เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ


"ไถ่ชีวิตโค-กระบือ" ถือเป็นการทำบุญที่ได้กุศลใหญ่อย่างหนึ่งที่ ชาวพุทธ ถือปฏิบัติสืบต่อกันมา ด้วยความเชื่อที่ว่าใครที่กำลังมีความทุกข์ใจ เจ็บป่วยเพราะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน รวมถึงผู้ที่อยากจะสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่เพื่อเสริมดวงชะตาให้มีอายุยืนยาว สุขภาพร่างกายแข็งแรง เมื่อได้สร้างกุศลครั้งใหญ่นี้แล้วก็จะสัมฤทธิ์ผลที่ต้องการ เนื่องจากการช่วยเหลือคนหรือสัตว์ให้รอดพ้นจากความตายไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้อยหรือสัตว์ใหญ่ล้วนเป็นการสร้างกุศลที่ดีงามทั้งสิ้น

แต่ด้วยความเชื่อที่ว่าโค-กระบือเป็นสัตว์ใหญ่ ถือเป็นชาติที่ใกล้มนุษย์ คือ เชื่อว่าชาติต่อไปโค-กระบือมีสิทธิ์มากที่จะเกิดมาเป็นคน การที่โค-กระบือต้องถูกจับไปโรงฆ่าสัตว์จะทำให้มีจิตใจที่เศร้าหมอง หลายคนอาจจะเคยเห็นน้ำตาของสัตว์เหล่านี้ตอนที่รถกำลังเคลื่อนย้ายพวกมันไปยังโรงฆ่าสัตว์ เห็นแล้วน่าสงสารจับใจ เมื่อจิตใจเศร้าหมองก่อนตายโอกาสที่จะเกิดเป็นมนุษย์ในชาติต่อไปจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้น การไถ่ชีวิตโค-กระบือจึงหมายถึงช่วยให้สัตว์ในอบายภูมิสามารถกลับมาเกิดเป็นมนุษย์โดยช่วยให้จิตไม่เศร้าหมองทรมานก่อนตายนั่นเอง

          แต่การ ทำบุญใหญ่ นี้ นั้น ก็มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมากครับ แต่ผู้บริจาคส่วนมากยังไม่ค่อยรู้ คุณ สมาชิกหมายเลข 4368079 แห่งเวบไซต์ พันทิปดอทคอม ที่ระบุว่า ตัวเองเป็น เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ ได้ตั้งกระทู้แจกแจง รายละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จนถึงจุดสิ้นสุด เอาไว้ และถือเป็นเกร็ดดีๆ ที่อยากนำมาแชร์ให้เป็นความรู้กัน จะเป็นอย่างไรไปดูกันค่ะ



 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

"จริงๆแล้วการไถ่ชีวิตโค-กระบือ มีรายละเอียดเยอะมากครับ แต่ผู้บริจาคส่วนมากยังไม่ค่อยรู้

ครอบครัวผมทำกิจการโรงฆ่าสัตว์มาเกิน 30 ปี ได้รับรู้เรื่องราวทั้งที่ผ่านเข้าหู ทั้งที่เห็นกับตาก็เยอะครับร้องไห้ด้วยความที่ตัวเองก็เป็นคนพุทธ (แต่ที่ทำก็อาชีพเลี้ยงปากท้อง) อย่างน้อยก็ขอทำในส่วนนี้ทดแทนแล้วกันครับ ท่านใดสนใจเรื่องการไถ่ชีวิตโค-กระบือลองค่อยๆอ่านศึกษารายละเอียดกันนะครับ"

ปัจจุบันมีการเรี่ยรายบอกบุญเกี่ยวกับการไถ่ชีวิต-โคกระบือทั้งทางตรงและผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก แต่ผู้มีจิตศรัทธายังขาดความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับประกอบการพิจารณา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นช่องทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดี สบโอกาสหลอกลวงเอารัดเอาเปรียบ ทั้งการโก่งราคาเกินจริง หลอกให้โอนเงินทำบุญทั้งที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง หลอกลวงขายสัตว์ที่ไม่เหมาะแก่การนำไปเลี้ยงต่อ ทำธุรกิจบุญไถ่ชีวิตโค-กระบือแบบเวียนเทียน อีกทั้งหลายท่านยังถูกฉวยโอกาสจากผู้ที่มาขอรับบริจาคโคไปเลี้ยง โดยแอบนำสัตว์ที่ได้รับการไถ่ชีวิตไปขายต่อในภายหลัง (ผมไม่ขอลงรายละเอียดเรื่องนี้มากนะครับ อยากให้ค่อยมาพูดคุยกันต่ออีกทีนึง อันนี้ขอเน้นคู่มือวิธีการไถ่ชีวิตก่อน)
วัว

