หือ! มนุษย์กินคนอย่างเลือดเย็นที่ยังมีชีวิต ใช้ชีวิตสุขสบายหลังจากก่อคดีและยังเป็นฮีโร่!

หือ! มนุษย์กินคนอย่างเลือดเย็นที่ยังมีชีวิต ใช้ชีวิตสุขสบายหลังจากก่อคดีและยังเป็นฮีโร่!

อิเส่ะ ซากาวา (Issei Sagawa) มนุษย์กินคนที่ยังมีชีวิต

Issei Sagawa มนุษย์กินคนที่ยังมีชีวิตสุขสบายหลังจากก่อคดีและยังเป็นฮีโร่ของคนญี่ปุ่นซะอีก !! (เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่าถ้าได้มีอะไรกับฝรั่งจะถือว่าเจ๋งมากกกกก !!)

ระหว่างที่อิสเซทำการศึกษาที่ "สถาบัน เซนซิแยร์" ในมหานครกรุงปารีส ในปี ค.ศ. 1981

อิสเซได้ตกหลุมรักนักศึกษาชาวยุโรปคนหนึ่งชื่อเรนี ฮาร์เทเวลท์ ที่นั่งถัดไปในห้องเรียน

เรนีเป็นสาวสวยชาวยุโรปเหนืออายุ 25 ปี ผมสีบลอนด์ พูดได้ถึง 3 ภาษา เธอตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนให้จบปริญญาเอกด้านวรรณคดีฝรั่งเศสเพื่อประกอบ อาชีพในอนาคต

อิสเซหลงรักเธอจนหักห้ามใจไม่ได้ทุกครั้งที่เห็นแขนขาวเนียนของเธอ เรนีเป็นผู้หญิงในฝันของเขา เขาต้องหาทางให้ถึงตัวเธอให้จงได้

ระยะแรกอิสเซปูทางด้วยการขอให้เรนีสอนภาษาเยอรมันให้เขา โดยเสนอค่าจ้างในราคาสูงๆ เรนียอมรับข้อเสนอนี้

อิสเซเริ่มแผนการด้วยการเขียนจดหมายสารภาพรักกับเธอ นัดเธอไปดูคอนเสิร์ตและนิทรรศการศิลปะต่างๆ แม้ว่าอิสเซจะตัวเล็กและเดินกระตุ้งกระติ้งแบบผู้หญิงแต่เรนีก็ไม่ได้ รังเกียจที่จะไปไหนมาไหนด้วยกัน จนบางครั้งเรนีก็ชวนอิสเซไปกินน้ำชาบ้านของตัวเอง บางครั้งก็เต้นรำด้วยกัน

แต่บางครั้งอิสเซก็มักแสดงพฤติกรรมวิปริตให้เรนีเห็นบ่อยๆ เช่น ครั้งหนึ่งอิสเซเชิญเรนีมาที่อพาร์ทเมนต์เพื่อรับประทานอาหารค่ำ อิสเซให้เรนีอ่านกวีคลาสสิกของเยอรมัน เธอทำตามที่อิสเซต้องการ พอเรนีออกไปแล้วกลับก็พบอิสเซแสดงอารมณ์วิปริตออกมา เขาสูดดมกลิ่นที่เก้าอี้ที่เรนินั่ง ใช้ลิ้นเลียที่ผ้าบุเก้าอี้ พร้อมสบถว่าแม่คุณเอ๋ยฉันจะกินเธอให้อิ่มแปล้ให้จงได้ เรนีเห็นพฤติกรรมของอิสเซ ดูแล้วน่าขยะแขยงอย่างยิ่ง
และ แล้ววันนั้นก็มาถึง

