เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก


หากคุณรู้จัก หญ้าฝรั่น (saffron) ก็คงทราบดีว่านี่คือหนึ่งในเครื่องเทศราคาแพงที่สุดในโลก โดยมูลค่าของมันสูงกว่าราคาทองคำเสียอีก

รายการ Food Programme ของบีบีซีจะพาไปสำรวจว่าโลกของเรายังมีอาหารชนิดใดบ้างที่มีราคาสูง และหาคำตอบว่าเหตุใดพวกมันจึงมีราคาแพงเช่นนั้น

1. หญ้าฝรั่น



เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

หากข้าวที่คุณกำลังทานอยู่มีสีเหลืองทองที่ไม่ได้มาจากขมิ้น ก็อาจเป็นไปได้ว่ามันอาจมีหญ้าฝรั่นเป็นส่วนผสมอยู่

เครื่องเทศชนิดนี้มีชื่อเล่นว่า "ทองคำสีแดง" ซึ่งมาจากเกสรเพศเมียของดอกหญ้าฝรั่น ซึ่งเป็นพืชหัวตระกูลโครคัส (Crocus) ใช้ในการแต่งสีและกลิ่นของอาหาร

สาเหตุที่ทำให้หญ้าฝรั่นมีราคาแพงเป็นเพราะในหนึ่งปีมันจะออกดอกช่วงฤดูใบไม้ร่วงเป็นเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้น การเก็บเกี่ยวเกสรเพศเมียของดอกหญ้าฝรั่นจึงต้องใช้ความอุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง โดยกระบวนการเก็บเกี่ยวทั้งหมดจะต้องทำด้วยมือ และดอกหญ้าฝรั่นแต่ละดอกมีเกสรเพศเมียเพียง 3 เส้นเท่านั้น นั่นจึงหมายความว่าจะต้องใช้พื้นที่ปลูกหญ้าฝรั่นขนาด 3 สนามฟุตบอลจึงจะได้หญ้าฝรั่น 1 กก. ซึ่งอาจมาจากดอกหญ้าฝรั่นมากถึง 300,000 ดอก

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เครื่องเทศชนิดนี้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,100 ถึง 11,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 36,300-363,000 บาท) ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสินค้า

2. คาเวียร์

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

คาเวียร์ คือไข่ปลาที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเบื้องต้นด้วยการหมักเกลือ ถือเป็นหนึ่งในอาหารหรูราคาแพงที่สุดชนิดหนึ่งของโลก

คาเวียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดทำจากไข่ปลาเบลูกาสเตอร์เจียน (beluga sturgeon) หรือที่รู้จักในนามปลาสเตอร์เจียนขาว ซึ่งพบในแถบทะเลสาบแคสเปียนและทะเลดำ ปัจจุบันถือเป็นสัตว์ที่ตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ทำให้การหาซื้อไข่ของปลาชนิดนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้นเป็นเรื่องยากมาก

นอกจากนี้ จะต้องใช้เวลาถึง 20 ปี กว่าที่ปลาเบลูกาสเตอร์เจียนจะถึงวัยเจริญพันธุ์พร้อมออกไข่ที่ใช้ทำคาเวียร์ได้ และการจะเอาไข่มาได้นั้นจะต้องทำโดยการฆ่าปลาเสียก่อน

คาเวียร์อีกชนิดที่ยิ่งหายากกว่าก็คือคาเวียร์จากไข่ของปลาสเตอร์เจียนเผือก (albino sturgeon) ซึ่งปัจจุบันแทบจะสูญพันธุ์ไปจากถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของมัน ข้อมูลสถิติโลกกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ระบุว่า คาเวียร์ ราคาแพงที่สุดมาจากไข่ของปลาเบลูกาสเตอร์เจียนเผือก (albino beluga sturgeon) ที่มีอายุ 100 ปี โดยมีราคาขายที่กิโลกรัมละ 34,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.38 ล้านบาท)