โพสต์นี้ขอเป็นสื่อกลางให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้รับข้อมูล และสามารถทำบุญไถ่ชีวิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ที่ต้องการครับ

**********************************************
ข้อมูลยืนยันตัวตนของผม

โรงฆ่าสัตว์วัฒนามีทโปรดัค 41/1 หมู่ 3 ตำบลคุ้งพยอม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี 70110
เปิดดำเนินการมากว่า 30 ปี โดยตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 30ไร่ ณ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มีกำลังการผลิตสูงสุด 50-60 ตัว/วัน

ปัจจุบันโรงฆ่าสัตว์ได้จัดตั้งศูนย์ไถ่ชีวิตโค-กระบือขึ้นมา และได้ร่วมกับโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เปิดโอกาสให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน สามารถเข้ามาไถ่ชีวิตโค-กระบือโดยตรงจากโรงฆ่าสัตว์ เพื่อนำไปเลี้ยงต่อหรือบริจาคให้แก่โครงการธนาคารโค-กระบือฯ เพื่อที่จะจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ขาดแคลนที่มาลงทะเบียนไว้กับโครงการฯต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติม

ศูนย์ไถ่ชีวิตโค-กระบือ โรงฆ่าสัตว์วัฒนามีทโปรดัค
www.facebook.com/wattanameat

 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

คู่มือการไถ่ชีวิตโค-กระบือเยี่ยม
***************************************************

1.กำหนดวัตถุประสงค์ - ไถ่ไปไหน?
วัตถุประสงค์การไถ่ชีวิตจะกำหนดทิศทางการเลือกซื้อวัวไถ่ การเลือกที่ปล่อยวัว และอื่นๆทั้งหมดครับ

1.1 • อยากให้สัตว์ที่เราไถ่มีชีวิตอยู่ตลอดไปจนสิ้นอายุไข

>>>> นำไปเลี้ยงเองตามไร่ สวน (ได้ประโยชน์เรื่องตัดหญ้า และผลิตปุ๋ย)
หากท่านมีไร่มีสวน มีความสามารถดูแลได้ ตรงนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ เพราะการไถ่ชีวิตเค้าแล้วเหมือนให้เค้าเกิดใหม่ เราก็เหมือนพ่อแม่ผู้ปกครอง ใครจะมาดูแลลูกเราได้ดีเท่าตัวเราเองจริงมั้ยครับ จริงๆแล้วการเลี้ยงน้องๆเค้าดูแลไม่ยากครับ สามารถปล่อยเดินตามไร่สวนบ้านเราที่มีรั้วรอบขอบชิดได้ จากสวนที่เคยมีหญ้าขึ้นรกรุงรัง ถ้าเป็นน้องๆควายจะจัดการตัดหญ้า (กิน) ให้ท่านตนโล่งเตียนติดพื้นกันเลยทีเดียว ส่วนที่พักอาศัยเค้าก็ขอแค่มีโรงเรือนหลังคากันแดดกันฝน มีแหล่งน้ำสะอาด(ถังน้ำหรือบ่อปูนก็ได้) มีคนดูแลให้อาหารข้นเพิ่มเติมบ้าง ทำการฉีดยาวัคซีนปีละ1-2ครั้ง หรือคอยระวังช่วงมีโรคระบาด เท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ

