ซึ่งใจ!!แค่คำพูดเดียวของ บังขายโรตี กลับทำให้คิดอะไรได้มากมาย!!!!


ตอนนี้บนโลกโซเชียลได้มีการแชร์มีประเด็นเรื่องราวสุดประทับใจ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Ginobili Le’Tif Chuensukjit ได้ถ่ายทอดเล่าเรื่องราวความมีน้ำใจของคุณลุงขายโรตีคนหนึ่ง โดยระบุว่า ลุงคนนี้ เป็นชาวโรฮิงญา ขายโรตีอยู่แถวเจริญกรุง ที่พักอาศัยกอยู่แถวมัสยิดอัลอะตี๊กตระเวนขายตั้งแต่แถวๆเอเชียทีค จนถึงสี่แยกถนนตก โดย โพสต์ข้อความว่า
 
ลุงคนนี้ แกเป็นชาวโรฮิงญา
ขายโรตีอยู่แถวเจริญกรุง ที่พักอาศัยแกอยู่แถวมัสยิดอัลอะตี๊ก
ตระเวนขายตั้งแต่แถวๆเอเชียทีค จนถึงสี่แยกถนนตก
แกเสียขาไปข้างนึง แต่แกมีขาเทียมใช้แล้ว
ใครที่อยู่แถวๆนี้คงจะคุ้นหน้าแกดี
 
ปกติผมจะไม่ค่อยได้ซื้อแกเท่าไหร่
ส่วนใหญ่จะเดินผ่านและยิ้ม+ให้สลามกันทุกครั้ง
จนวันนี้ ที่ผมจะเดินเข้าไปซื้อกิน ...
 
ตีฟ : (ให้สลาม) โรตีแผ่นนึงครับ ไม่ใส่ไข่
 
~ ลุงแกยิ้ม+รับสลาม แล้วก้มหน้าก้มตาทำ ~
 
ตีฟ : เท่าไหร่ครับลุง
 
ลุง : ไม่เอา ผมเลี้ยงเอง เจอหน้ากันบ่อยๆ!!!...
 
ตีฟ : ไม่ได้หรอกลุง ของซื้อของขายนะครับ
 
ลุง : ไม่เอา ไม่เปนไร ผมอยากเลี้ยง วันนี้ผมขายได้พอแล้ว...
 
ผมสตั๊นไป 5 วิ...

แค่ประโยคนี้ประโยคเดียว ทำให้ผมคิดอะไรได้มากมาย...
 
คนทำมาหากินที่มีรายได้แค่พอกินไปวันๆ
รายได้วันละ 200-300 บาท ไม่ได้มากมาย ฟู่ฟ่าเท่านักธุรกิจ
ยังไม่ได้ต้องการอะไรมากนอกจากการมีรายได้พออยู่พอกิน
เขาก็มีจุดที่เขาพอและพร้อมจะให้ผู้อื่นต่อไปเรื่อยๆ
 
ในขณะที่นักธุรกิจหลายๆคนมีรายได้มากมาย วันๆก็คิดแต่จะเก็งกำไร 
เพื่อรายได้ที่มากกว่าเดิม มากขึ้นเรื่อยๆและไม่มีวันพอ
เวลาจะให้อะไรใครซักครั้งก็ต้องมาคุยว่า

"ถึงกูจะรวย มีเงินเยอะ แต่กูก็ให้คนอื่นเหมือนกันนะ"

พยายามหาช่องทางกฎหมาย เอาศาสนามาอ้าง
เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง ไม่ว่าจะน่าเกลียดแค่ไหนก็ตาม
 
นะอูซุบิลลาฮฺ
 
หลาน 5 ขวบเดินมาตบไหล่เบาๆแล้วบอกว่า
"ช่างแม่งเหอะ โลกนี้มันไม่ได้สวยนะเว้ยยย"


ซึ่งใจ!!แค่คำพูดเดียวของ บังขายโรตี กลับทำให้คิดอะไรได้มากมาย!!!!

มีเพื่อนในเฟสคนนึงได้ไปอุดหนุนคุณลุง และคอมเม้นข้อความดังนี้ครับ

ขออนุญาติไม่บอกชื่อผู้คอมเม้นนะครับ

+++ วันนี้ไม่รู้จะไปไหน ช่วงรอรับลูกเรียนพิเศษ
เลยไปซื้อโรตีและมีโอกาสนั่งคุยกับ
"คุณลุง นาราชาห์"แกเล่าให้ฟังว่า
เคยขายอยุ่หน้ามัสยิดอื่นมาก่อน
ก็ถูกมาเฟียเจ้าถิ่นไล่ไม่ให้ขายก็เลยย้ายมาขายแถวนี้

แกบอกขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่
ได้เพียงแค่วันละ 200-300 บาทเอง แต่คนแถวนี้ใจดี ให้ขายหน้าบ้าน 
หลังมักริบก็จะมืดก็ย้ายไปขายหน้าเซเว่น
เค้าก็ให้ขายฟรีไม่เก็บตังค์ เพราะสงสาร

ขายถึงเที่ยงคืนบ้าง ตี1บ้าง ตี2บ้าง แล้วแต่
ตำรวจก็ไม่เคยจับ ไม่เคยมีปัญหากับใคร

บางวันปวดขา(ข้างที่มีปัญหา)
ก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล
ใช้บัตร30บาทไม่เสียตังค์ 
นิ้วมือข้างขวาก็ล๊อคกางไม่ออกทั้ง5นิ้วเลย

แกบอก "ที่ประเทศพม่าใช้ชีวิตลำบากมาก
มัสยิดก็อะซานไม่ได้เมื่อถึงเวลาละหมาด
บางทีก็ถูกทำร้ายโดยพม่าชาวยะไข่
เมืองไทยร่มเย็นเป็นสุขมากๆ
เลือกนับถือศาสนาได้ตามที่ต้องการ
คนไทยพุธใจดีมากไม่เหมือนที่พม่าโหดร้ายมาก"


พวกเรามีชีวิตที่สุขสบายกว่าคนชาติอื่นเยอะ
เราเคยนึกถึงในความสุขสบายกันบ้างไหม?

ได้ซื้อโรตีใส่ไข่มากิน3แผ่นราคา60บาท จ่ายให้แกไป100บาทขอไม่เอาเงินทอน 
แต่คุณลุงแกคะยั้นคะยอจะทอนให้ได้ เรายืนยันที่จะไม่รับเงินทอนแกเลยยกมือขึ้น
แล้วกล่าว "ดุอาร์ ดุอาร์ ดุอาร์" (การขอพรในศาสนาอิสลาม)

จากนั้นก็สลามแกแล้วจากไปรับลูกที่โทรมา
และนำโรตีไปกินกับลูกด้วยความชุ่มชื่น
ในหัวใจที่มีคนมาขอดุอาร์จากอัลลอฮให้เรา
หายปวดหัวจากการทำงานที่เคร่งเครียด
มาตลอดทั้งวันและสัญญากับตัวเองว่า
"จะกลับมาอุดหนุนแกอีกไปเรื่อยๆตลอดไป"

ซุบฮานัลลอฮ/อินชาอัลลอฮ +++

ซึ่งใจ!!แค่คำพูดเดียวของ บังขายโรตี กลับทำให้คิดอะไรได้มากมาย!!!!


ซึ่งใจ!!แค่คำพูดเดียวของ บังขายโรตี กลับทำให้คิดอะไรได้มากมาย!!!!

เกริ่นนำโดย teenee.com 
ขอบคุณที่มาเรื่องราว จาก Ginobili Le'Tif Chuensukjit -Muslimthai News


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์