ธรรมะของในหลวง รัชกาลที่ 9

ธรรมะของในหลวง รัชกาลที่ 9


1)พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ดี

"อันพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของเรานี้ ตามความอบรมที่ได้รับมาก็ดี ตามความศรัทธาเชื่อถือส่วนตัวข้าพเจ้าก็ดี เห็นเป็นศาสนาที่ดีศาสนาหนึ่ง มีคำสั่งสอน ให้คนประพฤติตนเป็นคนดี ทั้งเพียบพร้อมด้วย บรรดาสัจจธรรมอันชอบด้วยเหตุผล น่าเลื่อมใสยิ่งนัก"

2)พระพุทธศาสนามีลักษณะพิเศษ

"ศาสนา-ชี้ทางดำเนินชีวิตที่ปราศจากโทษ ทำให้มีความเจริญร่มเย็น คนจึงเชื่อถือ และประพฤติปฏิบัติตาม ทั้งอุดหนุน ค้ำชูศาสนา เพื่อประโยชน์-เพื่อความสุข-ความสวัสดีของตน พระพุทธศาสนานั้น-มีลักษณะพิเศษประเสริฐ ในประการที่อาศัยเหตุผล อันเที่ยงแท้ตามเป็นจริงเป็นพื้นฐาน แสดงคำสั่งสอนที่บุคคล สามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองตาม และหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุข-ความเจริญ-และความบริสุทธิ์ได้ ตามวิสัยของตน จึงเป็นศาสนาที่เข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ ง่ายที่จะส่งเสริม"

3)พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งประโยชน์

"พระพุทธศานา-คือ ศาสนาแห่งประโยชน์ ไม่ว่าผู้ใด ถ้าเข้ามาศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมได้รับประโยชน์ตามวิสัยแห่งการศึกษาปฏิบัติของเขา การธำรงความเจริญมั่นคงของพระศาสนา จึงน่าจะเน้นที่ การแนะนำทำให้เห็นประโยชน์ของการศึกษาปฏิบัติธรรม เป็นสำคัญ เมื่อมีผู้ศึกษาปฏิบัติธรรม และได้รับประโยชน์ จากการปฏิบัติธรรมมากขึ้น พระศาสนาก็เจริญแพร่หลายไปพร้อมกัน ข้อสำคัญควรจะถือปฏิบัติให้เคร่งครัดหนักแน่นว่า ต้องแสดงธรรมให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ อย่าให้วิปริตแปรผัน และควรพยายามเน้น การศึกษาปฏิบัติธรรมขั้นพื้นฐาน ให้ยิ่งกว่าอื่น เพราะคนทั่วไป ต้องการที่จะเรียนรู้ได้ง่าย -เข้าใจได้ชัด- ปฏิบัติได้สะดวก เมื่อประโยชน์แห่งการปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นแล้ว เขาก็จะพึงพอใจ และจะขวนขวายศึกษาปฏิบัติให้สูงขึ้นไปเอง และเมื่อชาวพุทธรู้ธรรมะ-ปฏิบัติธรรมะกันอย่างถูกต้อง ทั่วถึงมากขึ้น ดังนี้ การบ่อนเบียนพระศาสนา-ก็จะลดน้อยลง พระศาสนา-ก็จะเจริญมั่นคง ตามที่ท่านทั้งหลายปรารถนา"

