ในวันที่รู้สึกว่าเป็นลูกนอกสายตาพ่อแม่.. ทำอย่างไรเมื่อคุณเป็นแบบ ‘ภัสสร’ ในละคร “เลือดข้นคนจาง”

ในวันที่รู้สึกว่าเป็นลูกนอกสายตาพ่อแม่.. ทำอย่างไรเมื่อคุณเป็นแบบ ‘ภัสสร’ ในละคร “เลือดข้นคนจาง”


#ในวันที่รู้สึกว่าเป็นลูกนอกสายตาพ่อแม่

มีคนถามหมอว่า หมอจะเขียนเกี่ยวกับละครเรื่อง ‘เลือดข้นคนจาง’ หรือไม่ และแนะนำว่า มีประเด็นที่น่าเขียนถึง คือเรื่องความน้อยใจของลูกสาวอย่าง ’ภัสสร’ ที่เกิดในครอบครัวคนจีนและรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่ได้รักเท่าๆกับพี่น้องคนอื่น เพียงเพราะว่าเป็นผู้หญิง



หมอคิดว่า ภัสสรไม่ได้ผิดที่เกิดมาเป็นผู้หญิงหรอก ผู้หญิงที่ดีและมีความสามารถมีมากมาย ภัสสรเองก็เช่นกัน แต่เพราะมุมมองต่อตัวเองของเธอต่างหากที่ทำให้เกิดความทุกข์

‘ภัสสร’ เป็นลูกสาวคนเดียวพ่อแม่(ที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอมีน้องสาวอีกคนแต่เสียชีวิตไปแล้ว) พี่ชายสองคนและน้องชายหนึ่งคน ศูนย์รวมใจของครอบครัวคือพ่อของเธอ หรือ ‘ป๊า’ ที่ทุกคนในบ้านเรียกขานด้วยความรักและเคารพ

ความปั่นป่วนเกิดขึ้นในวันที่ป๊าเสียชีวิตไปกะทันหัน มรดกมากมายที่ป๊าทิ้งเอาไว้ ทำให้เกิดข้อขัดแย้งและความรู้สึกไม่ยุติธรรม เพราะป๊ายกมรดกที่เป็นหุ้นกิจการโรงแรมให้กับลูกชาย3คนและหลานชายที่เป็นลูกของพี่ชายคนโตของภัสสรเท่านั้น ภัสสรที่เป็นลูกสาวกลับไม่ได้มีส่วนในหุ้นของโรงแรมเลย ทั้งที่เธอทำหน้าที่บริหารงานและช่วยงานของป๊าอย่างดีมาตลอดหลายปี ภัสสรรู้สึกผิดหวังและน้อยใจมาก

เพราะการรับรู้รายละเอียดในพินัยกรรมที่เป็นความปรารถนาสุดท้ายของป๊า เป็นเหมือนการกรีดซ้ำลงไปบนรอยแผลเป็นที่อยู่ในใจมานาน

คนที่มีประสบการณ์วัยเด็กอย่างภัสสร มักมีความทุกข์ได้ง่าย เพราะสุขทุกข์ในชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับสิ่งต่างๆหรือคนรอบข้างภายนอก ไม่ได้มาจากภายในตัวเอง

หลายครั้งคนเช่นภัสสรจึงพยายามที่จะควบคุมทุกสิ่งอย่างให้เป็นไปตามที่ต้องการ ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นก็โชคดีไป แต่บางครั้งเมื่อการควบคุมทำได้ยาก อาจทำให้ตัดสินใจทำในสิ่งที่มีผลกระทบทางลบต่อตนเองและคนอื่น จึงเป็นเรื่องที่อันตราย

"ม้าอยากจะอธิบายว่าทำไมป๊าต้องแบ่งพินัยกรรมแบบนี้" ผู้เป็นแม่พยายามอธิบายให้ลูกสาวคนเดียวฟัง

"ไม่ต้องอธิบายก็ได้ม้า หนูไม่แปลกใจเลย บ้านเรามันก็เป็นแบบนี้มาตลอด ม้าจำได้มั้ย แต่ก่อนเวลาบ้านเรากินข้าวกัน ม้าจะคีบก้ามปูให้พวกเฮีย(พี่ชาย)ตลอด ลูกสาวไม่เคยได้กินของดีๆหรอก หนูอาจจะโง่เองที่คิดว่าถ้าจะทำตัวให้เก่ง ไม่ใช่แค่เก่งเท่าเฮียนะ แต่ต้องเก่งกว่า แต่วันนี้มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าหนูคิดผิด ถึงจะพยายามแค่ไหน ก็หนูไม่เคยอยู่ในสายตาของป๊าม้า" คำพูดที่เก็บเอาไว้ในส่วนลึกตลอดมาหลั่งไหลเหมือนทำนบแตก

