ทฤษฎีเชื้อโรคทางจิต 16 ชนิด โดย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทฤษฎีเชื้อโรคทางจิต 16 ชนิด โดย สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

จิตเดิมแท้ของเราทุกคนเป็นประภัสสรบริสุทธิ์ผ่องใสโดยธรรมชาติแต่กิเลสเป็นอาคันตุกะที่จรเข้ามาครอบงำจิต ทำให้จิตเศร้าหมอง กิเลสหรืออกุศลมูล "อุปกิเลส" 
.
.
“อุปกิเลส” คือ เครื่องเศร้าหมองของจิตใจ มี 16 ประการ เชื้อร้ายทางจิตทั้ง 16 ชนิดนี้ถูกค้นเพื่อเมื่อเกือบสามพันปีที่แล้ว นับได้ว่าเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งและเป็นรากฐานของการดูแลทางจิตใจที่ดีมากๆ ถ้าท่านใดเคยดูภาพยนตร์เรื่อง Seven จะพบว่า แม้แต่ฝรั่งก็มีการพูดถึงเชื้อร้ายทางจิต แต่มีเพียง 7 ชนิด ซึ่งเชื้อโรคทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดผลร้ายตามมาตามแต่ชนิดของมัน และแต่ละชนิดก็มีวิธีจัดการที่แตกต่างกันออกไป เหตุแห่งความเศร้าหมองทั้ง 16 ข้อนี้จะมีอยู่ในแต่ละบุคคลมากบ้างน้อยบ้างต่างกันตามแต่จริตและความรู้สึกตัวทั่วพร้อมในแต่คน
.
การ์ตูนเรื่อง “Yokai Watch” เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น เนื้อเรื่องพูดถึง “โยไค” หมายถึง วิญญาณหรือภูติผีที่อยู่รายรอบมนุษย์ซึ่งโยไคแต่ละตัวก็จะมีอิทธิฤทธิ์ต่อจิตใจและพฤติกรรมแตกต่างกันออกไป (มีทั้งโยไคร้ายและดี) ซึ่งภาพการ์ตูนที่นำมาประกอบนี้นำมาใช้เพื่อให้เกิดจินตภาพและรูปธรรมที่เข้าใจง่ายเท่านั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับบุคลิกและอิทธิฤทธิ์ของตัวโยไคตามเนื้อเรื่องการ์ตูนแต่อย่างใดครับผม
.
.
๑. โลภะ คือความละโมภ อยากได้ อยากมี
อยากเป็นอย่างไม่รู้จักพอ เห็นแก่ได้จนลืมตัว
.
๒. พยาบาท คือความคิดร้าย มุ่งจะทำร้ายเขา
ใครพูดไม่ถูกใจก็คิดตำหนิเขา คิดจะทำร้ายฆ่าเขาก็มี
บางครั้งทำร้ายผู้อื่นไม่ได้ ก็หันมาตำหนิตัวเอง ทำร้ายตัวเอง
จนฆ่าตัวตายก็มีซึ่งเป็นเพราะอำนาจพยาบาท เป็นอาการอย่างหนึ่งของโทสะ
.
๓. โกธะ คือความโกรธ มีอะไรมากระทบก็โกรธ 
เป็นลักษณะโกรธง่าย แต่เมื่อหายแล้วก็เหมือน
กับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คือไม่ผูกใจเจ็บ
ไม่พยาบาท เป็นอาการอย่างหนึ่งของโทสะ
.
๔. อุปนาหะ คือการผูกโกรธ ใครพูดอะไร 
ทำอะไรให้เกิดความโกรธแล้วจะผูกใจเจ็บ เก็บไว้ ไม่ปล่อย
ไม่ลืม เป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น กระทบอารมณ์เมื่อไร
ก็เอาเรื่องเก่ามาคิดรวมกันคิดทวนเรื่องในอดีตว่าเขาเคย
ทำไม่ดีกับเราขนาดไหน เป็นอาการอย่างหนึ่งของโทสะ
.