4)พระพุทธศาสนามีธรรมะมากมายหลายชั้น

"พระพุทธศาสนา-มีธรรมะอยู่มากมายหลายชั้น อันพอเหมาะพอดีกับอัธยาศัย จิตใจของบุคคลประเภทต่างๆ สำหรับเลือกเฟ้นมาแนะนำ-สั่งสอน-ขัดเกลาความประพฤติปฏิบัติของบุคคล ให้ดีขึ้น-เจริญขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวโดยหลักใหญ่แล้ว-คือ สอนให้เป็นคนดี-ให้ประพฤติประโยชน์-ไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น ให้ลำบากเสียหาย-สอนให้รู้จักตนเอง-รู้จักฐานะของตน-พร้อมทั้งรู้จักหน้าที่ ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติ ในฐานะนั้นๆ ซึ่งเมื่อปฏิบัติโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว ย่อมจะนำความสุข-นำความเจริญ-สวัสดีมาให้ได้ทั่วถึงกันหมด หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่ง -ก็คือ นำความสุข-ความร่มเย็น-และความวัฒนาถาวร ให้เกิดแก่สังคมมนุษย์ หน้าที่ของท่านทั้งหลาย อยู่ที่จะต้องพยายามศึกษา พิจารณาธรรมะแต่ละข้อ-แต่ละหมวดหมู่ ด้วยความละเอียดรอบคอบ-ด้วยความเที่ยงตรง-เป็นกลาง ให้เกิดความกระจ่างแจ้งลึกซึ้ง ถึงเหตุ-ถึงผล-ถึงวัตถุประสงค์ แล้วนำไปปฏิบัติเผยแพร่ ให้พอเหมาะพอดี โดยอุบายที่ฉลาดแยบคาย ธรรมะในพระพุทธศาสนา-จะสามารถคุ้มครองรักษาและอุ้มชู ประคับประคองสังคม ให้ผาสุก ร่มเย็นได้ สมดังที่ต้องการ"

 

5)พระธรรมเป็นอกาลิโก-เป็นแม่แบบของการพัฒาแบบยั่งยืน

"พระพุทธศาสนานั้น-ถ้าหมายถึง คำสั่งสอนที่เที่ยงตรงตามพระพุทธโอวาทแล้ว ย่อมมีความแน่นอนมั่นคงอยู่ในตัว ขอเพียงชาวพุทธ-ไม่บ่อนเบียนทำลายให้แปรผัน-ผิดเพี้ยน-และร่วมกันรักษาความบริสุทธิ์บริบูรณ์ไว้ให้ได้ พระพุทธศาสนา-ก็จะยืนยงอยู่ได้ตลอดกาล.....

พระธรรมนั้น-เชื่อว่าเป็นอกาลิโก ถูกต้องเที่ยงแท้-และเหมาะที่จะน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเสมอ ไม่ว่าในกาลไหนๆ จึงย่อมเป็นแม่บทของการพัฒนาแบบยั่งยืนได้แน่นอน ปราศจากข้อกังขา ข้อสำคัญนั้น-ชาวพุทธเอง จะต้องขวนขวายศึกษาพุทธธรรม ให้ทราบชัดโดยทั่วถึง และน้อมนำมาปฏิบัติกันอย่างจริงใจ ให้ประจักษ์ผล พระพุทธศาสนา -จึงจะอำนวยประโยชน์แก่การพัฒนา สมตามที่ปรารถนานั้นได้"....

6)ศาสนาทั้งปวงย่อมสั่งสอนความดี

"การที่ประเทศไทยและชาวไทย ยินดีต้อนรับผู้เผยแผ่ศาสนาต่างๆ ด้วยไมตรี และด้วยความจริงใจฉันมิตรทุกสมัยมานั้น-เป็นเพราะชาวไทย ซึ่งเป็นพุทธมามกชน มีจิตสำนึกมั่นคงอยู่ในกุศลสุจริต และในความเมตตาการุญ เห็นว่า"ศาสนาทั้งปวง-ย่อมสั่งสอนความดี"-ให้บุคคลประพฤติปฏิบัติแต่ในทางที่ถูก-ที่ชอบ-ที่เป็นประโยชน์-ให้ใฝ่หาความสงบสุข-ความผ่องใสให้แก่ชีวิต ทั้งเรายังมีเนติแบบธรรมเนียม ให้ต้อนรับนับถือชาวต่างชาติ-ต่างศาสนา ด้วยความเป็นมิตร แผ่ไมตรีแก่กันด้วยเมตตาจิต และด้วยความจริงใจ บริสุทธิ์ใจ มิให้ดูแคลน เบียดเบียนผู้ถือสัญชาติ และศาสนาอื่น ด้วยจะเป็นเหตุนำความแตกร้าว และความรุนแรงเดือดร้อนมาให้ ดังนี้ คริสตศาสนา จึงเจริญงอกงามขึ้นได้ในประเทศนี้"

