“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร?

“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร?


"ตอนใกล้ตาย" มันมีความรู้สึกอย่างไร?

อาการของการ "ตาย" ที่คนอื่นได้ศึกษามาหรือเคยได้พูดคุย
กับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย (near-death experience) นั้นเป็นเช่นไร คุณหัชชา ณ บางช้าง เคยค้นคว้าเรื่องนี้มาเขียนใน "ภาวะหลังตาย" และเล่าว่า "กระบวนการตาย" ในระยะต่าง ๆ นั้นเป็นเช่นไร
ท่านบอกว่ามันมี 4 ขั้นตอนอย่างนี้

๑. ระยะแรก เป็นระยะที่ธาตุดินเริ่มสลายตัว
กลายเป็นน้ำ ผู้ตายจะรู้สึกอ่อนระโหย
ไม่มีแรง การมองเห็นต่าง ๆ เริ่มเสื่อม
มองอะไร ๆ ก็ไม่ชัด ทุกอย่างดูมัว ไปหมด
ทุกอย่างที่เห็น เหมือนมองไปกลางถนน
ขณะแดดจัดๆภาพต่างๆจะเต้นระยิบระยับ
เต็มไปหมด

๒. ระยะที่น้ำจะกลายเป็นไฟ ช่วงนั้น
น้ำในร่างกายเริ่มแห้งลง จะรู้สึก ชา ๆ ตื้อ ๆ
เริ่มหมดความรู้สึก ไล่จากปลายเท้าขึ้นมา
ประสาทหูเริ่มไม่รับรู้คือเริ่มไม่ได้ยินเสียง
อะไร มองไปทางไหนก็เห็นแต่ควัน

๓. ระยะนี้ไฟเปลี่ยนเป็นลม
หูจะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย รู้สึกหนาว
จับใจ ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ หยุดหมด
ลมหายใจอ่อนลงเรื่อย ๆ
จมูกเริ่มไม่รับความรู้สึกเรื่องกลิ่น

๔. ระยะนี้ ธาตุลมจะเปลี่ยนเป็นอากาศธาตุ
ตอนนี้ เจตสิกทุกอย่าง รวมทั้งการหายใจ
จะหยุดหมดพลังงานทั้งหลายที่เคย
ไหลเวียนอยู่ในร่างกายจะไหลกลับคืนไปสู่
ระบบประสาทส่วนกลางหมด ลิ้นแข็ง
ไม่รับรู้เรื่องรสชาติใดๆความรู้สึกสัมผัส
หมดไป ความรู้สึกอยากโน่น อยากนี่ต่าง ๆ
ที่เคยมีก็หมดไป มีความรู้สึกเหมือน
อยู่กับแสงเทียนที่กำลังลุกโพลงอยู่เท่านั้น

ท่านบอกว่าตอนนี้แหละที่แพทย์จะประกาศว่า
ผู้ป่วยในความดูแล "ถึงแก่กรรม" แล้ว (clinical death)

นั่นก็คือจุดที่ "เวทนา" ทั้งหมดดับไป สมองและระบบไหลเวียนต่าง ๆ ของร่างกายหยุดทำงานหมด แปลว่ารูปและนาม หรือเบญจขันธ์ ตายไปแล้ว

ก็ต้องถกกันต่อไปว่า ถ้าเราเชื่อว่า วิญญาณยังอยู่ต่อเมื่อร่างกายสลายไป จะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรต่อไป

อ่านเจออีกแหล่งหนึ่งเรื่อง "ลักษณะการตาย" ตามแนวคิดแบบ "เซน" ที่คุณ "โชติช่วง นาดอน" เคยรวบรวมไว้ในหนังสือ "จิตคือพุทธะ" เมื่อนานมาแล้ว

ท่านบอกว่าคนเราตายได้สองลักษณะ คือ "ตายอย่างปราศจากที่พึ่ง" และ
"ตายอย่างสมบูรณ์ด้วยที่พึ่ง"

คนที่ตายย่างแรกนั้นเวลาใกล้จะสิ้นลม มีอารมณ์ผิดไปจากปกติ จิตใจกลัดกลุ้มยุ่งเหยิง เรียกว่า "จิตวิการ" ซึ่งหมายถึงจิตเกิดความปวดร้าวทรมานเพราะ
ยัง "ยึดติด" กับหลายเรื่อง

