่างจากพลับพลาที่ประทับ 105.15 เมตร ห่างจากลาดพระบาท 6.00 เมตร แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 47 คน บาดเจ็บสาหัส 11 คน ในการนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถและพระเจ้าลูกเธอทั้งสองพระองค์มิได้ทรงรับบาดเจ็บใดๆ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ยืนรายล้อมถวายการอารักขา ในขณะที่พิธีการต้องหยุดชะงักชั่วครู่

ภายหลังเกิดเหตุ ราษฎรเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงไม่หนีระเบิด ก็ได้กำลังใจกลับมาหาในหลวงอีกครั้ง ทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่อไป โดยมิได้แสดงพระอาการปริวิตกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีพระราชดำรัสให้ทุกคนมีจิตใจเข้มแข็งไม่ตื่นเต้นต่อสถานการณ์ เมื่อจบคำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว ทรงนำเหล่าราษฎรร้องเพลง "เราสู้" และภายหลังเสร็จพระราชกรณียกิจ ก็เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลจังหวัดยะลา และรับสั่งให้หมอโรงพยาบาลพระมงกุฏที่ตามเสด็จฯ ให้ไปช่วยหมอยะลาทำการผ่าตัดอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน จนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 4 คน และหลังจาก พนักงานอัยการ โจทก์ และจำเลยสืบพยานเสร็จแล้ว ศาสทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) ได้มีคำพิพากษา "ข้อหาความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรเกี่ยวกับกบฏ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร และความผิดฐานเป็นอั้งยี่และซ่องโจร" ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสีี่


ที่มา Wikipedia

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : จ่าไว้
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 101.109.219.36

101.109.219.36,,node-17ac.pool-101-109.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
น่าสมเพชไอ่พวกน้้นพยายามขนาดไหนมากื่ปืก้ย้งแยกแผ่นดินทางใต้ไปไม่ได้ด้าขวานย้งง้ยก้ต้องมื


[ วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม 2560 เวลา 17:48 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์