>>>> ส่งมอบให้คนที่ไว้ใจดูแล!!!! ย้ำนะครับ ว่าที่เราไว้ใจได้ เช่น
คนใกล้ชิด ที่สามารถตรวจสอบได้ (ญาติพี่น้อง)
วัด แหล่งรับบริจาค (ต้องดูความพร้อมของแต่ละที่ อาจติดตามยากหากมีการส่งต่อไปยังที่อื่น)
ในเคสของวัดหลายๆที่ กรณีที่พบเจอคือเมื่อจำนวนสัตว์มากขึ้น สถานที่จำกัด กำลังคนไม่พร้อม บางทีกลายเป็นว่าพระต้องออกมาหาเกี่ยวหญ้าให้วัวกินทุกเช้า บางทีก็จะมีการส่งต่อไปยังวัดสาขาตามต่างจังหวัด (บางกรณีติดตามค่อนข้างยาก) บางทีก็มีญาติโยมผู้ด้อยโอกาสมาขอไปเลี้ยงต่ออีกเป็นทอดๆ ฉะนั้นแล้วการทำบุญไถ่ชีวิตแล้วฝากไว้ต้องดูให้ดีว่าสถานที่เหล่านี้มีสามารถดูแลได้จริงๆหรือส่งต่อๆไปอีกหลายแห่งจนติดตามไม่เจอ (ถ้าไม่อย่างงั้นเราอาจเจอเคสไถ่วัวเวียนเทียน หรือมีตัวยืนโรงคอยเก็บเงินค่าเข้าชมแบบสวนสัตว์ก็ได้)

เกษตรกรทั่วไป
ตรงนี้ผมไม่แนะนำเลยครับ เพราะส่วนใหญ่ที่หายๆก็เพราะแบบนี้แหละครับ เวลาคนเข้ามาอยากได้น้องๆเนี่ยก็จะมาแบบน่าสงสารสุดๆ แต่เวลาได้ไปแล้วเนี่ยจะเปลี่ยนเป็นคนอีกๆเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถึงรับปากสาบานกับพระกันไว้ ถ้าถึงเวลาเลือดขึ้นหน้าก็ขายหมดไม่เหลือครับ อันนี้ผมไม่โทษเค้านะครับเพราะเข้าใจว่าเค้าขาดแคลนจริงๆ ซึ่งการเลี้ยงวัวแค่ 3ตัว-5ตัว ไม่ใช่ทางเลือกที่เค้าจะสร้างอาชีพที่มั่นคงได้หรอกครับ กว่าจะได้ลูกแต่ละตัวต้องใช้เวลา เงินขาดมือก่อนแน่ๆ

1.2 • อยากให้เกิดประโยชน์เพิ่มเติม และต่อยอดเยี่ยม

สำหรับท่านที่มองว่าน้องๆนั้นต้องไปสร้างประโยชน์ต่อได้ ผมแนะนำให้ มอบให้ธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ (ธคก.)

ธคก. เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลครับ โครงการนี้มุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ทุกฝ่ายครับ เกษตรกรได้รับการส่งเสริมอาชีพ คนที่บริจาคก็มั่นใจได้เนื่องจากมีระบบควบคุมดุแลที่ชัดเจน ตอนนี้มีแนวทางปฏิบัติใหม่ๆด้วย เช่น นโยบาย"คนรวมกลุ่ม โครวมคอก" ซึ่งทำให้โครงการรัดกุมยิ่งขึ้น ได้ประโยชน์มากขึ้น
(ปล.ที่ผมไม่รวมอยู่ในหัวข้อที่ว่าอยากให้วัว-ควายที่เราไถ่ไปอยู่ต่อตลอดอายุไข เพราะจะมีการสลับเปลี่ยนตัวสัตว์ตามสัญญาที่ให้แก่เกษตรกรครับ)

(เดี๋ยวจะมาอธิบายอีกทีนึงในส่วนของ ธคก. ครับ - ตรงนี้ที่ไม่พอFacepalm)

 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

2.เลือกโค-กระบือในการไถ่ชีวิตอย่างไร? ทำอย่างไรไม่ให้สัตว์หาย?
สภาพความสมบูรณ์ของโคส่งผลต่อโอกาสในการรอดหลังการไถ่ชีวิตครับ

2.1 กรณีที่นำไปเลี้ยงเอง หรือส่งมอบให้คนใกล้ชิดที่ไว้ใจได้
สามารถเลือกไถ่อย่างไรก็ได้ตามความพึงพอใจ ไม่กำหนดเพศ อายุ สุขภาพ เพราะอย่างไรเราก็ตั้งใจจะเลี้ยงเค้าจนหมดอายุไข (ระวังเรื่องโรคระบาดด้วยนะครับ)