หรือที่ผมเรียกว่า "ไม่ยอมตายทั้ง ๆ ที่ต้องตาย" นั่นคือจิตใจยังติดข้องกับอุปาทาน ๔ ประการคือ

๑. ติดอยู่กับทรัพย์สินเงินทอง
๒. ห่วงใยอาลัยในสิ่งที่เป็นรูป และอรูป
โดยเห็นว่าเป็นของเที่ยง
๓. มีนิวรณ์ความวุ่นวาย ฟุ้งซ่าน
มาห้ามจิตมิให้บรรลุความดี
๔. มีความดูแคลนเมินเฉยในคุณพระรัตนตรัย

เขาบอกว่าคนส่วนใหญ่ตายลักษณะอาการ
อย่างนี้ เรียกว่าตายอย่างอนาถา

ส่วนการตายอย่างสมบูรณ์ด้วยที่พึ่งนั้น
แปลว่าคนใกล้ตายมีสติอารมณ์ผ่องใส
ไม่หวั่นไหว และซาบซึ้งในวิธีของมรณกรรม และยึดหลัก ๔ ประการคือ

๑. มีอารมณ์เฉย ๆ
ซาบซึ้งถึงกฎธรรมดาแห่งความตาย
๒. ซาบซึ้งถึงสภาพการณ์สิ่งในโลกของ
ความไม่เที่ยง ไม่เป็นแก่นสาร
๓. รำลึกถึงกุศลกรรมที่ได้ผ่านมาในชีวิต
และเกิดปิติปลาบปลื้ม
๔. ยึดมั่นเอาคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
อยู่ตลอดเวลาจนสิ้นลมหายใจ

ด้วยเหตุนี้แหละ, ผมจึงเห็นว่าการ
"ฝึกตายก่อนตาย"ดั่งที่ท่านพุทธทาส หรือ.. หลวงพ่อ หลวงปู่ ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะ..
หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี ท่านเคยสอนเรานั้น
เป็นเรื่องที่ประเสริฐสุดแล้ว

แต่คนส่วนใหญ่กลัวตาย แม้จะเอ่ยถึงคำว่าตายก็รับไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการ "แช่ง" ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครหนีความตายได้แม้แต่คนเดียว
การเรียนรู้ "มรณาอุปายะ" หรือ "ฝึกตายก่อนตาย" นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ทำให้มันสนุกเสีย ให้มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นน่ายินดี ก็จะทำให้ความทุกข์ระหว่างมีชีวิตอยู่นั้น
ลดน้อยถอยลง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไปก็ไม่ตกใจ
ไมตื่นเต้น ไม่รันทดและทรมานเพราะ..
ความกลัวและความไม่ต้องการที่จะจากไป

ชาวพุทธที่ฝึกปฏิบัติธรรมในสาระจริง ๆ (ไม่ใช่แค่ทำบุญแล้วนึกว่าจะต้องไปสวรรค์
โดยไม่ต้องปฏิบัติธรรม) ก็จะเข้าใจว่า.. "ขันธ์ทั้งห้า" ล้วนไม่เที่ยง ไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงและทรุดโทรม และท้ายสุดก็แตกดับไป และระหว่างที่มรณกาลมาถึงนั้น ขันธ์ห้าก็ย่อมจะแปรปรวน จึงควรจะเตรียมตัวและเตรียมใจไว้

เมื่อความตายมาถึง, เราก็จะได้ไม่ทุรนทุราย และตายอย่างมีสติ และ "รู้เท่าทันความตาย" ซึ่งเป็นสุดยอดของการมีชีวิตอยู่นั่นเอง..