"ลื้อทำไมต้องคิดเล็กๆน้อยๆ ไม่เข้าเรื่องเลย อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแบบนี้ไม่เข้าใจเหรอ ว่าอะไรมันต้องต้องเป็นยังไง"

"ม้าต่างหากที่ไม่เข้าใจ"

ในวันที่รู้สึกว่าเป็นลูกนอกสายตาพ่อแม่.. ทำอย่างไรเมื่อคุณเป็นแบบ ‘ภัสสร’ ในละคร “เลือดข้นคนจาง”


ภัสสรรู้สึกว่าตั้งแต่ที่เธอเกิดมาในบ้าน ลูกสาวอย่างเธอก็เป็นเหมือนพลเมืองชั้นสองที่ไม่มีวันได้รับความรักจากพ่อแม่เท่าพี่น้องผู้ชาย เธอจึงพยายามทุกทางเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นคนควรได้รับความรักทัดเทียมกับพี่น้อง

ไม่ว่าจะพยายามเรียนให้เก่ง ทำงานให้ดี แต่งงานและมีลูกที่ดี แถมลูกสี่คนของเธอเป็นผู้ชายทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีความสำคัญเท่ากับลูกชายคนเดียวของพี่ชายคนโตอยู่ดี

น่าเห็นใจภัสสร ทั้งที่ตัวเธอเองมีความสามารถโดดเด่น มีชีวิตที่ดี มีคุณค่าและงดงามเพรียบพร้อมในสายตาของคนรอบข้าง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา อาจจะกลายเป็นม่านบังตา ทำให้มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเองที่มีอยู่

เพราะที่ผ่านมารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ให้ความสำคัญกับเธอเท่าไหร่ ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ได้รับ โดยเฉพาะจากคนที่รักและไว้ใจอย่างพ่อแม่ มีความสำคัญในการที่เด็กคนหนึ่งจะเติบโตมามีมุมมองต่อตัวเองและคนรอบข้างอย่างไร

ถ้าพ่อแม่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองได้รับความรักและความเอาใจใส่สม่ำเสมอ เป็นที่พึ่งพาทางใจของเด็กได้ จะทำให้เด็กเติบโตอย่างรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย ว่าพ่อแม่รักและยอมรับในตัวตนอย่างที่เป็น

ไม่ได้ต้องเกิดมาเป็นหญิงหรือชาย ไม่ต้องเรียนเก่ง ไม่ต้องหน้าตาน่ารักกว่าใคร พ่อแม่ก็รักอย่างไม่มีเงื่อนไข

เด็กคนนั้นก็จะเติบโตขึ้นไปอย่างรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีความภาคภูมิใจ มีความเข้มแข็งพอที่จะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆในชีวิตได้

แต่ภัสสรรู้สึกตรงกันข้าม ความเป็นตัวตนของเธอที่เป็นหญิงนั้น กลายเป็นสิ่งที่กีดขวางความรักและการยอมรับของพ่อแม่ ทำให้เธอเติบโตมาอย่างขาดการยอมรับในตัวตนภายใน ไม่เชื่อมั่นใจตัวเอง มีความไม่มั่นคงทางใจอยู่ลึกๆ

แม้ว่าจะมีข้อดีมากมาย แต่กลับคิดว่าตัวเองไม่เก่งไม่ดี มองเห็นแต่ข้อด้อยของตัวเอง ต้องคอยหาสิ่งต่างๆภายนอกที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าตัวเองมีอะไรดี และเมื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับคล้ายกับที่เคยเป็นมาตอนเด็กๆ จึงเกิดความรู้สึกไม่ดีอย่างหนักหนามากกว่าปกติ เหมือนที่ภัสสรรู้สึกจนเป็นอารมณ์อย่างมากเมื่อรู้ความจริงในพินัยกรรม การแสดงออกของเธอจึงดูเหมือนไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของการมีสติตั้งมั่นและเหมาะสม


สิ่งสำคัญต่อไปก็คือ การกระทำของภัสสรกับเรื่องที่เกิด ว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะเผลอทำให้เรื่องที่ไม่ถูกต้องเพื่อชดเชยปมในใจหรือไม่ แต่หมอคิดว่าภัสสรเป็นคนโชคดี เพราะมีสามีและลูกที่ให้กำลังใจ ตรงนี้ทำให้หมอเชื่อว่า ภัสสรจะไม่ทำในเรื่องที่ขาดสติ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งต่างๆที่หล่อหลอมคนเราให้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในทุกวันนี้ มักมีส่วนจากประสบการณ์วัยเด็ก โดยเฉพาะการเลี้ยงดูของพ่อแม่และคนใกล้ชิด แต่ขณะเดียวกัน ตัวของเราก็สำคัญที่สุดที่จะควบคุมการกระทำต่างๆให้อยู่บนพื้นฐานของสติและขอบเขต