2.2 หากเป็นการส่งมอบให้เกษตรกรนำไปเลี้ยง

ควรพิจารณาด้านการสร้างประโยชน์แก่คนเลี้ยง เพราะหากผู้รับไปไม่ได้ประโยชน์ สร้างประโยชน์ได้ช้า หรือไม่เพียงพอ ย่อมมีโอกาสที่สัตว์จะถูกขายทิ้ง

> ปัจจุบันการนำโค-กระบือไปใช้ทำไร่ไถนานั้นแทบจะหมดไปแล้ว เนื่องจากมีเครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตสูงกว่าเข้ามาแทนที่ บางถิ่นธุรกันดารอาจยังพอมีเหลือบ้าง แต่เมื่อพิจารณาจากรายรับของเกษตรกรที่ได้แล้วนั้นไม่มีความคุ้มทุนและเสี่ยงต่อการนำโค-กระบือไปขายเพื่อมาชดเชยรายได้ส่วนที่ไม่พอรายจ่าย

> ดังนั้นการบริจาคจึงควรมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการบำรุงพันธุ์
- เวลาเลือกไถ่โค-กระบือ จึงแนะนำเป็นเพศเมีย อายุน้อยระยะ 1-4 ปี มีสายพันธ์ุที่ดี (ถ้าเป็นวัวแนะนำลูกผสมบราห์มันหรือชโลเร่ย์) ไม่แคระแกรน เหมาะกับการเป็นแม่พันธ์ุ
สาเหตุที่ต้องเลือกแบบนี้เพราะเนื่องจากสัตว์จะโตง่าย เป็นสัดเร็ว เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์จากการขายพันธุ์สัตว์ได้รวดเร็วครับ ต้องเข้าใจว่าเค้าเอาไปเลี้ยงเป็นอาชีพไม่ได้เอาไปเป็นภาระครับ ถ้าเอาวัวไม่ดีมา วัวแก่ๆมา วัวตัวผู้มา เดี๋ยวเค้าก็เอากลับไปขายเชือดครับ
Facepalm
- นอกจากนี้ควรดูแหล่งที่มาของสัตว์ และความน่าเชื่อถือของสถานที่ที่เราซื้อไถ่ ต้องมีการตรวจสุขภาพสัตว์ทุกครั้งก่อนการไถ่ชีวิต!!!!! ทำวัคซีนและผ่านการตรวจกักโรคระบาดโดยสถานตรวจกักที่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ ก่อนการเคลื่อนย้าย!!!!!

สาเหตุที่ต้องเลือกสถานที่กันให้ดีเป็นเพราะว่าตามวัด สถานรับบริจาคทั่วไป หรือโรงฆ่าสัตว์บ้านๆที่ทำกันตามบ้าน จะไม่มีสัตว์แพทย์ประจำคอยตรวจรับรองครับ (จริงๆทำกันเถื่อนผิดกฏหมายด้วย สงสารผู้บริโภคทุกวันนี้ร้องไห้)

สถานที่เหล่านี้เป็นแหล่ารวมเชื้อโรคเนื่องจากมีสัตว์และคนเวียนเข้าออกตลอดเวลา โรคระบาดก็จะอาจติดมากับตัวสัตว์
โรคบางโรคติดต่อสู่คนได้ เช่น โรคแท้งติดต่อ (ถึงขั้นแท้งลูกกันเลยนะครับ ในสัตว์ไม่มีการรักษา เจ้าหน้าที่จะต้องสั่งทำลายอย่างเดียว)
โรคบางโรคแพร่กระจายได้เร็วผ่านทางอากาศ เช่น โรคปากเท้าเปื่อย (เคยเห็นวัวขาเน่าจนกีบหลุดกันมั้ยครับ)
และยังมีโรคอื่นๆอีกมากที่ทำให้สัตว์ตายกันยกหมู่บ้าน เช่น โรคคอบวม วัณโรค ฯลฯ

