จิตปรุงแต่ง หรือ จิตไม่ปรุงแต่ง

จิตปรุงแต่ง หรือ จิตไม่ปรุงแต่ง

จิตปรุงแต่ง หรือ จิตไม่ปรุงแต่ง



ในร่างกายของมนุษย์(ในที่นี้หมายเอาเฉพาะมนุษย์) ล้วนประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆทั้งภายในภายนอก และในทางพุทธศาสนานั้นได้จำแนกแยกแยะเป็นรายละเอียดของอวัยวะทั้งหลายเหล่านั้น เป็น ดวงจิต ในรูปแบบต่างๆ เช่น เป็น อกุศลจิต, กุศลจิต
อัพยากตา จิต(คือจิตที่เป็นกลาง ไม่ดีไม่ชั่ว ไม่ใช่กุศลไม่ใช่อกุศล ) ซึ่งก็ล้วนเป็น ชวนจิต(จิตที่ทำหน้าที่เสพอารมณ์)

จิต ทั้งหลาย ย่อมรวมกันเป็น ร่างกายเรา จะประกอบไปด้วย จิตวิญญาณ หรือ ชวนจิต หรือจิตในส่วนใดใดก็ตาม ล้วนมีการปรุงแต่งทั้งสิ้น แต่การปรุงแต่งของ จิตทั้งหลายเหล่านั้น มีการปรุงแต่งหลายรูปแบบหลายสถานะ หลายระบบหรือในหลากหลายแห่ง"ภวังคจิต"อันหมายถึงระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์(ในที่หมายเอาเฉพาะมนุษย์)

การปรุงแต่งของ จิต ในรูปแบบแรก คือ การปรุงแต่งแห่งการขับเคลื่อนพลังงานให้กับร่างกาย โดยอาศัย อาหาร , น้ำ ,อากาศ,แสงแดด,ลม,ดิน, เป็นปัจจัยในการปรุงแต่ง

การปรุงแต่งของ จิต ในรูปแบบที่สอง คือ การปรุงแต่งอันเกิดจากผลของการปรุงแต่งของจิต ในรูปแบบแรก ทำให้เกิดการทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ยืน เดิน นั่ง นอน พูด มอง ได้ยิน ได้ทำ หรือสัมผัส ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น

การปรุงแต่งของ จิต ในรูปแบบ ที่ สาม คือ การปรุงแต่งอันเกิดจากผลของการปรุงแต่งของจิตในรูปแบบ ที่หนึ่ง และที่สอง ทำให้เกิด การปรุงแต่ง ทางความคิด อารมณ์ ความรู้สึก รวมไปถึง การ ระลึกนึกถืง ฯลฯ

การปรุงแต่งของ จิต ทั้งสามรูปแบบ ย่อมมีในมนุษย์ทั้งหลายโดยธรรมชาติ การปรุงแต่งทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมสามารถขจัดเอาสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากร่างกายไปได้

สิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ ใน การปรุงแต่งรูปแบบแรก ก็คือ ของเสียต่างๆที่ร่างกายได้ขจัดหรือขับออกมา ทางทวารทั้งหลาย

สิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ ในการปรุงแต่งรูปแบบที่สอง ก็คือ ของเสียต่างๆที่ร่างกายได้สำรอก ออกมาทางพฤติกรรมต่างๆทั้งทางกาย วาจาและใจ

สิ่งที่ร่างกายไม่ต้อง ในการปรุงแต่งรูปแบบที่สาม ก็คือ ของเสียต่างๆที่ร่างกายได้ขจัด ได้สำรอกออกจากร่างกายโดยตัวของจิตเอง เหตุเพราะ จิตทั้งหลายเหล่านั้นสามารถขจัดเอาของเสียที่นอกเหนือจากรูปแบบที่หนึ่งและที่สอง ออกจากร่างกายได้ ด้วย วาโย อาโป เตโช ปฐวี เพราะทั้ง สี่ธาตุ ล้วนเป็นส่วนประกอบแห่ง จิตทั้งหลายเหล่านั้น
ดังนั้น จิตวิญญาณ หรือจิตทั้งหลายของมนุษย์ ล้วนมีการปรุงแต่ง ไม่ขั้นตอนใดก็ขั้นตอนหนึ่ง
หากไม่มีการปรุงแต่งในรูปแบบที่หนึ่ง ร่างกายย่อมมีการเจ็บป่วย หากไม่มีการปรุงแต่ง ในรูปแบบที่สอง นั่นหมายถึงร่างกายของบุคคลนั้นๆย่อมไม่สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสใดใด อาจไม่พูด ไม่เดิน ไม่ทำงาน หรือทำงานไม่ประสิทธิภาพ ไร้สมรรถภาพในการประกอบกิจกรรมต่างๆ เพราะไม่สามารถปรุงแต่งทางความคิด ความจำฯลฯหากไม่มีการปรุงแต่ง ในรูปแบบที่สาม ซึ่งสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการปรุงแต่งในรูปแบบที่สฮง

แลถ้าการที่บุคคลนั้นสามารถขจัดหรือบังคับหรือควบคุมมิให้เกิดการปรุงแต่งในรูปแบบที่สาม เมื่อได้รับการสัมผัสอันก่อให้เกิดความโลภ ความโกรธ ความหลง ในรูปแบบต่างๆ การไม่ปรุงแต่งในรูปแบบที่สามนี้ จะเป็นวิธีการขจัดอาสวะทั้งปวง ให้กิเลสตัณหาทุเลาเบาบางลงไปได้ แต่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการปรุงแต่งในรูปแบบที่สาม ร่างกายของมนุษย์ก็ยังคงมีการปรุงแต่งในรูปแบบที่หนึ่งและรูปแบบที่สองอยู่เนืองๆ มิเช่นนั้น บุคคลนั้นๆก็เสมือนคนที่ไร้สมอง ไร้จิตวิญญาณ ฉะนี้

จ่าสิบตรี เทวฤทธิ์ ทูลพันธ์
ผู้สอน
6 มิ.ย.2555
__________________
telwada ทำไมจึงคิดว่าตัวเองเป็น พระศรีอารย์ ?

จิตปรุงแต่ง หรือ จิตไม่ปรุงแต่ง


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์