โทสะ มีพื้นฐานมาจากมานะ

โทสะ มีพื้นฐานมาจากมานะ




โทสะส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากมานะ การถือตัวถือตน พอกระทบเข้า ความถือตัวบังเกิดขึ้น ได้ยินแล้วหูร้อน ได้เห็นแล้วตาร้อน ส่วนใหญ่เอาตัวเองเข้าไปเปรียบ เอาตัวเองเข้าไปวัด แล้วกำหนดมาตรฐานขึ้นมาเอง

ดังนั้นเราจะต้องรู้เท่าทันมัน ต้องคิดให้เป็นปล่อยให้เป็น วางให้เป็น ทันทีที่ตาเห็นแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่หูได้ยินแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่จมูกได้กลิ่นแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่ลิ้นได้รสแล้วไม่ชอบใจ ทันทีที่กายสัมผัสไม่ชอบใจ ก็อย่าให้มันเข้ามาในใจเลย มันจะได้ไม่กระทบ ชอบหรือไม่ชอบจะได้จบลงตรงนั้น

ถ้ากระทบแล้วอารมณ์โทสะมันเกิด ให้พิจารณาดู โดยเฉพาะสิ่งที่คนอื่นเขาทำให้เห็น สิ่งที่คนอื่นเขาพูดให้ได้ยิน ต้องแยกแยะ ต้องพิจารณาให้เป็น

อันดับแรกให้ดูว่า สิ่งที่เขาทำนั้นเป็นจริงไหม ? สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นจริงไหม ? ถ้ามันเป็นความจริง เราไม่ควรจะไปโกรธ ไปเกลียดเขา เขาอุตส่าห์ลงทุนยอม เป็นกระจกส่องให้เห็นหน้า อันน่าเกลียดน่าชังของเราเอง เราจะได้แก้ไขเพื่อที่มันจะได้ดีขึ้น

เราควรจะโกรธกระจกหรือไม่ ? คนที่ทำให้เราเห็นตัวของเราเอง ก็จัดว่าเขาเป็นครู นักเรียนคนไหนเกลียดครู นักเรียนคนนั้นเอาดีไม่ได้ หาความก้าวหน้าไม่ได้ ดังนั้นถ้าว่ามันเป็นจริง ควรจะรับไว้ด้วยความขอบคุณ แล้วพยายามแก้ไขตัวเราไป

ถ้ามันไม่มีความเป็นจริง บุคคลที่โง่เขลาเบาปัญญา กระทั่งความจริงเป็นอย่างไร เขาก็ยังไม่รู้ คนแบบนี้น่าสงสารมากกว่าน่าโกรธ ให้อภัยเขาเถอะ สงสารเขาเถอะ คนที่อารมณ์ใจเป็นแบบนี้ กายวาจาใจเป็นแบบนี้ เขายังต้องเกิดอีกนาน ยังต้องทุกข์ยากลำบากอีกนาน เราจะโกรธเขาไม่โกรธเขา เบียดเบียนไม่เบียดเบียนเขาก็ทุกข์อยู่แล้ว

ถ้าเรารู้จักคิดดังนี้ อารมณ์โกรธ มันจะไม่สะสมอยู่ในจิตของเรา ถ้าคิดไม่เป็น มันจะสะสมไปเรื่อยๆ ทีละเล็กทีละน้อย ท้ายที่สุด คนสุดท้ายนั้นจะโชคร้าย พอเขากระทบนิดเดียว เราก็ระเบิดตูมใส่หน้าเขา

บางคนก็จะสงสัยว่า เอ๊ะ..ทำนิดเดียวแค่นี้โกรธขนาดนี้เชียวหรือ ? บางคนแทบจะฆ่าให้ตายไปเลยก็มี เพราะว่าคิดไม่เป็น ปล่อยวางอารมณ์ไม่เป็น ตัดอารมณ์ทิ้งไม่เป็น ต้องรู้จักวิเคราะห์ รู้จักวิจัย รู้จักดูความก้าวหน้าของตนเอง


คัดลอกจากหนังสือกรรมฐาน ๔๐
เรื่อง การปฏิบัติพระกรรมฐาน
พระครูธรรมธรเล็ก สุธมฺมปญฺโญ



ขอบคุณบอร์ดพลังจิต

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์