3. หอยนางรม

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

ทุกวันนี้หอยนางรมถือเป็นอาหารราคาแพง ทว่าในอดีตมันกลับไม่ใช่อาหารสำหรับผู้มีอันจะกิน

ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 หอยนางรมมีราคาถูกพอ ๆ กับมันฝรั่งทอด และเป็นแหล่งอาหารสำคัญของบรรดาชนชั้นแรงงานที่อาศัยตามแนวชายฝั่งทะเล มันถืออาหารที่หาง่ายจนมักถูกนำไปยัดเป็นไส้พายเนื้อ

แต่การทำประมงเกินขนาดและปัญหามลพิษส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจำนวนหอยนางรมตามธรรมชาติ และทำให้อาหารทะเลชนิดนี้มีราคาพุ่งสูง

หอยนางรมมีราคาต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่สำหรับร้านอาหารทะเลหรูในกรุงลอนดอน หอยนางรม 12 ตัวอาจมีราคากว่า 2,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้คนพร้อมจะควักเงินซื้อหอยนางรมมาลิ้มลองสักตัวสองตัว เพราะหลายคนมีความเชื่อว่าอาหารทะเลชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศนั่นเอง

4. เห็ดทรัฟเฟิลขาว

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

เห็ดทรัฟเฟิลขาวเป็นเห็ดที่เจริญเติบโตอยู่ใต้ดินที่หายากและเก็บเกี่ยวได้ยากชนิดหนึ่งของโลก

เห็ดทรัฟเฟิลขาว พบได้เฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี โดยมักขึ้นอยู่ตามรากต้นไม้บางชนิดเท่านั้น ถือเป็นทรัฟเฟิลที่หาได้ยากกว่าทรัฟเฟิลชนิดอื่น ๆ

สาเหตุที่ทำให้ทรัฟเฟิลขาวมีราคาแพง เพราะมีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ยังเป็นเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่สามารถเพาะพันธุ์แบบฟาร์มได้

เมื่อปี 2007 เห็ดทรัฟเฟิลขาวหนึ่งหัวน้ำหนัก 1.5 กก.ได้ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 330,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 10.89 ล้านบาท) โดย สแตนลีย์ โฮ มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจคาสิโนบนเกาะมาเก๊า

5. แฮมอิเบอริโค

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

แฮมอิเบอริโค ถือเป็นของดีราคาแพงจากสเปนและโปรตุเกส ซึ่งใช้เนื้อหมูดำไอบีเรีย ที่มีถิ่นกำเนิดแถบคาบสมุทรไอบีเรีย (หรือหมูที่มีสายพันธุ์ไอบีเรียอย่างน้อย 50%) ที่เลี้ยงโดยปล่อยอิสระในป่าต้นโอ๊ก และหมูจะกินลูกโอ๊กเป็นอาหารอย่างเดียวจนถึงวัยที่เหมาะนำเนื้อไปใช้ทำแฮม

การจัดประเภทแฮมอิเบอริโคมีความเข้มงวดมาก โดยแฮมที่มี "ป้ายสีดำ" ถือเป็นแฮมชั้นเลิศที่ผลิตจากหมูไอบีเรียสายพันธุ์บริสุทธิ์

นอกจากนี้ราคาที่แพงยังมีสาเหตุมาจากกระบวนการผลิตที่ยาวนาน โดยแฮมที่มีราคาสูงจะผ่านการหมักเกลือนาน 36 เดือน หรืออาจนานถึง 48 เดือน ในพื้นที่ที่สภาพอากาศแห้งเป็นพิเศษ

ข้อมูลสถิติโลกกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ระบุว่า ขาแฮมราคาแพงที่สุดที่ขายปลีกตามท้องตลาดอยู่ที่ขาละ 4,080 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 135,000 บาท) แต่ราคานี้ก็ฟังสมเหตุสมผลหากพิจารณาจากการที่ต้องใช้เวลาเลี้ยงหมูถึง 3 ปี และหมักแฮมอีก 4 ปี

