ใครๆ ก็ว่ากล่าวตักเตือนได้

ใครๆ ก็ว่ากล่าวตักเตือนได้


ใครๆ ก็ว่ากล่าวตักเตือนได้



มีแต่ความอยาก อยาก "ธรรมะ" แต่ปฏิบัติไม่ถูก

เพราะอะไร ก็เพราะเราไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อตัวเอง

โกหกตัวเองอยู่อย่างนั้น

เพราะฉะนั้นเราต้องสังเกต

เช่นมีบุรุษคนใดคนหนึ่ง ว่ากล่าวตักเตือนเรา

ให้เราสังเกตดูใจของตัวเอง

ปกติจิตใจเราก็จะวิ่งชนเขานั่นแหละ

เราพยายามแก้ตัว ป้องกันตัวเอง

เราไม่ผิด เรารับฟังไม่ได้ จิตก็นึกปรุงไป



ถ้าตามหลักแล้ว

ผู้ปฏิบัติธรรมต้องปวารณาตัวเองกับทุกๆ คนว่า ถ้ามีอะไรๆ

ก็ว่ากล่าวตักเตือนได้

ถ้าเรามีจิตใจอย่างนี้ ก็มีโอกาสที่จะก้าวหน้าได้

แต่ถ้าใครพูดผิดใจนิดหน่อย อารมณ์ขึ้น อย่างนี้เราปิดทางก้าวหน้า

ถ้าเราสนใจปฏิบัติธรรมจริงๆ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคน

ใครจะคิดอะไรกับตัวเรา ให้ว่ากล่าวตักเตือนได้




ใครๆ ก็ว่ากล่าวตักเตือนได้


เราต้องรับฟังด้วยใจปกติ




ที่จริงแล้ว ใครพูดอะไร จะผิดจะถูกก็ไม่สำคัญ

เราไม่ต้องวิจารณ์ว่าเขาพูดผิด หรือถูก

เขาพูดผิด หรือถูกก็ไม่สำคัญ

สำคัญที่ว่าเราต้องรับฟังได้ ด้วยใจปกติ และใจดี

แล้วก็น้อมเข้ามาพิจารณาดูว่า สิ่งที่เขาพูดไปนั้นจริงหรือไม่

ธรรมดาก็จริง ไม่มากก็น้อย ส่วนมากก็เป็นอย่างนั้น

ใครจะว่าเรา ตำหนิเรา ส่วนมากก็เป็นจริง

ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะไม่มาก

เราไม่ต้องคิดแก้ตัว



ฉะนั้น เรา ก็ไม่ต้องปฏิเสธ ไม่ต้องคิดแก้ตัว

ใจเราก็ชอบปฏิเสธ ชอบแก้ตัว

ใครจะพูดอะไร ว่ากล่าวตักเตือนเรา

ปัญญาปลอมๆ ของเราก็วิ่งเข้าชนแล้ว

ปัญญาหรือกิเลสก็ไม่ทราบ ปัญญาทางโลกนะ

ทางธรรมะเรียกว่ากิเลส ทางโลกเรียกว่าปัญญา

ความฉลาดของเราก็วิ่งออกไปแก้ตัว

"ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เขาพูดไม่จริง"

นี่ก็ไม่ใช่ลักษณะของคนซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่ลักษณะของคนดี




สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
วัดป่าสุนันทวนาราม


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์