ที่โต๊ะตัวเตี้ย (โต๊ะโทคัทซึ) นั่งตามสไตล์ญี่ปุ่น ซากาวะแอบปลื้มอยู่เงียบๆ เพราะในใจเขาอยากกินเรนีใจจะขาดแล้ว เมื่อ เรนีมาถึงอิสเซได้ต้อนรับเธอด้วยธรรมเนียมญี่ปุ่นด้วยการให้เรนีนั่งคุกเข่า กับพื้นชงชาให้ดื่มผสมเหล้าลงไปด้วย จากนั้นเขาได้สารภาพรักกับเรนีทันที ขณะที่เรนีกำลังตั้งใจสอนเขา เรนีดูท่าทางจะตกใจมาก เนื่องจากรับสถานการณ์ไม่ทัน หล่อนจึงแกล่งตอบกลบเกลื่อนไปว่าเธอคบอิสเซแค่เป็นเพื่อนเท่านั้น ไม่ใช่แบบชู้สาว

อิสเซเงียบไปพักหนึ่งแล้วผงะจากเรนีเดินไปหยิบ กวีนิพนธ์มาส่งให้เธอ แล้วเอื้อมมือไปกดปุ่มบันทึกเสียงในขณะที่เรนีอ่านกวีนิพนธ์ อิสเซฟังเรนีอ่านกวีนิพนธ์พอใจแล้วจากนั้นก็เดินไปข้างหลัง หยิบปืนเดินกลับมาจากนั้นก็จ่อยิงกลางหลังเรนีหนึ่งนัด เรนีสะดุ้งเฮือกหล่นลงจากเก้าอี้ลงกองอยู่บนพื้นเธอตายทันที อิสเซพูดพล่านกับเรนีเหมือนคนบ้าต่อหน้าศพของเรนี

อิสเซเริ่มเปลื้อยผ้าออกจากศพของเรนีพบว่ามันยุ่งยากพอสมควร แต่ช่างหัวมันเถอะเพราะตอนนี้เธอเป็นของเขาแล้ว อิส เซเดินไปหยิบมีดยาวคมกริบมาเฉือนหัวนมข้างซ้าย กับปลายจมูกของเรนีอย่างชำนาญ จากนั้นเขาเอาปลายจมูกใส่ปากเคี้ยวกินดิบๆ อย่างเอร็ดอร่อย ในตอนหนึ่งในหนังสือ "ในหมอก" อิสเซได้บรรยายตอนนี้อย่างกวีนิพนธ์ไว้ว่า

" ข้าพเจ้าเอามือจับเอวเธอแล้วคิดว่าจะกินส่วนไหนก่อนเป็นอันดับแรก เอาล่ะแก้มก้นขวานี้แหละ กร้วม ข้าพเจ้าอ้าปากกัดลงไปเต็มที่แต่มันเหนียวมากจนฟันกัดไม่เข้า"

จากนั้นเขาก็เล่าไปฉากๆ ถึงเรื่องไขมันและกล้ามเนื้อ

" ข้าพเจ้าใช้มีดจ้วงแทงลงไปร่างของเรนี ไขมันก็ผลุดออกจากบาดแผลที่ฉีกกว้างสีมันเหลืองเหมือนสีเมล็ดข้าวโพดไม่ผิด ข้าพเจ้าดึงออกมาดม ปรากฏว่ามันไม่มีกลิ่นคาวและเหม็นเขียวสักนิด ข้าพเจ้าจึงแลลึกเข้าไปจนถึงเนื้อแดง ตัดเป็นชิ้นพอๆ คำใส่ปากเคี้ยวดิบๆ มันละลายในปากรสชาติคล้ายทูน่าทำซาซิมิในภัตตาคารไม่มีผิด อิสเซ ง่วนอยู่กับการชำแหละศพของเรนีด้วยมีดปอกสายไฟอันคมกริบมาชำแหละเป็นชิ้นๆ ส่วนหนึ่งเก็บสำรองไว้กิน ส่วนหนึ่งก็ใส่ปากเคี้ยวดิบๆ โดยอาหารจานแรกที่อิสเซทำคือ "เนื้อคนผัดมัสตาร์ค" เขาถ่ายรูปศพที่อันเป็นเศษเนื้อเธอไว้เป็นที่ระลึกก่อนที่จะเปลือกเสื้อผ้า ร่วมรักกับศพอย่างหื่นกระหาย เขาบรรยายฉากนี้อย่างละเอียดลออไว้ว่า

