มีทุกอย่าง แต่ยังทุกข์… ความสุขหายไปไหน ?

มีทุกอย่าง แต่ยังทุกข์… ความสุขหายไปไหน ?


มีทุกอย่าง แต่ยังทุกข์.. ความสุขหายไปไหน

ใครกำลังรู้สึกว่า ชีวิตมีพร้อมทุกอย่าง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีเงินทองเหลือกิน เหลือใช้ ไม่ว่าใครก็อิจฉา แต่ไม่รู้ทำไม หาความสุขไม่ได้เลย ไม่รู้ว่า ความสุขหายไปไหน

เรื่องนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวว่า

คุณเคยอ่านประวัติของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ไหม ผู้ชายคนนี้คือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ทรัพย์สินที่เขามีมากกว่าทรัพย์สินที่คนไทยทั้งประเทศมีอยู่เสียอีก แต่เมื่อปีที่แล้วนี่เอง เขาบริจาคเงินเข้ามูลนิธิของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกหลายสมัยติดต่อกัน เขาบริจาคเงินมหาศาลกว่าหมื่นล้านเหรียญ แต่ไม่ต้องการแม้แต่หนังสืออนุโมทนาบัตร ชีวิตส่วนตัวนั้นเป็นที่รู้กันว่าบัฟเฟตต์ทำตัวแสนจะธรรมดา ทั้งเสื้อผ้า อาหาร และรถยนต์ที่ใช้ ล้วนเป็นของธรรมดา พื้นๆ เขานิยมชีวิตที่เรียบง่าย

นั่นเป็นเรื่องซึ่งเล่าต่อๆ กันมาของมหาเศรษฐีของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เคยอ่านพบในหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เล่าเรื่องคล้ายกัน คือ มหาเศรษฐีคนหนึ่งของเม็กซิโก เมื่อเขาทำธุรกิจจนรวยล้นฟ้าแล้ว วันหนึ่งก็ขายกิจการทุกอย่างแล้วกลับออกไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดอย่างเงียบๆ

แถมให้อีกเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องจริง

วันหนึ่งมีคนสัมภาษณ์ประธานาธิบดีของติมอร์ว่า เมื่อบริหารจัดการประเทศจนเข้าสู่ความสงบเรียบร้อยแล้ว เขามีความฝันอะไรในชีวิต

"ผมอยากกลับบ้านที่ต่างจังหวัด จากนั้นจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดทำสวนปลูกฟักทอง"

สามเรื่องที่ยกมาให้อ่าน คุณพอจะมองออกหรือยังว่าในโลกนี้ไม่ได้มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นหรอกที่อะไรๆ ในทางวัตถุก็พร้อมพรั่ง แต่ทว่าในทางจิตใจยังคงรู้สึกพร่องอยู่เสมอและนี่จึงเป็นเหตุให้คนอย่างบัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีเม็กซิกัน และประธานาธิบดีของติมอร์ ต่างก็ถวิลหาชีวิตแสนเรียบง่าย

ลึกๆ แล้วเราทุกคน (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) ต่างก็กำลังแสวงหา "สถานีทางจิตวิญญาณ เพื่อให้ "ความต้องการด้านในสุดของจิตใจ ได้ลงจอด

อะไรคือ "ความต้องการด้านในสุดของจิตใจ"

ตอบแบบฟันธงคงยาก แต่ก็พอจะตอบแบบอนุมานได้ว่า "ความต้องการด้านในสุดของจิตใจ ก็คือ "ความปรารถนาสูงสุดแห่งชีวิต ของเราแต่ละคน

ไม่ทราบว่าคุณเคยดูหนังเรื่อง "Braveheart หรือเปล่า

เมล กิ๊บสัน เล่นเป็นวีรบุรุษกู้ชาติได้อย่างสุดฝีมือ เขาเล่นเป็นวิลเลียม วอลเลซ บุรุษผู้ถวิลหา "เสรีภาพ (freedom) ให้ตัวเองและพี่น้องร่วมชาติ วันหนึ่งเมื่อชาติถูกกลืนโดยกองทัพของมหาอำนาจ เขาจึงออกทวงถามหา "เสรีภาพ หรือบางทีอาจเรียก "เอกราช ก็ได้ แต่ในท้ายที่สุดน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เขาถูกจับและนำไปแขวนคอทรมานอย่างโหดเหี้ยมที่สุด ก่อนที่จะถูกเพชฌฆาตจับตัดหัว ตัดมือ ตัดเท้า

ใครบางคนบอกให้เขายอม "ขายจิตวิญญาณ ด้วยการร้องขอชีวิต ซึ่งหากเขาร้องขอชีวิตแม้เพียงคำเดียวเขาก็รอด แต่วอลเลซร้องเหมือนกันทว่าไม่ใช่การร้องขอชีวิต คำสุดท้ายที่เขาร้องก้องลานประหาร เสียงนั้นดังสะท้านไปทั่วทั้งจักรวรรดิก็คือคำว่า

"อิสรภาพ !!!"