6. เนื้อวากิว

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

เนื้อวากิว เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "เนื้อญี่ปุ่น" และมาจากวัวญี่ปุ่น 4 สายพันธุ์

เอกลักษณ์ของเนื้อวากิว คือ เนื้อจะมีไขมันแทรกเหมือนลายหินอ่อน ทำให้เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำแทบจะละลายในปาก

สาเหตุที่เนื้อชนิดนี้มีราคาแพงนั้นมาจากการเลี้ยงดูที่พิถีพิถัน การจะทำให้เนื้อวัวมีไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อนได้นั้นจะต้องผ่านกระบวนการเลี้ยงดูและให้อาหารตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

เนื้อโกเบ คือหนึ่งในเนื้อวัวราคาแพงที่สุด มีราคาขายในญี่ปุ่นที่ราวกิโลกรัมละ 640 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 21,000 บาท)

7. กาแฟขี้ชะมด

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

กาแฟขี้ชะมด (Kopi Luwak) เป็นเครื่องดื่มราคาแพง โดยมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 700 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 23,000 บาท)

กาแฟชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย โดยราคาที่สูงกว่ากาแฟทั่วไปนั้นมาจากขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะผู้ผลิตจะให้ตัวชะมดกินผลกาแฟสุกเข้าไป เพื่อให้กรดและเอ็นไซม์ที่อยู่ในกระเพาะอาหารของมันทำปฏิกิริยาเคมีกับผลกาแฟ โดยมีลักษณะคล้ายกับการหมัก ซึ่งกระเพาะจะย่อยเฉพาะเปลือกและเนื้อของเมล็ดกาแฟ เหลือแต่เมล็ดกาแฟที่ย่อยไม่ได้และขับถ่ายออกมา

จากนั้นเกษตรกรจะไปเก็บมูลชะมด แล้วแยกเอาเฉพาะเมล็ดกาแฟออกไปทำความสะอาด แล้วตากให้แห้ง จากนั้นนำมาคั่วจนได้เป็นเมล็ดกาแฟคั่วที่สมบูรณ์ ซึ่งสามารถนำมาบดและชงดื่มได้ต่อไป

คอกาแฟบอกว่า กาแฟชนิดนี้มีรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากกระบวนการหมักในกระเพาะของตัวชะมด แต่บางคนไม่เห็นด้วย และชี้ว่านี่เป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาด อีกทั้งยังเป็นการทรมานสัตว์ เพราะราคากาแฟชี้ชะมดที่สูงทำให้มีการจับชะมดมาเลี้ยงเป็นฟาร์มเพื่อใช้ในการนี้เพิ่มขึ้น

8. ฟัวกราส์

เปิดราคาชวนตะลึง 8 อาหารจานเด็ดที่แพงที่สุดในโลก

ฟัวกราส์ ทำมาจากตับห่านหรือตับเป็ดที่ถูกขุนให้ตับมีขนาดโตกว่าปกติถึง 10 เท่า ทำให้ตับแบบนี้มีรสชาติเข้มข้นและมันละมุนลิ้น

ผู้ที่ชื่นชอบมักยอมจ่ายเงินในราคาสูงเพื่อให้ได้ลิ้มลองอาหารหรูชนิดนี้ แต่ผู้ที่ต้องจ่ายค่าเสียหายตัวจริงก็คือเป็ดหรือห่านที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกบังคับให้กินอาหารเกินขนาดโดยใช้ท่อกรอกปากเพื่อให้ตับมีขนาดใหญ่กว่าปกตินั่นเอง

การเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อใช้ทำฟัวกราส์เช่นนี้มีมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล ในปัจจุบันหลายประเทศกำหนดให้การผลิต การนำเข้า และการจำหน่ายฟัวกราส์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะถือเป็นการทรมานสัตว์ อย่างไรก็ตามอาหารชนิดนี้ยังคงได้รับความนิยมในหลายประเทศ

Cr:: BBC THAI

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์