ฉะนั้นการที่เราไถ่ชีวิตสัตว์ที่มีโรคระบาดเหล่านั้นไปปล่อยจะกลายเป็นการนำโรคระบาดไปปล่อยในพื้นที่อื่นๆและเป็นอันตรายต่อสัตว์ทั้งหมดในบริเวณนั้น ทำบุญกลายเป็นได้บาปไม่ได้ตั้งใจFacepalm

จริงๆระเบียบการตรวจกักสัตว์ การเคลื่อนย้าย การกักสัตว์ เรามีกฏหมายควบคุมชัดเจนนะครับ แต่คนขายมักง่ายไม่ทำกัน บางทีเคลื่อนย้ายกันแบบผิดๆโดนจับมาเดือดร้อนคนไถ่ชีวิตอีก ต้องตามไปเคลียร์คดีเอาสัตว์ออกอีก

 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

3.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของสถานที่

• ควรไปดูตัวสัตว์ก่อนการบริจาคเงิน อย่าหลงเชื่อเพียงภาพถ่ายจากสื่อสังคมออนไลน์
o มีตัวสัตว์อยู่จริง - ไม่ใช่การไถ่เวียนหรือเป็นตัวยืนโรงถาวร
o สภาพเหมาะสมกับราคา (รายละเอียดราคาดูในส่วนต่อไปครับ)

• ตรวจสอบข้อมูลสถานที่ต้นทาง เป็นวัด สถานรับบริจาค หรือโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกต้องตามกฎหมายรึไม่
o มีการตรวจสุขภาพ กักโรคเฝ้าระวังโรคระบาด

• ตรวจสอบสถานที่ปลายทาง ไถ่แล้วไปไหน (กรณีบริจาค)
o มีการเลี้ยงดูอย่างไร มีความสามารถดูแลสัตว์หรือไม่
o มีระบบตรวจสอบรึไม่

***************************************************
4. ราคาที่เหมาะสม? ดูอย่างไรถึงไม่แพงเกินจริง?
สิ่งที่ผมพบเห็นตลอดเลยคือการโก่งราคาครับ เพราะผู้บริจาคมักไม่ต่อรองราคา เลยโดนโก่งตัวละ 3-4พันทีเดียว

• ราคาถูกเกินไป - ระวังการหลอกลวง!!! ไม่มีอยู่จริง วัวแคระแกรน เป็นโรค
• ราคาโค-กระบือจากโรงฆ่าสัตว์โดยปกติจะถูกกำหนดโดยขนาดและนํ้าหนัก เป็นตัวแปรหลัก (โดยคำนวณจากนํ้าหนัก X ราคาเนื้อสัตว์)
• ตัวแปรอื่นๆที่อาจส่งผลให้ราคาสูงขึ้นได้แก่
- เป็นเพศเมียสภาพสมบูรณ์พร้อมในการขยายพันธุ์
- สายพันธุ์ดี ลูกผสม ไม่แคระแกรน โครงสร้างใหญ่กว่าตัวอื่นในช่วงอายุเดียวกัน
- อายุ

• ผู้บริจาคทั่วไปที่ขาดความชำนาญในการประเมินนํ้าหนักโค-กระบือ สามารถเทียบเคียงราคาคร่าวๆด้วยวิธีการดังนี้

o หาข้อมูลจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ
o เทียบเคียงราคาจากกลุ่มขายโค-กระบือตามสังคมออนไลน์ เดี๋ยวนี้มีเพจตลาดนัดโคกระบือ และกลุ่มซื้อขายวัวเยอะครับ ลองเสิร์ชๆดูเทียบเคียงราคาจากหลายๆที่ได้ เช่น
> ลูกโคหย่านมช่วงอายุ 5 เดือน - 8 เดือน มีราคาตลาดตั้งแต่ 10,000-13,000 บาท อาจถูกหรือแพงกว่านั้นขึ้นอยู่กับขนาดและสายพันธุ์ (ถ้าราคาถูกไปอาจไม่เหมาะสมในการนำไปขยายพันธุ์)
> ราคาโคสาวแม่พันธุ์ อายุ 1ปีครึ่ง - 3 ปี มีราคาตั้งแต่ 20,000 - 30,000บาท (ถ้าเป็นโคขุนอ้วนแล้วขนาดใหญ่อาจมีราคาสูงกว่านี้ตามขนาด)
หมายเหตุ : ข้อมูลเป็นราคาตลาดปัจจุบัน ช่วงปี2561