" ระหว่างที่ข้าพเจ้าร่วมรักกับศพของเธอมันเหมือนกับว่าเธอหอบหายใจออกมา ข้าพเจ้าเร่งจังหวะแล้วบอกกับเธอว่า ผมรักเธอที่สุดในโลก โอ้....ว"

เนื้อที่ชำแหละไว้อิสเซได้เก็บไว้เพื่อทำอาหาร กินไปพลางฟังเสียงบทกวีที่เรนิอ่านในเทปบันทึกไปพลาง เมื่ออิ่มก็ใช้กางเกงในของเธอซับปากแทนผ้าเช็ดหน้า จากนั้นเดินกลับไปที่ศพเรนี ตัดเต้านมสองข้างไปอบในเตาอบ พอสุกก็เอามากินแชแต่ปรากฏว่าเขาไม่ชอบเพราะมันเหนียวยืดยาด ซึ่งเขาชอบเนื้อต้นขาของเรนีมากกว่า

เมื่ออิสเซชำแหละศพจนเหนื่อย หลังจากนั้นเขาก็ลากศพที่ยับเยินไปนอนกอดบนเตียงจนม่อยหลับ โดยเขาตั้งใจว่าจะทำลายหลักฐานในวันรุ่งขึ้นให้หมด พอวันรุ่งเช้าเมื่อเขาตื่นนอนก็แทะเนื้อจากท้องแขนไปถึงข้อศอก ช่วงนี้อิสเซเขียนไว้ว่า

"ไม่รู้น่ะ ว่าทำไมแต่บอกได้คำเดียวว่า อร่อยชะมัด"

อิสเซยังไม่หายหิว เขาเชือดโน่นเชือดนี้กับอวัยวะส่วนต่างๆ ที่เหลืออยู่แม้แต่ทวารหนักเขาก็คว้านออกมา แล้วยัดใส่ปากเคี้ยวแต่กลิ่นมาสุดทนจนเขาต้องคายออกมา ชิ้นส่วนจากทวารหนักที่เหลือเขาต้องนำไปทอดแต่ก็รับไม่ได้เพราะมันเหม็นสุดๆ เขาจำเป็นต้องเททิ้งถังขยะแล้วแล่ส่วนอื่นๆ ไปกินต่อไป

เวลาผ่านไป แมลงวันฝูงใหญ่เริ่มแห่กันมาตอมซากศพอันแหลกเหลว อิสเซเริ่มได้สติว่าศพของเรนีเริ่มส่งกลิ่น เวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์หมดลงแล้ว อิสเซต้องทำลายหลักฐาน

อิสเซ เริ่มจากใช้ขวานสับร่างของเรนีเป็นท่อนๆ เพื่อจะยัดลงในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ๆ เอาไปทิ้งเพื่อเอาหลักฐานไปทำลาย เขาสับไปก็เกิดอารมณ์เปลี่ยว จึงใช้มือของเรนิมาสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นทาง

ทำไปกินไป เอาเนื้อจมูกมากินเสียงกรุบกรอบบ้าง เอาริมฝีปากเธอกินบ้าง อิสเซได้บรรยายในตอนนี้ไว้ว่า

" ข้าพเจ้าอยากกินลิ้นเธอแต่งัดขากรรไกรล่างออกมาไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าก็เอามือล้วงผ่านช่องว่างระหว่างฟันเข้าไปจนได้ ที่สุดก็ควักปลายลิ้นออกมา ข้าพเจ้าใช้ใบมีดเฉือนปลายลิ้นของเธอออกแล้วโยนใส่ปากเคี้ยวหน้ากระจกเงา"