ไม่มีใครที่เปลี่ยนอดีตของตัวเองได้ แต่เราทำปัจจุบันและพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นได้ อยู่ที่ใจของเราเองนั่นแหละ

ที่มา FB : เข็นเด็กขึ้นภูเขา

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : สมชาย
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 203.158.231.134

203.158.231.134,,203.158.231.134 ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
คนที่ฆ่าประเสริฐ น่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหลานชายของอากงอาม่า (น้องสาวของของสุดท้องของภัสสร) เพราะแม่เสียไปตั้งแต่เด้ก ตัวเองอยู่กับอากง อาม่า จนโต แต่ไม่ได้รับมรดกแต่อย่างใด แถมยังแค้นใจที่ลุงประเสริฐยกตำแหน่งทายาทหลานชายของอากงให้กับพีชลูกชายคนเดียว แถมพีชมีรายชื่อได้รับมรดกเท่ากับพ่อและอาคนอื่นๆ 25 % อีก


[ วันจันทร์ ที่ 24 กันยายน 2561 เวลา 14:36 น. ]
คุณ : แมว
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 43.240.88.190

43.240.88.190,,43-240-88-190.dsl.teleguam.net ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
ยอมรับว่าเตี๋ยวไม่ได้อะไรแต่อากงให้เงินอาม่า 20 ล้าน กับบ้านหลังที่อาม่าอยู่ซึ่งเป็นจำนวนน้อยนิด แต่อาม่าคงส่งมอบให้เตี๋ยวเมื่ออาม่าเสียชีวิต เพราะเตี๋ยวเป็นลูกของลูกสาวที่ตายไปแล้ว คนเราถ้ารู้จักพอค้นหาความสุขที่แท้จริงให้เจอชีวิตก็มีความสุขได้ ไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น


[ วันอังคาร ที่ 2 ตุลาคม 2561 เวลา 17:25 น. ]
คุณ : ลูกสาวเหมือนกัน
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.98.17.131

171.98.17.131,,cm-171-98-17-131.revip7.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]
ลูกสาวต่อให้ดี ให้เก่ง สุดท้ายก็ต้องเป็นคนของตระกูลอื่น คนจีนเค้าห่วงทรัพย์สมบัติว่าจะตกไปเป็นของคนตระกุูลอื่น มอบให้ลูกชายไว้ จะดีจะร้าย จะรุ่งหรือร่วง อย่างน้อยก็ยังคงเป็นทรัพย์สมบัิตของตระกูลตนเองอยู่ เป็นลูกสาวคนจีนก็ต้องทำใจยอมรับกฏเหล็กนี้


[ วันอาทิตย์ ที่ 7 ตุลาคม 2561 เวลา 14:44 น. ]
คุณ : หญิง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 27.145.148.19

27.145.148.19,,cm-27-145-148-19.revip12.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 4 [อ้างอิง]
มิน่าหล่ะ คนแก่ชาวจีนหลายราย พอยกสมบัติให้ลูกชายหมด มันก็เชิดหนีไปกับเมียมันทิ้งพ่อแก่แม่แก่ไว้ จะหันหน้าไปหาลูกสาว เค้าก็ไม่เอา เพราะพวกแกทิ้งลูกสาว ไม่ได้รัก ไม่ได้ให้สมบัติ ใดๆ รักแต่ลูกชาย นี้หล่ะกรรมของคนแก่ที่รักลูกไม่เท่ากัน


[ วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2561 เวลา 12:20 น. ]
คุณ : คนแต่ละคน,นิสัยต่างกัน?
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 1.1.219.83

1.1.219.83,,node-i1f.pool-1-1.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 5 [อ้างอิง]
- เด็กยุคใหม่ ไม่ยึดถืออะไรคร่ำครึหรอก โตขึ้นก็ต้องดูแลหาเลี้ยงชีพตัวเอง เราเข้าใจคนแต่ละคน นิสัยคนแต่ละวัย อย่าไปคาดหวังอะไร แล้วเราก็จะใช้ชีวิตแบบไม่ต้องไปยึดติดกับความชอบ ไม่ชอบ อคติ ลำเอียงของนิสัยคน


[ วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม 2561 เวลา 18:10 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์