อย่าหลงเชื่อวัวท้อง - ถ้าเค้ารู้ว่าท้องเค้าจะมาขายโรงเชือดทำไม ขายตลาดนัดได้ราคากว่าFacepalm
การตรวจท้องต้องมีการล้วงตรวจครับ คนดูไม่เป็นเจอท้องลมมาเยอะแล้ว

• ตรวจสอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ - ค่าขนส่ง, ค่าตรวจโรค, การออกใบอนุญาตเคลื่อนย้าย, ค่าอาหารสัตว์ ฯลฯ
ค่าใช้จ่ายแฝงพวกนี้ จริงๆก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ ด้วยความที่เค้าเป็นสัตว์ใหญ่ การตรวจโรคก็ยาก ต้องให้หมอมาตรวจถึงที่ใช้เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับหลายคน การกักโรคอย่างน้อยก็ต้องใช้ 21วัน และการกักก็ต้องกักในสถานกักสัตว์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ค่าอาหารระหว่างการกักโรคก็จะต้องมี ค่าขนส่งก็อีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป้นทั้งสิ้นเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของน้องๆ เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องศึกษาและสอบถามให้ละเอียดครับ

 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ (ธคก.)

การดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือฯ (ธคก.) มีรายละเอียดดังนี้ครับ


1.เกษตรกรที่จะเข้าร่วมรับบริจาค
เกษตรจะต้องไปลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการกับสำนักงานปศุสัตว์ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องให้ทางสำนักงานส่วนกลางต่อไป โดยจะมีคณะกรรมการในการคัดเลือกที่เข้ามาตรวจสอบอย่างเข้มข้นกันเลยทีเดียวครับ ปัจจุบันเข้าใจว่ามีเกษตรกรที่เข้าคิวรอรับบริจาคหลายหมื่นคน แต่ทางธนาคารโค-กระบือฯ ต้องค่อยๆทยอยคัดเลือกให้มั่นใจว่ามสามารถนำน้องๆที่เราไถ่ชีวิตให้ไปเลี้ยงต่อได้จริง

2.สัญญาระหว่าง ธนาคารโค-กระบือฯ กับ เกษตรกร

เนื่องจากโค-กระบือเมื่อเข้าสู่ธนาคารโค-กระบือฯแล้วจะถือเป็นทรัพย์สินของหลวงครับ การรับโค-กระบือไปนั้นจึงจะมีการทำสัญญาให้แก่กันไว้
-โดยสัญญาจะเป็นลักษณะ 5 ปี (หากน้องๆสูญหาย มีโทษทางคดีอาญาครับ)
-ต้องส่งคืนลูกโค-กระบือตัวแรกให้แก่ธนาคารฯ (ลูกตัวที่ได้มาก็จะเวียนเข้าธนาคารฯเพื่อส่งมอบให้เกษตรกรรายอื่นครับ)
-เมื่อครบตามสัญญาโค-กระบือที่ยืมไปจะตกเป็นของเกษตรกร
****ส่วนนี้แหละครับที่เป็นประเด็นที่ผู้บริจาคไม่ค่อยทราบกัน ถ้าเป็นโครงการนี้ การไถ่ 1 ชีวิต จะได้ 1 ชีวิตไปตลอดครับ เพียงแต่มีการเปลี่ยนตัวเข้ามาแทนที่กัน แต่ถ้าไถ่ชีวิตแบบทั่วๆไปถ้าเค้าตายไปแล้วก็จบกันเลยครับ****
-ในระหว่างสัญญาจะมีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์คอยเข้าไปให้ความรู้ คำแนะนำการเลี้ยง ดูแลตรวจสุขภาพ ติดตามผลตลอดครับ
-ถ้าเกษตรกรเลี้ยงไป 3ปีแล้วยังไม่ได้ลูกตัวแรกเลย ธนาคารฯมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา

3.การรับบริจาคของธนาคารโค-กระบือฯ
-รับบริจาคเงินผ่านบัญชีของธนาคารโค-กระบือฯ
ธนาคารจะเก็บสะสมเงินบริจาคไว้เรื่อยๆ เมื่อถึงวันสำคัญต่างๆ (เช่น งานที่ถวายเป็นพระราชกุศล) ก็จะมีการนำเงินบริจาคออกมาจัดซื้อโค-กระบือเข้าประกอบพิธีไถ่ชีวิต
ข้อดี คือเป็นการโอนเงินตรงเข้าโครงการครับ

-รับบริจาคเป็นตัวสัตว์
หากเราประสงค์บริจาคตัวสัตว์เข้าธนาคารฯ ส่วนนี้จะมีรายละเอียดค่อนข้างมากครับ เพราะโครงการมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์จริงๆทั้งกับเกษตรกรที่รับบริจาค และเพื่อให้มั่นใจจริงๆว่าโคที่บริจาคไปจะไม่สูญหาย โดยธนาคารจะกำหนดดังนี้ครับ
>อายุสัตว์ระหว่าง 1ปีครึ่ง - 3ปี
>เพศเมีย
>สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง มีน้ำหนักผ่านเกณฑ์ ไม่มีโรคร้ายแรง
>มีประวัติการทำวัคซีน และตรวจเจาะเลือด
>มีการกักโรคอย่างน้อย 21วันก่อนการส่งมอบ (ต้องมีคอกกักสัตว์ตามระเบียบของกรมปศุสัตว์)
>ผู้บริจาครับผิดชอบค่าใช้จ่ายจนน้องๆส่งถึงปลายทางที่กำหนด (เค้าชี้ให้ไปจังหวัดไหนก็ต้องไปครับ)
ด้วยความที่มีรายละเอียดมากครับ และป้องกันการแอบอ้างเรี่ยรายเงิน ทางธนาคารจึงมีแหล่งรับบริจาคที่ได้รับกรอนุญาตอย่างเป็นทางการอยู่เพียงไม่กี่แห่งทั่วประเทศ โดยสถานรับบริจาคเหล่านี้จะจัดการให้ผู้บริจาคเบ็ดเสร็จคือสามารถเข้าไปไถ่ชีวิตน้องๆที่ผ่านเกณฑ์ได้เลย พร้อมทั้งตรวจสุขภาพ กักโรคและส่งมอบให้จนจบกระบวนการ ทางผู้บริจาคจะได้รับใบอนุโมทนาบุญจากธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรโดยตรงผ่านทางจดหมายส่งไปถึงบ้านครับ

**********************************
สรุปข้อดีของการมอบโคให้แก่ธนาคารโค-กระบือ
1. ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และรายได้เสริม
2. การันตีโอกาสรอดชีวิต และความเป็นอยู่
• มีแหล่งที่มาที่ไปชัดเจน
• มีคณะกรรมการคัดเลือกเกษตรกรผู้รับบริจาค เช่า ยืม
• ถือเป็นทรัพย์สินของหลวง มีโทษคดีอาญาหากถูกนำไปขาย (ในระยะสัญญา 5 ปี)
• มีหลักเกณฑ์การตรวจรับตัวสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรได้สัตว์ที่เหมาะแก่การนำไปเลี้ยง
• ไม่เป็นพาหะนำโรคไปแพร่กระจาย
• มีเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์คอยให้การดูแลสุขภาพ
3. ไถ่ชีวิต ส่งต่อไปชั่วลูกหลาน
• เกษตรกรต้องคืนลูกตัวแรกให้แก่ธนาคาร
• โดยธนาคารจะส่งต่อลูกที่ได้ให้แก่เกษตรกรรายอื่น และเมื่อได้ลูกก็จะเวียนเข้าธนาคารอีกต่อไปเรื่อยๆ

*************************************
ทิศทางโครงการของ ธคก.
เพื่อให้เกิดความรัดกุมของโครงการมากยิ่งขึ้น และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปัจจุบันทางธนาคารโค-กระบือมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายไป 2 แบบนี้ครับ

