บันเทิงดารา คุยคุ้ยข่าวครบเครื่องเรื่องวัยรุ่นเรื่องผู้หญิง ที่นี่ที่เดียว
บันเทิงดาราวาไรตตี้ฟอร์เวิรดเมล์กีฬาคุยคุ้ยข่าวผู้หญิง



ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน : Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
  ตำนานพระบรมสารีริกธาตุ
 

พระบรมสารีริกธาตุ คือธาตุส่วนต่างๆ ในพระวรกายของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่กลายเป็นพระธาตุหลังถูกพระเพลิง

ซึ่งแยกชิ้นส่วนเป็นของแข็งคือ กระดูก วนที่เป็นของอ่อน คือ ส่วนเนื้อหนังและอวัยวะภายในทั้งหมด

ซึ่งกล่าวได้ว่า
"พระวรกายของพระพุทธเจ้าทั้งหมดหลังการถูกพระเพลิงจะกลายเป็นพระบรมสารีริกธาตุทั้งสิ้น"

พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือที่เรียกเป็นภาษาสามัญว่า "กระดูกของพระพุทธเจ้า" เป็นพระธาตุที่เกิดขึ้นภายหลังการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

หลังจากทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ได้มีการจัดการพระศพเยี่ยงพระเจ้าจักรพรรดิทั่วไป คือพระห่อพระศพด้วยผ้าใหม่ แล้วหุ้มสำลีสลับกัน ๕๐๐ ชั้น ใส่ลงในรางน้ำมันที่ทำด้วยเหล็ก แล้วปิดด้วยฝาเหล็ก ตั้งเผาบนไม้หอม เสร็จแล้วจึงนำไปบรรจุในสถูป ที่สร้างไว้บนทางสี่แพร่งเพื่อเป็นที่สักการบูชาของคนที่มาทั้งสี่ทิศ

แต่ในการถวายพระเพลิงพระศพของพระพุทธเจ้า ได้จัดสถานที่ให้ประชาชนได้มาถวายบังคม ๗ วัน ก่อนที่จะอัญเชิญพระศพเข้าพระนคร

เสร็จแล้วจึงได้อัญเชิญพระเพลิงติดขึ้นในทันใด เมื่อพระศพไหม้พระเพลิงดับ จึงได้มีพิธีรวมพระอัฐิธาตุและพระอังคาร (เถ้าถ่าน) ไปตั้งสักการะกลางพระนครอีก ๗ วัน

ซึ่งปรากฏว่าหลังพระเพลิงดับ

พระฉวี (หนังกำพร้า) พระมังสะ (เนื้อ) พระจัมมะ (หนัง) และพระลสิกา (ไขข้อ) และพระนารหุ (เอ็น)

ได้ไหม้และกลายเป็นเถ้าถ่าน

ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า

ภายหลังได้กลายเป็นพระธาตุทั้งสิ้น นอกจากนี้ผ้าชั้นนอกและผ้าชั้นในคู่หนึ่งไม่ไหม้

ส่วนพระอัฐฺธาตุทั้งปวงนั้นไหม้ทั้งหมด
แต่กลับกลายเป็นเกล็ดสีขาวบริสุทธิ์
สัณฐานใหญ่เท่าเมล็ดถั่วแตก
สัณฐานกลางเท่าเมล็ดข้าวสารหัก
สัณฐานเล็กเท่าเมล็ดผักกาด และเท่าเมล็ดงา

ส่วนที่ยังเป็นชิ้นตามรูปเดิม คือ

พระอุณหิสธาตุ (พระอัฐิหน้าผาก) ๑
พระทาฐธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ๔
พระอักขธาตุ (พระรากขวัญ) ๒
พระทันต์ทั้ง ๓๖ ซี่
พระเกศา พระโลมา และพระขนา

ตามตำนานพบพระบรมสารีริกธาตุมีเพียง ๔ สัณฐาน ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเท่านั้น

แต่ตามความเป็นจริงแล้ว พระบรมสารีริกธาตุยังมีสัณฐานพิเศษ นอกเหนือจากที่ตำรากล่าวไว้อีกมากมาย

นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า พระบรมสารีริกธาตุในส่วนที่มาจากกระดูกนั้น จะสามารถลอยน้ำได้ แต่ต้องค่อยๆ เอาภาชนะช้อนองค์พระธาตุไปวางไว้ในน้ำ ให้น้ำค่อยๆ รองรับองค์พระธาตุ

ลักษณะการลอยนั้นองค์พระธาตุจะลอยปริ่มน้ำ กดน้ำจนเป็นแอ่งคล้ายวังน้ำวน และองค์พระธาตุก็จะอยู่ระดับเดียวกันกับผิวน้ำ แล้วจะค่อยๆ เคลื่อนเข้ามารวมกัน

พระธาตุของพระอรหันต์ชั้นสูงก็เช่นเดียวกัน เมื่อพระสาวกได้บำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรมชั้นสูง จิตใจที่บริสุทธิ์หมดซึ่งกิเลส พลังแห่งการสั่งสมบารมีจะปรากฏให้เห็น ซึ่งเราเรียกพระธาตุของพระอรหันต์ว่า "พระอรหันตธาตุ" ซึ่งสามารถลอยน้ำได้เช่นกัน



ที่มา...ลานธรรมจักร

 
   โดย :จิ้มจุ่ม ( สมาชิกไอดีที่ 124883) โพสเมื่อ [ วันอังคาร ที่ 25 มกราคม 2554 เวลา 14:51 น.]

Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้


คุณ : ll
สถานะ : บุคคลทั่วไป

1217778, 113.53.57.182, , 113.53.57.182 ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]

22222



  [ วันอังคาร ที่ 25 มกราคม 2554 เวลา 17:06 น. ]


คุณ : akatsuki
สถานะ : บุคคลทั่วไป

1217783, 182.93.195.246, , 182.93.195.246 ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]

ที่สาม



  [ วันอังคาร ที่ 25 มกราคม 2554 เวลา 17:11 น. ]

นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพก่อนกดปุ่มส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด


ตั้งชื่อเกาหลีจากดวง ทำนายอดีตชาติ ทำนายคู่รัก ทำนายลีลาบนเตียง ดูดวงจากรังสีออร่า ดูดวงตามวันที่เกิด
ทายของลับหญิง ทายของลับชาย ทายบัตรประชาชน วันเกิดกับสีบอกนิสัย ดูดวงตามวันเกิด ปลายนิ้วบอกนิสัย teenee.com เวบยอดนิยม
Teenee.com ติดต่อโฆษณา คลิก