ข้อมูลดีๆโปรดแชร์ต่อ @..ธนัฐณ์ สกุลธัญวีสิริ


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : เเค่สงสัย
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 113.53.41.65

113.53.41.65,,113.53.41.65 ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
ถ้าศาสนาอื่นล่ะ เพราะนี่คือศาสนาพุทธ


[ วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม 2559 เวลา 20:48 น. ]
คุณ : อนาคต
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 58.11.189.42

58.11.189.42,,ppp-58-11-189-42.revip2.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 2 [อ้างอิง]
ปีคศ.2200 มนุษย์แม่งก็ตายไม่เป็นแล้ว มีแต่ควายเท่านั้นที่ตายได้ จำคำกูไว้ 555 เรื่องจริง


[ วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม 2559 เวลา 22:02 น. ]
คุณ : สังขารไม่เที่ยงหนอ
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 223.206.247.69

223.206.247.69,,mx-ll-223.206.247-69.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]
เกิดขึ้น คงอยู่ ดับไป


[ วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม 2559 เวลา 16:50 น. ]
คุณ : มุสลิม
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 119.42.91.154

119.42.91.154,,119.42.91.154 ความคิดเห็นที่ 5 [อ้างอิง]
ผู้ป่วยภาวะใกล้ตาย การที่ผู้ป่วยทราบว่าตนกำลังจะเสียชีวิต เป็นสถานการณ์ที่มนุษย์ปรับตัวได้ยากยิ่ง ซึ่งจะมากหรือน้อยมีความแตกต่างไปในแต่ะคน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สังคม จิตใจ และจิตวิญญาณ ขณะเดียวกัน ความรู้สึกเช่นนี้ก็เกิดขึ้นกับญาติและผู้ดูแล รวมทั้งแพทย์ พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้า มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่สามารถดูแลผู้ป่วยและพยายามยืดชีวิตออกไปให้นานที่สุด ไม่ว่าด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเพียงใด และผู้ป่วยจะมีชีวิตด้วยคุณภาพชีวิตเช่นใด ทั้งนี้ด้วยเจตนาที่ดี ต้องการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมทั้งญาติก็พยายามขอร้องให้แพทย์รักษาอย่างสุดความสามารถ ทั้งที่บางครั้ง ผู้ป่วยเองไม่มีโอกาสที่จะเรียกร้องหรือตัดสินใจในการยืดชีวิตชั่วระยะเวลาหนึ่ง จนเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างการตายอย่างมีศักดิ์ศรี กับ การต่อสู้เพื่อยืดชีวิต ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ล้วนเกิดจากการขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะใกล้ตายและความตาย รวมทั้งไม่เข้าใจในด้านสังคม จิตใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์ ดังนั้น การตายซึ่งเป็นสภาวะธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากมิใช่ประเด็นทางการแพทย์หรือทางกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นประเด็นทางด้านจิตใจ คุณธรรม จริยธรรม และสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องเรียนรู้และเข้าใจ


[ วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2559 เวลา 14:36 น. ]
คุณ : มุสลิม
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 119.42.91.154

119.42.91.154,,119.42.91.154 ความคิดเห็นที่ 7 [อ้างอิง]
2) การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ เมื่อมีความเจ็บป่วยย่อมมีความเครียด ความกังวล ความกลัวอยู่ในใจทุกคน เมื่อเป็นความเจ็บป่วยที่ต้องเผชิญกับความตาย จึงยิ่งมีผลต่อสภาพจิตใจของผู้ที่เจ็บป่วยทุกคน จะมากน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพทางร่างกาย สังคม จิตใจ และจิตวิญญาณของผู้ที่เจ็บป่วยเอง ความกังวลที่พบบ่อยของผู้ที่เจ็บป่วยระยะสุดท้าย คือ ♣ กลัวไม่ได้รับความช่วยเหลือ กลัวที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ♣ กลัวความรู้สึกที่ไม่ดี กลัวจะดูไม่ดี ตำหนิตัวเอง หรือโทษตัวเอง ♣ กลัวเรื่องการบาดเจ็บ หรือความเจ็บปวด ♣ กลัวการถูกทอดทิ้งโดดเดี่ยว


[ วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2559 เวลา 14:38 น. ]
คุณ : มะดัน
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 125.24.27.95

125.24.27.95,,node-5en.pool-125-24.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 8 [อ้างอิง]
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่ว่าชาติ ศาสนาไหน


[ วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2559 เวลา 19:07 น. ]
คุณ : ther
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.97.28.147

171.97.28.147,,ppp-171-97-28-147.revip8.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 9 [อ้างอิง]
อ่านแล้วหายกลัวตายไปเยอะเลยค่ะ


[ วันพุธ ที่ 5 เมษายน 2560 เวลา 21:32 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์