รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร


วิวัฒนาการของมนุษย์ได้ก้าวมาไกลมาก แต่ก็ยังเป็นกระบวนการที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า

ลักษณะเด่นทางกายภาพบางอย่างในสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ยังคงตกทอดต่อกันไปในหลายรุ่น แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์ในการใช้งานแล้วก็ตาม ลักษณะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการ หรือ ลักษณะสืบสายพันธุ์ ยังพบในมนุษย์อย่างเรา ๆ ด้วย

ดร.ดอร์ซา อามีร์ นักมานุษยวิทยาที่ศึกษาด้านวิวัฒนาการ ระบุว่า "ร่างกายของคุณก็คือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ ดี ๆ นี่เอง"

แล้วเหตุใดลักษณะสืบสายพันธุ์เหล่านี้ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเราแม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์แล้วคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญก็คือ เพราะวิวัฒนาการเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั่นเอง

         ในบางครั้งก็ไม่มีแรงกดดันจากการคัดเลือกทางธรรมชาติเพียงพอที่จะขจัดลักษณะสืบสายพันธุ์ที่ไร้ประโยชน์บางอย่าง ไป ดังนั้นมันจึงยังหลงเหลืออยู่จากรุ่นสู่รุ่น ในบางกรณีลักษณะสืบสายพันธุ์เหล่านี้ได้พัฒนาประโยชน์การใช้งานใหม่ขึ้น ในกระบวนการที่เรียกว่า "การเปลี่ยนหน้าที่ของโครงสร้าง" (exaptation)



รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

ดร.อามีร์ กล่าวกับบีบีซีว่า คุณอาจเคยสงสัยว่า แล้วเราจะระบุได้อย่างไรว่าลักษณะสืบสายพันธุ์เหล่านี้ ประโยชน์ดั้งเดิม ของมันคืออะไร

"เราสามารถทำได้เพียงการตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับประโยชน์ใช้สอยดั้งเดิมของลักษณะสืบสายพันธุ์เหล่านี้...โดยพิจารณาว่ามันสำคัญต่อการดำรงชีพของเราหรือไม่ หรือเปรียบเทียบกับลักษณะสืบสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มไพรเมต และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ที่เป็นญาติกับมนุษย์ เพื่อดูว่ามันยังปรากฏอยู่หรือไม่ และมีประโยชน์ใช้งานอย่างไร"

นี่คือ ลักษณะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการ 6 อย่างที่พบในมนุษย์ :

1. กล้ามเนื้อปาล์มาริส ลองกัส (palmaris longus)

รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

ถ้าคุณมีกล้ามเนื้อนี้ ก็จะสามารถมองเห็นและคลำได้จากผิวหนัง โดยเอานิ้วโป้งและนิ้วก้อยสัมผัสกันแล้วงอข้อมือเล็กน้อย บรรพบุรุษของเราเคยกล้ามเนื้อส่วนนี้ในการปีนป่ายต้นไม้
---
นี่คือการทดลองง่าย ๆ : เอานิ้วโป้งและนิ้วก้อยสัมผัสกันแล้วงอข้อมือเล็กน้อย

คุณสังเกตเห็นสิ่งที่ดูคล้ายเส้นเอ็นนูนปรากฏขึ้นมาบริเวณข้อมือหรือไม่ สิ่งที่เห็นก็คือ กล้ามเนื้อปาล์มาริส ลองกัส นั่นเอง

แต่คุณไม่ต้องตกใจหากไม่เห็นมัน เพราะราว 18% ของคนเราไม่มีกล้ามเนื้อชนิดนี้อยู่แล้ว และการไม่มีก็ไม่ใช่ความบกพร่องทางร่างกายแต่อย่างใด

กล้ามเนื้อส่วนนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของ "ลักษณะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการ"โดยเป็นกล้ามเนื้อที่มักพบในสัตว์กลุ่มไพรเมตที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ เช่น ลิงอุรังอุตัง แต่จะมีความแตกต่างกันออกไปในหมู่ไพรเมตที่อาศัยอยู่ตามพื้นดิน

"นี่ชี้ว่ามันอาจมีประโยชน์ในการเคลื่อนไหวบนต้นไม้" ดร.อามีร์ กล่าว ปัจจุบันกล้ามเนื้อส่วนนี้ได้กลายเป็นชิ้นส่วนโปรดของเหล่าศัลยแพทย์ ที่มักนำมันไปใช้ในการทำศัลยกรรมตกแต่ง เพราะเป็นกล้ามเนื้อที่ไม่สำคัญต่อการใช้มือของคนเรา

2. ตุ่มเล็ก ๆ บนใบหู ที่เรียกว่า ดาร์วินส์ ทูเบอร์เคิล (Darwin's tubercle)

รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นยังคงใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้ช่วยในการตรวจจับเสียงของสัตว์นักล่า
---
"หากคุณกระดิกหูได้ คุณกำลังแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการ" นี่คือถ้อยคำของ เจอร์รี คอยน์ ที่เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง Why Evolution is True

เขาพูดถึงกล้ามเนื้อ 3 มัดที่อยู่ใต้หนังศีรษะซึ่งเชื่อมต่อกับหูของเรา และติ่งหรือตุ่มเล็ก ๆ ที่ยื่นออกมาจากใบหูด้านบนก็คือหนึ่งในกล้ามเนื้อที่พูดถึงนี้

มันไม่มีประโยชน์สำหรับคนส่วนใหญ่ แต่บางคนสามารถใช้มันกระดิกหูได้ และถูกระบุถึงเป็นครั้งแรกโดย ชาลส์ ดาร์วิน บิดาด้านธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ทำให้มันถูกเรียกว่า Darwin's tubercle หรือตุ่มของดาร์วินนั่นเอง