"ความเป็นมิตร-ความมีเมตตา-ปรารถนาดีต่อกัน-ความเอื้ออารีเกื้อกูลกัน โดยจริงใจระหว่างศาสนิกชนทั้งมวลนั้น จะเป็นปัจจัยสำคัญ อันมีกำลังศักดิ์สิทธิ์ ที่จะยังสันติสุข กับทั้งอิสรภาพ เสรีภาพ และความเสมอภาค ให้บังเกิดขึ้น แก่มวลมนุษย์ ได้เป็นแน่แท้"


7)ศาสนาต่างๆ ต้องส่งเสริมสนับสนุนกัน

"ศาสนาใดๆ-จะมีชื่อว่าอะไรก็ตาม ต้องส่งเสริมสนับสนุนกัน เพื่อความเป็นปึกแผ่นของสังคม ฉะนั้น ที่ศาสนาต่างๆในประเทศไทย ปรองดองกันดีพอสมควรมาเป็นเวลาช้านาน จึงทำให้บ้านเมืองของเรา อยู่เย็นเป็นสุขได้"

8)ศาสนาชี้ทางดำเนินชีวิตที่ปราศจากโทษ

"ศาสนา-ชี้ทางดำเนินชีวิตที่ปราศจากโทษ ทำให้มีความเจริญร่มเย็น คนจึงเชื่อถือประพฤติปฏิบัติตาม ทั้งอุดหนุนค้ำชูศาสนา เพื่อประโยชน์-เพื่อความสุข-ความสวัสดีของตน พระพุทธศาสนานั้น-มีลักษณะพิเศษประเสริฐ ในประการที่อาศัยเหตุผลอันเที่ยงแท้ตามเป็นจริง เป็นพื้นฐาน-แสดงคำสั่งสอนที่บุคคลสามารถใช้ปัญญาไตร่ตรองตาม-และหยิบยกขึ้นปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญ และความบริสุทธิ์ได้ตามวิสัยของตน จึงเป็นศาสนาที่เข้ากับหลักวิทยาศาสตร์ ง่ายที่จะส่งเสริม

การที่ท่านทั้งหลาย-จะทะนุบำรุงเผยแผ่ให้แพร่หลายมั่นคง ควรได้ยึดเหตุผลเป็นหลักการ นำข้อธรรมะที่เหมาะแก่เหตุการณ์-เหมาะแก่บริษัท และบุคคล มาชี้แจงให้ถูกต้องตรงตามเนื้อแท้ของธรรมะนั้นๆ พร้อมทั้งแสดงการกระทำที่มีเหตุผล และมีความบริสุทธิ์ใจ ให้เป็นตัวอย่างด้วยตนเอง การบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนงานสร้างเสริมศีลธรรม จริยธรรม ทั้งในผู้ใหญ่-ผู้เยาว์ของท่าน จะบรรลุผลที่น่าพึงพอใจได้ไม่ยากนัก"