จาก นั้นก็ล้วงเข้าไปคลำอวัยวะภายในซึ่งทำให้เขาปวดแสบปวดร้อนเมื่อไปสัมผัสกับ กรดในกระเพาะอาหารเข้า แต่สุดท้ายก็เอาขวานตัดศีรษะของเรนีออกจากร่าง อิสเซขยุ้มเส้นผมของเรนีไว้ หิ้วหัวของเธอไว้ตรงหน้าอิสเซแล้วบรรยายความรู้สึกตรงนี้ไว้ว่า

"ตอนนี้แหละที่ได้ประจักษ์ว่าตนเองคือมนุษย์กินคนที่แท้จริง"

 


หือ! มนุษย์กินคนอย่างเลือดเย็นที่ยังมีชีวิต ใช้ชีวิตสุขสบายหลังจากก่อคดีและยังเป็นฮีโร่!


หือ! มนุษย์กินคนอย่างเลือดเย็นที่ยังมีชีวิต ใช้ชีวิตสุขสบายหลังจากก่อคดีและยังเป็นฮีโร่!


Cr.เรื่องเล่าคืนนั้นผี

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : อย่าเห็นผิดเป็นถูกแล้วยกย
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 223.206.247.205

223.206.247.205,,mx-ll-223.206.247-205.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
ผมสีบลอนด์คือผมสีทอง แต่คนไทยโง่ๆเรียกรถสีเงินว่ารถสีบรอนด์และก็โง่เรียกตามกันมา พอมีผู้รู้บอกว่า รถสี ซิลเวอรคือรถสีเงินไม่ใช่รถสีทอง คนไทยโง่ๆยังพูดต่อไปอีกโดยสอนเขาว่า มันคือสี บอลนดทอง


[ วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม 2561 เวลา 00:57 น. ]
คุณ : ช่างสีรถ
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.4.250.226

171.4.250.226,,mx-ll-171.4.250-226.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
คห.บน มืงนั่นแหละโง่ ที่เค้าเรียกว่า บรอนเงิน บรอนทอง เพราะ ช่างผสมสีเข้าใช้สีบรอนเป็นสีหลัก แล้วใส่สีเงิน หรือ ทองเข้าไป พอสีผสมเสร็จมันเลยแยกเป็นสี เทา หรือ ทอง


[ วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม 2561 เวลา 23:49 น. ]
คุณ : รู้อะไรต้องรู้ให้ถ่องแท้
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 223.206.251.154

223.206.251.154,,mx-ll-223.206.251-154.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]
ความเห็นที่ 2 มืงเป็นพวกโชว์โง่ ช่างสีรถโถ่ เดาได้เลยแสดงความโง่แบบนี้คงรู่้แค่ k1 k2 คงไม่รู้ในเรื่องอินออแกนิกของโลหะพวกนี้โง่แล้วอวดฉลาดถ้าตอบไม่ได้ว่าเขาใช้สารตัวไหนทำ pigment ประเภทตัวสาร(พอลิเมอร์, อิพอกซี่ฯลฯ)อะไรบ้างมาทำก็อย่าแสดงความโง่ โถ่ไอ้นกหวีด


[ วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม 2561 เวลา 03:40 น. ]
คุณ : ช่างสีรถ
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.4.248.240

171.4.248.240,,mx-ll-171.4.248-240.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 4 [อ้างอิง]
คห3 ที่กูพูดมามันต่างจากที่มืงพูดตรงไหน ไม่ต้องใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษให้ดูสูงกว่าคนอื่นเหมือนว่ารู้ลึกซึ้ง หรอก ความหมายเดียวกัน กูภาคปฎิบัติ ไม่ใช่ทฎษฎี ไอ้หำน้อย


[ วันศุกร์ ที่ 19 มกราคม 2561 เวลา 14:45 น. ]
คุณ : กูละงง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.7.251.24

171.7.251.24,,mx-ll-171.7.251-24.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 5 [อ้างอิง]
แล้วพวกมืงจะทะเลาะกันทำไมวะ รู้จักกันรึก็เปล่า หน้าก็ไม่เคยเห็น กุละงง จริงๆ


[ วันเสาร์ ที่ 20 มกราคม 2561 เวลา 20:51 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์