ดร.อามีร์ กล่าวว่า "ในขณะที่ยังมีการถกเถียงกันว่าตุ่มนี้คือลักษณะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการหรือไม่ แต่ในส่วนของกล้ามเนื้อรอบ ๆ หูนั้นอาจแสดงให้เห็นถึงลักษณะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการ"

เจอร์รี คอยน์ ระบุว่า ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่าง ม้า และแมว ยังคงใช้กล้ามเนื้อดังกล่าวในการขยับใบหู เพื่อช่วยในการตรวจจับเสียงของสัตว์นักล่า, หาตำแหน่งของลูกน้อย และระบุต้นตอของเสียงต่าง ๆ

3. กระดูกก้นกบ


รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

บรรพบุรุษของเราเคยใช้กระดูกก้นกบในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวบนต้นไม้
---

ดร.อามีร์ บอกว่า กระดูกก้นกบ ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังข้อสุดท้ายของมนุษย์คือ "ลักษณะที่หลงเหลือจากวิวัฒนาการที่เด่นชัดกว่าส่วนอื่น"

"มันเป็นเครื่องเตือนความทรงจำถึงหางที่หายไปของเรา ซึ่งเคยมีประโยชน์ในการทรงตัวและการเคลื่อนไหวบนต้นไม้"

ลักษณะสืบสายพันธุ์นี้คือตัวอย่างที่ดีของกระบวนการเปลี่ยนหน้าที่ของโครงสร้าง (exaptation) ที่กล่าวไปตอนต้น เพราะปัจจุบันมันได้เปลี่ยนมาเป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้อ เอ็นกล้ามเนื้อ และเอ็นกระดูกต่าง ๆ ในท้องน้อยแทน

4. เยื่อบุตา plica semilunaris หรือที่เรียกว่า "เปลือกตาที่สาม"

รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

เปลือกตาที่สาม คือติ่งเนื้อเล็ก ๆ สีชมพูที่หัวตา
---
คุณเคยสังเกตเห็นติ่งเนื้อเล็ก ๆ สีชมพูที่หัวตาไหม

มันคือเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่อยู่ระหว่างชั้นเปลือกตากับกระจกตาที่หลงเหลือมาจากวิวัฒนาการในอดีตของมนุษย์ และมักถูกเรียกว่า "เปลือกตาที่สาม"

ดร.อามีร์ บอกว่า "เปลือกตาที่สามจะกะพริบในแนวนอน...แต่มันไม่ได้ทำงานเลยตลอดชั่วชีวิตของคนเรา"

ปัจจุบัน เรายังเห็นสัตว์ที่ใช้เนื้อเยื่อส่วนนี้ เช่น นก และแมว

5. อาการขนลุกชูชัน (piloerection reflex)



รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

สัตว์อย่างแมวใช้การพองขนข่มขู่ศัตรูเพื่อทำให้ตัวมันดูใหญ่กว่าความเป็นจริง
---
มันคืออาการคล้ายกันกับเวลาที่คนเราขนลุกเมื่อรู้สึกหนาวหรือหวาดกลัว

ปฏิกิริยาสะท้อนกลับแบบนี้เรียกว่า piloerection reflex

ดร.อามีร์ บอกว่า ด้วยความที่บรรพบุรุษของเรามีชีวิตบนโลกในฐานะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนปกคลุมร่างกายมายาวนาน ก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน อาการขนลุกจึงเป็นปฏิกิริยาเก่าแก่ที่ตกทอดมาเพื่อทำให้เราดูตัวใหญ่กว่าความเป็นจริง หรือเพื่อช่วยให้ร่างกายรักษาความร้อนเอาไว้ในสภาพอากาศหนาวเย็น

"เมื่อเราเริ่มมีขนน้อยลง ปฏิกิริยานี้จึงไร้ประโยชน์ ถึงขั้นที่มันไม่ได้ทำหน้าที่ดั้งเดิมตามธรรมชาติของมัน"

6. ปฏิกิริยาสะท้อนด้วยการกำมือ (Palmar grasp Reflex)

รู้หรือไม่?วิวัฒนาการ 6 อย่างพบในมนุษย์ หลงเหลือมาจากครั้งยังเป็นวานร

ลูกลิงใช้ปฏิกิริยาสะท้อนกลับนี้ในการเกาะยึดขนเวลาเกาะหลังพ่อแม่ไปไหนมาไหน
----
ปฏิกิริยาสะท้อนกลับด้วยการกำมือมักเห็นได้จากเด็กทารกที่มักกำนิ้วมือไว้แน่น

ปฏิกิริยานี้ยังคงมีประโยชน์กับลูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นอยู่ ซึ่งพวกมันมักเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการเกาะขนของสัตว์ที่แก่กว่าไปไหนมาไหน

ดร.อามีร์ กล่าวว่า มีการตั้งสมมุติฐานว่า ปฏิกิริยาสะท้อนด้วยการกำมือของคนเราก็มีจุดประสงค์เดียวกันกับสัตว์เหล่านี้

 "แต่เด็กทารกเกิดออกมาโดยที่ยังไม่โตเต็มที่เหมือนลูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น และยังไม่สามารถชันคอหรือเคลื่อนที่ได้"

Cr::::bbc.com/thai

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : วินัยคนในชาติ
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.97.32.148

171.97.32.148,,ppp-171-97-32-148.revip8.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
“เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ ผู้นำฉลาดชาติเจริญ” :: วิสัยทัศน์ Vision


[ วันอาทิตย์ ที่ 27 มกราคม 2562 เวลา 09:12 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์