1. นโยบายคนรวมกลุ่ม โครวมคอก
• ให้เกษตรรวมกลุ่มการเลี้ยง โดยสร้างคอกรวมและร่วมกันดูแล
เช่น หมู่บ้านนึงให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน 20 ราย แจกโคแม่พันธุ์ให้คนละ 5 ตัว รวม 100 ตัว
เกษตรกรต้องร่วมกันทำคอกให้วัวอยู่ และมีการจัดสรรแบ่งหน้าที่กันในกลุ่มข้อดี
• เกษตรกรสามารถเลี้ยงได้ผลมากกว่าการปล่อยเลี้ยงแยก
จริงๆแล้วในระยะ 5 ปี ควรได้ลูกไม่ต่ำกว่า 3 ตัว แต่หากเลี้ยงปล่อยไม่มีการดูแลที่ดีบางทีอาจได้แค่ 1-2ตัว
การนำมารวมคอกจะช่วยให้สามารถบำรุงได้ดีกว่า เข้าทำการผสมเทียมได้ง่ายกว่า และเสี่ยงต่อการติดโรคระบาดน้อยกว่า
นอกจากนี้เกษตรกรยังไม่ต้องเฝ้าวัวเองทุกวัน แต่สามารถสลับเวรกันเข้ามาดูแลวัวได้
• ช่วยให้เกิดความสะดวกในการจัดการ และส่งเสริมต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์
• ลดโอกาสการผิดสัญญา แอบนำสัตว์ไปขายของเกษตรกร
เมื่อรวมกลุ่มเกษตรกรจะต้องควมคุมสอดส่องกัน หากมีปัญหาเกิดขี้นเกษตรกรราบอื่นๆในกลุ่มก็จะถูกตัดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ
• สร้างโอกาสต่อยอดจากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่นการปลูกพืชอาหารสัตว์ การขายปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก
วัวตัวนึงกินอาหารวันละไม่ต่ำกว่า 30โล
บางที่ทำนาไม่ได้ผล ก็เปลี่ยนไปเป็นปลูกแปลงพืชอาหารสัตว์นำมาส่งขายให้กลุ่มเลี้ยงรวมได้
ส่วนเกษตรกรเองเมื่อเลี้ยงรวมคอกก็สามารถนำขี้วัวออกมาทำปุ๋ยคอกขายได้เป็นกอบเป็นกำ

2. คัดเลือกเกษตรผู้มีความรู้ เช่นกลุ่มปศุสัตว์อาสา
ทางกลุ่มนี้จะได้รับแต้มต่อในการรับพิจารณาเป็นผู้ร่วมโครงการ เนื่องจากมีความรู้เกี่ยวกับสัตว์ และทำงานใกล้ชิดกับหน่วยงานปศุสัตว์ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่สามารถติดตามตรวจสอบได้ และโอกาสสูญหายน้อย****************************************

หมายเหตุ: สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจของธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ หรือโทรสอบถามได้เลยครับ

 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ


 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ


 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ


 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ


 เจ้าของโรงฆ่าสัตว์ชำแหละ!เบื้องลึก-เบื้่องหลัง การทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 4368079 เวบไซต์ pantip.com

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : แม่ลูกหนึ่ง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 1.2.162.175

1.2.162.175,,node-6un.pool-1-2.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
ขอบคุณสำหรับความรู้คะ


[ วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 08:59 น. ]
คุณ : เช็คก่อนทำ
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 184.22.186.220

184.22.186.220,,184-22-186-0.24.nat.tls1a-cgn01.myaisfibre.com ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
ดีครับ เป็นแนวทางไม่โดนหลอก บางที่ไม่อยากเอ่ยถึง เอากรณีถ่ายโค-กระบือมาหากินจากคนใจบุญ ทำเป็นขบวนการ บางแห่งถ่ายชีวิตเขามาแต่สุดท้ายก็กลับไปโรงเชือดอยู่ดี เศร้าไหม


[ วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 09:02 น. ]
คุณ : วิญญาณปู่ จะร้อง ..
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 124.120.6.220

124.120.6.220,,ppp-124-120-6-220.revip2.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 4 [อ้างอิง]
พฤษภกาสร อีกกุญชร อันปลดปลง. โททนต์เสน่งคง สำคัญหมาย ในกายมี. นรชาติวางวาย มลายสิ้น ทั้งอินทรีย์. สถิตทั่ว แต่ชั่วดี ประดับไว้ ในโลกา


[ วันจันทร์ ที่ 3 ธันวาคม 2561 เวลา 19:01 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์