แหวนหมั้นแทนรักของนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่

แหวนหมั้นแทนรักของนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่


            ความรักที่มั่นคงอาจอยู่ยาวนานจนถึงวันสิ้นลมหายใจ แต่บางครั้งสิ่งที่ยืนยงกว่ารักนั้นคือ แหวนเพชร เครื่องประดับ ของขวัญ สิ่งแทนใจต่างๆ ซึ่งหากเก็บรักษาไว้อย่างดีก็จะเป็นหลักฐานบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของคนสองคน แม้ในวันที่ร่างกายของพวกเขาจากโลกนี้ไปแล้ว เช่นเดียวกับแหวนหมั้นเพชรหน้าตาประหลาดที่นโปเลียน โบนาปาร์ต มอบเป็นของหมั้นให้กับยอดรักโฌเซฟิน ที่ยังคงอยู่บอกเล่าเรื่องราวความรักอันกลายเป็นหนึ่งในตำนานความรักระดับโลกต่อคนรุ่นหลัง

แหวนหมั้นแทนรักของนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่

โดยเรื่องราวของทั้งคู่เริ่มขึ้นในปี 1795 เมื่อนโปเลียน โบนาปาร์ต นายทหารหนุ่มวัย 26 ปี ได้พบรักกับ มารี โฌแซ็ฟ โรซ ตาเช เดอ ลา ปาเฌอรี หรือเรียกสั้นๆ ว่า โรซ ( นามเดิมของโฌเซฟิน ) เขาตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำ ส่งจดหมายรักหาเธอแทบทุกวัน แม้เธอจะเป็นหญิงหม้ายที่มีอายุมากกว่าเขาถึง 6 ปี แถมมีลูกติดอีก 2 คน ซึ่งเธอเองในคราวแรกก็ไม่ค่อยสนใจเขาเท่าใดนัก แต่เพราะรู้ว่าสถานะของเธอในวัย 30 กว่า นั้นคงจะหาความรักได้ยาก และลูกๆ ก็ต้องการคนดูแล เธอจึงยินยอมรับคำแต่งงานด้วย จากนั้นนโปเลียนตั้งชื่อให้เธอใหม่ว่า โฌเซฟิน เพื่อให้เธอเป็นของเขาคนเดียว และมอบ "toi et moi" ซึ่งแปลว่า "เธอ และ ฉัน" เป็นของหมั้นให้ แหวนทองยุคศตวรรษที่ 18 ประดับเพชรเม็ดเล็กทรงหยดน้ำ เคียงคู่กับแซฟไฟร์สีฟ้านี้มีน้ำหนักไม่เกิน 1 กะรัต แม้จะดูเล็กน้อย แต่ก็ถือเป็นความฟุ่มเฟือยอย่างหนักแล้วสำหรับนายทหารยศเล็กๆ คนหนึ่งในเวลานั้น โดยไม่นานหลังจากการหมั้นหมาย ในเดือนมีนาคม ปี 1796 พวกเขาแต่งงานกัน และของขวัญวันแต่งงานที่โฌเซฟินได้จากนโปเลียน คือเหรียญทองที่สลักคำไว้ว่า "แด่ชะตากรรม"

แหวนหมั้นแทนรักของนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่

       สามีภรรยาคู่ใหม่มีโอกาสได้หวานชื่นกันเพียง 36 ชั่วโมง เพราะนโปเลียนต้องนำทัพฝรั่งเศสไปออกรบที่อิตาลี และดูเหมือนเขาจะทรมานเหลือเกินจากความคิดถึง จึงส่งจดหมายให้เธอทุกวัน และบางวันก็มากถึง 2 ฉบับ แต่ที่ได้รับกลับมาก็มีจดหมายเพียงน้อยนิด ในจดหมายมีข้อความเว้าวอนให้เธอมาอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่ค่อยเป็นผล ทั้งนี้ก็เพราะเธอแอบมีกิ๊กอยู่นั่นเอง ซึ่งในวันหนึ่งนโปเลียนก็จับได้ และโวยวายอาละวาดอย่างหนัก จนเธอรับรู้ได้ถึงความรักที่เขามีต่อเธอว่ามันช่างมากมายมากเพียงไหน และจะไม่ยอมเสียเขาไป แต่ทุกอย่างก็ดูเหมือนสายเกินแก้ เพราะเขาเองก็ไม่ไว้ใจเธออีกต่อไป และไม่เชื่อเลยว่าโฌเซฟินจะรักเขาจริง

แหวนหมั้นแทนรักของนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่

ยิ่งรักก็ยิ่งแค้น ภายหลังนโปเลียนเริ่มมีผู้หญิงคนอื่นบ้างและเย็นชาใส่โฌเซฟินที่พยายามทำดีแก้ตัว ซึ่งชีวิตแต่งงานของทั้งคู่ก็เป็นไปอย่างง่อนแง่น แต่ถึงอย่างนั้นในวันที่นโปเลียนก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิของฝรั่งเศส เขาก็เลือกที่จะมอบมงกุฎของจักรพรรดินีให้กับเธอ ไม่นานนักการสมรสก็มาถึงจุดจบเนื่องจากโฌเซฟินไม่สามารถมีลูกให้กับเขาได้ จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหย่าขาดกันใน ค.ศ.1810 เพื่อให้นโปเลียนได้แต่งงานใหม่ ถึงอย่างนั้นพวกเขายังติดต่อดูแลกันและกันเสมอ โฌเซฟินเป็นมากกว่าคู่รัก แต่เธอคือที่ปรึกษาที่ดีสำหรับเขามาโดยตลอด และในวันที่ได้ทราบข่าวการสิ้นใจของโฌเซฟิน เขาถึงกับเก็บตัวในห้องนานกว่า 3 วัน ซึ่งเวลานั้นเขาได้ถูกปลดจากการเป็นจักรพรรดิและโดนเนรเทศไปยังเกาะเอลบา จากนั้นเมื่อมีโอกาส เขาได้ลักลอบเข้ามายังปารีส เพื่อมาเก็บดอกไวโอเล็ตที่สวนของโฌเซฟินมาใส่ไว้ในล็อคเก็ตห้อยคอเพื่อรำลึกถึงเธอตลอดไป

แหวนหมั้นแทนรักของนโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่

สำหรับแหวน "toi et moi" โฌเซฟิน ได้มอบให้กับบุตรสาวนามว่าฮอร์เทนซ์ ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งฮอลแลนด์ โดยการแต่งงานกับพี่ชายของนโปเลียน หลุยส์ โบนาปาร์ต แหวนจึงอยู่ในครอบครองของตระกูลโบนาปาร์ตยาวนานกว่าสองศตวรรษ

หลังจากนั้นเนื่องจากไร้ผู้สืบทอด แหวนจึงถูกส่งต่อ และประมูลขายทอดตลาด ปัจจุบันถูกนำออกมาประมูลโดย Osenat auction house ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีผู้ประมูลไปราคาสูงเกือบ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้หนึ่งในสิ่งที่ทำให้แหวนวงเล็กๆ นี้มีคุณค่ามากขนาดนั้น เห็นจะเป็นประวัติศาสตร์ความรักของทั้งคู่ที่กล่าวมายาวยืดด้านบน


 ยังไม่รวมข้อความที่ตีพิมพ์คำรำพันในจดหมายของนโปเลียนถึงโฌเซฟิน ที่ทำเป็นหนังสือวางจำหน่ายไปทั่วโลก อันยืนยันคุณค่าความรักอันเป็นอมตะของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี

Cr::gypzyworld.com

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์