๕. มักขะ คือการลบหลู่คุณท่าน ปิดบังความดีของผู้อื่น ลบหลู่ความดีของผู้อื่น เช่น เขาให้ของแก่เรา แทนที่จะขอบคุณกลับนึกตำหนิเขาว่า 
เอาของไม่ดีมาให้ หรือเมื่อมีใครพูดถึงความดีของเขา 
เราทนไม่ได้ เราไม่ชอบ จึงยกเรื่องที่ไม่ดีของเขามาพูด 
เพื่อปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่คนดีถึงขนาดนั้น เป็นต้น
.
๖. ปลาสะ คือการตีเสมอ ยกตัวเทียมท่าน 
ไม่ยอมยกให้ใครดีกว่าตน แต่ชอบยกตัวเองดีกว่าเขา
มักแสดงให้เขาเห็นว่าเราคิดเก่งกว่า
รู้ดีกว่า ถ้าให้เราทำ เราจะทำให้ดีกว่าเขาได้
.
๗. อิสสา คือความริษยา เห็นเขาได้ดี ทนไม่ได้ 
เมื่อเห็นเขาได้ดีมากกว่าเรา
เขาได้รับความรักความเอาใจใส่มากกว่าเรา
เรารู้สึกน้อยใจ อยากจะได้เหมือนอย่างเขา 
ความจริงเราอาจจะมีมากกว่าเขาอยู่แล้ว 
หรือเรากับเขาต่างก็ได้รับเท่ากัน 
แต่เราก็ยังเกิดความรู้สึกน้อยใจ ทนไม่ได้ก็มี
.
๘. มัจฉริยะ คือความตระหนี่ ขี้เหนียว เสียดายของ 
ยึดในสิ่งของที่เราครอบครองอยู่อย่างเหนียวแน่น 
อยากแต่จะเก็บเอาไว้ ไม่อยากให้ใคร
.
๙. มายา คือเจ้าเล่ห์หลอกลวง ไม่จริงใจ พยายามแสดง
บทบาทตัวเองเกินความจริง หรือจริงๆ แล้วเรามีน้อย
แต่พยายามแสดงออกให้คนอื่นเข้าใจว่ามั่งมี เช่น
ด้วยการแต่งตัว กินอยู่อย่างหรูหรา หรือบางกรณี 
ใจเราคิดตำหนิติเตียนเขา แต่กลับแสดงออก
ด้วยการพูดชื่นชมอย่างมาก หรือบางทีเราไม่ได้มีความรู้มาก 
แต่ของคุยแสดงว่ารู้มาก เป็นต้น
.
๑๐. สาเถยยะ คือการโอ้อวด หลอกลวงเขา ชอบอวดว่าดีกว่าเขา
เก่งกว่าเขา พยายามแสดงให้เขาเห็น
เพื่อให้เขาเกิดอิจฉาเรา เมื่อได้โอ้อวดแล้วมีความสุข
.
๑๑. ถัมภะ คือความดื้อ ความกระด้าง ยึดมั่นถือมั่นในตัวเอง 
ใครแนะนำอะไรให้ก็ไม่ยอมรับฟัง
.
๑๒. สารัมภะ คือการแข่งดี มุ่งแต่จะเองชนะเขาอยู่ตลอด 
จะพูดจะทำอะไรต้องเหนือกว่าเขาตลอด 
เช่นเมื่อพูดเถียงกันก็อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา เพื่อเอาชนะให้ได้ 
ถึงแม้ความจริงแล้วตัวเองผิด ก็ไม่ยอมแพ้
.
๑๓. มานะ คือความถือตัว ทะนงตน
.
๑๔. อติมานะ คือ การดูหมิ่นท่าน ความถือตัวว่าเราดียิ่งกว่าเขา 
ทำให้ดูถูกดูหมิ่นคนอื่น
.
๑๕. มทะ คือความัวเมา หลงว่ายังเป็นหนุ่มเป็นสาว 
ยังไม่แก่ ยังไม่ตาย หลงในอำนาจ หลงในตำแหน่
ง คิดว่าเราจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปแล้วทำอะไรเกินเหตุ
.
๑๖. ปมาทะ คือความประมาท เลินเล่อ 
ไม่คิดให้รอบคอบ อาการที่ขาดสติ ขาดปัญญา
.
.
.
.
By...คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
www.facebook.com/D2JED

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้