หน้าที่ของพุทธศาสนิกชน

"พระพุทธศาสนานั้น-ถ้าหมายถึง คำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแท้ๆแล้ว ก็หาภัยอันตรายมิได้ ไม่มีผู้ใด หรือเหตุใดๆ จะเบียนบ่อนทำลายได้เลย เพราะคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา เป็นธรรมะ - คือ หลักความจริง ที่คงความจริงอยู่ตลอดกาลทุกเมื่อ ไม่มีแปรผัน ดังนั้น การป้องกันภัยให้แก่พระพุทธศาสนาก็ดี การทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาก็ดี พูดให้ตรง จึงน่าจะหมายถึง การป้องกันภัย ให้แก่พระพุทธบริษัท และการทำนุบำรุงพุทธบริษัท ยิ่งกว่าอื่น"
"ทุกคนที่ถือตัวว่า เป็นพุทธศาสนิกชน-จะต้องศึกษาพระพุทธศาสนา ตามภูมิปัญญาความสามารถ และโอกาสของตนๆที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง กระจ่างชัดขึ้นในหลักธรรม เมื่อศึกษาเข้าใจแล้ว เห็นประโยชน์แล้ว ก็น้อมนำมาปฏิบัติ ทั้งในการดำเนินชีวิตประจำวัน และการงานของตน เพื่อให้เกิดความสุข-ความสงบร่มเย็น-และความเจริญงอกงามในชีวิต เพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับ ตามขีดความประพฤติปฏิบัติของแต่ละคน ถ้าชาวพุทธรู้ธรรมะ-ปฏิบัติธรรมะอย่างถูกต้อง ทั่วถึงกันมากขึ้น ปฏิบัติการบ่อนเบียนพระศาสนาให้เศร้าหมอง ก็จะลดน้อยลง เพราะทุกวันนี้ ที่เกิดความเสื่อม ความเสียหาย ก็มิใช่ผู้ใดใครอื่นทำให้ เป็นเรื่องที่ชาวพุทธ ผู้ไม่รู้-ไม่เข้าใจ-และไม่ปฏิบัติตามธรรมะ ทำขึ้นเกือบทั้งนั้น"

***ชาวพุทธที่แท้***

"ชาวพุทธที่แท้-จึงเป็นผู้ที่คิดชอบ-ปฏิบัติชอบอยู่เป็นปรกติ อยู่ ณ ที่ใด ก็ทำให้ที่นั้นสงบ ร่มเย็น มีแต่ความปรองดอง และสร้างสรรค์ จึงเป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยเรา มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติ ศาสนา อยู่ร่วมกัน ด้วยความสุข มีความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน มีการสงเคราะห์อนุเคราะห์ซึ่งกัน และมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี การที่ยุวพุทธธิกสมาคม ได้ตั้งใจพยายามในอันที่ จะปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธ ให้หนักแน่นมั่นคงในพระศาสนายิ่งขึ้น จึงเป็นสิ่งที่ดี มีคุณประโยชน์ ทั้งแก่การจรรโลงพระพุทธศาสนา และแก่ส่วรรวม คือ ประเทศชาติ อันเป็นที่เกิดที่อาศัย"

 

**ชาวพุทธจะต้องศึกษา"พุทธธรรม"ให้ทราบชัด และน้อมนำมา"ปฏิบัติ"**


"ทุกสิ่งทุกอย่างแปรเปลี่ยนเป็นธรรมดา สังคมก็เช่นเดียวกัน ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวิวัฒนาการของโลก.....

พระพุทธศาสนานั้น ถ้าหมายถึงคำสั่งสอนที่เที่ยงตรงตามพระพุทโธวาทแท้ๆแล้ว ย่อมมีมีความแน่นอนมั่นคงอยู่ในตัว เช่น ความดีก็เป็นความดี ความชั่วก็เปฌนความชั่ว และทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วย่อมได้ชั่ว อย่างปราศจากข้อสงสัย

เหตุนี้ พระธรรม-จึงชื่อว่า อกาลิโก คือ ถูกต้องเที่ยงแท้ และไม่ประกอบด้วยกาล เหมาะที่จะน้อมนำมาประพฤติปฏิบัติเสมอ ไม่ว่ากาลไหนๆ

ข้อสำคัญ ชาวพุทธจะต้องขวนขวายศึกษาพุทธธรรมให้ทราบชัด และน้อมนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง

ด้วยการพยายามลดละความโลภ ความโกรธ ความหลง อันเป็นต้นเหตุแห่งการกระทำชั่ว กระทำผิด และกล้าที่จะบากบั่นกระทำในสิ่งที่เป็นความดี โดยไม่ต้องกลัวว่า จะเป็นสิ่งที่พ้นสมัย หรือน่ากระดากอาย ถ้าชาวพุทธทำได้ดังนี้ ก็จะเป็นเหตุเกื้อกูลอย่างสำคัญ ที่จะช่วยจรรโลงรักษาพระพุทธศาสนาไว้ให้มั่นคงในทุกสถานะ และในกาลทุกเมื่อ"


cr.พุทธญาณ,bp.or.th

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์