จิตวิญญาณด้านในสุดของวิลเลียม วอลเลซ ก็คือ การถวิลหาอิสรภาพ

เราทุกคนต่างก็มีจิตวิญญาณเดียวกันกับวิลเลียมวอลเลซ นั่นคือ ต่างก็แสวงหา "บางสิ่ง - บางอย่าง ที่ตนเองถวิลหาอย่างลึกซึ้งที่สุดเหมือนกันทุกรูปทุกนาม

ความต้องการในทางจิตวิญญาณของบางคนอาจเป็น- บ้านสักหลังหนึ่ง

ในขณะที่บางคนอาจเป็น - รถหรูสักคันหนึ่ง

บางคนอาจเป็น - การมีครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง

บางคนอาจเป็น - การเป็นรัฐมนตรีสักสมัย

บางคนอาจเป็น - การฝากอะไรก็ได้ที่โลกจะไม่ลืมเขา

บางคนอาจเป็น - การเป็นคนรวยที่สุดในโลก

บางคนอาจเป็น - การได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME สักหนหนึ่งในชีวิต

บางคนอาจเป็น - การได้รับรางวัลโนเบลสาขาใดก็ได้

บางคนอาจเป็น - การบรรลุภาวะพระนิพพาน

ส่วนความต้องการของมนุษย์นั้นมีหลายระดับ เช่น

ความต้องการเอาชีวิตรอด

ความต้องการทางเศรษฐกิจ

ความต้องการทางสังคม (เกียรติ)

ความต้องการทางจิต (ความสงบ)

ความต้องการทางปัญญา (อิสรภาพ)

อาจเป็นไปได้ว่าคุณมีความต้องการขั้นพื้นฐานของชีวิตพร้อมหมดแล้ว ขาดก็แต่เพียงความต้องการทางจิตและปัญญาที่ยังคงพร่องอยู่ และหากเป็นไปตามที่ผู้เขียนสันนิษฐาน คุณควรจะลองถามตนเองว่า ลึกๆ แล้ว ความต้องการด้านในสุดของจิตใจ ของคุณคืออะไร

หากคุณลองถามตนเองแล้วค้นพบว่าความต้องการด้านในสุดของคุณคืออะไร ทางออกของปัญหานี้ก็อยู่ตรงนั้นแล้ว

บางทีคำตอบของผู้เขียนอาจไม่สำคัญเท่ากับคำถามที่คุณกำลังถามตัวเองก็เป็นได้

แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นค้นหาคำตอบให้ตัวเองอย่างไร พุทธศาสนามีคำตอบสำเร็จรูปอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือ หากคุณกำลังแสวงหา "สันติสุข (สุขแท้จากจิตที่เป็นอิสระจากกิเลส)

คุณควรจะพาตัวเองไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานดูสักหนหนึ่ง ไม่ต้องหลายวันหรอก ขอเพียงสัก 7 วัน อาจเป็น 7 วันที่เปลี่ยนคุณไปทั้งชีวิต หรือบางทีอาจเป็น7 วันที่คุณจะไม่สงสัยในตนเองอีกเลย

ส่วนหนึ่งจากบทความ มีทุกอย่าง แต่ยังทุกข์... ความสุข ที่ขาดหาย เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร Secret คอลัมน์ Answer Keys เขียนโดย ท่าน ว.วชิรเมธี

Cr:::goodlifeupdate.com

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : แสงลอดรุกะลา
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 223.206.14.75

223.206.14.75,,mx-ll-223.206.14-75.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
แด่ ..สหายที่เคยคิดว่า....จะเข้าวัด หาพระ ต้องพกเงิน..แล้วบุญจะได้แค่ไหน..ในเมื่อ จิตยังคิดมีข้อสงสัย...ว่าวัดนี้ พระนี่..มีกลุ่มผู้หวังผลประโยชน์แก่งแย่ง..แบ่งหาร เงินของตรุ..ที่ใส่บริจาคถวาย..รึป่าว..... ทิ้ง ไปให้หมด..สำหรับความคิดที่ว่า..ต้องจ่ายตังค์ถึงจะได้ บุญ........ เมืองบุญ เมืองธรรม..คำนี้ยอมรับว่าได้มา เนื้อเพลงคนเมืองเชียงใหม่ ชื่อเพลงจำไม่ได้..จำได้แต่คนร้องเป็น ผุ้หญิงชื่อ อ้อม รัตนัง.......สร้าง เมืองบุญเมืองธรรม ให้เกิดขึ้นในตัว....สร้างง่าย ๆ แค่บอกตนเองว่า...เราเป็นชาวบ้านเมืองนี้...เมืองที่ยึดศีล 5...ที่จะพยายามรักษาศีล 5 ให้ขาดบกพร่องน้อยที่สุด...ชาวบ้านเมืองนี้แบ่งกันตาม ศีล.....ผู้ไม่สามารถรักษาศีล แต่ก้อมีจิดเจตนา ตะหนักถึงศีล..ของเป็น ชาวบ้านผุ้ยังมีสติ...ส่วนผุ้ที่รักษาศีล 1 ข้อได้ไม่ขาดไม่ตก..ของเป็นชาวบ้าน บริสุทธิ์ศีล 1...ซึ่งคนที่รักษาศีล 5 ได้สมบูรณ์..เป็นผุ้ที่พ้นแล้วจาก ภพทุกขเวทนา...เป็นผุ้ที่จะเดินทางไปสู่ภพหน้าด้วยความสุข............เมืองบุญ เมืองธรรม ไม่จำต้องโอ้อวดใคร สร้างไว้ให้ติดตัว....ความสุขจะเกิดขี้นเอง...


[ วันจันทร์ ที่ 7 พฤษภาคม 2561 เวลา 09:03 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์