กินอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ

หมอเตือนกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุมะเร็งตับเป็นแล้วโอกาสรอดยาก แต่ละปีพบผู้ป่วยสูงกว่าหมื่นราย ภาคอีสานพบมากสุดของประเทศ

กินอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงพยาธิใบไม้ตับ




น.พ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ประธานมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า โรคมะเร็งตับ พบมากเป็นอันดับหนึ่งในเพศชาย และอันดับสามในเพศหญิง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มะเร็งจากเซลลตับ  ซึ่งพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ เกิดจากไวรัสตับอักเสบบี ซี และสารอัลฟาท็อกซินในเชื้อราบางชนิดที่ขึ้นบนถั่วลิสง ข้าวโพด พริกแห้ง หัวหอม กระเทียม เป็นต้น


 ส่วนมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี มีสาเหตุมาจากพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งพบได้ในปลาน้ำจืดตามหนองบึง เช่น ปลาแม่สะแด้ง ปลาตะเพียนทราย ปลาสร้อยนกเขา ฯลฯ โดยประเทศไทยพบผู้ป่วยมากที่สุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากนิยมรับประทานอาหารที่มีพยาธิใบไม้ตับสูง


 "น่าตกใจว่าประเทศไทยพบประชากรราว 6 ล้านคนทั่วประเทศมีการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ โดยเฉพาะภาคอีสาน ซึ่งถือว่าเสี่ยงมาก"


 ตัวเลขที่ผ่านมาพบว่า ผู้ชายในอีสานป่วยด้วยโรคมะเร็งตับในอัตราเฉลี่ย 80 คน และผู้หญิงพบ 40 คนต่อประชากรแสนคน เมื่อเทียบกับชาวตะวันตกพบการเกิดโรคต่ำกว่ามากเพียง 1 ต่อแสนคนเท่านั้น ที่สำคัญในแต่ละปียังพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มปีละ15 ,000 คน ซ้ำร้ายผู้ป่วยโรคนี้ร้อยละ 95 มักจะเสียชีวิต การป้องกันไม่ให้เกิดโรคเป็นวิธีที่ดีที่สุด โดยต้องไม่รับประทานอาหารที่เสี่ยงติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ


ไม่เพียงแต่พยาธิใบไม้ตับที่เป็นสาเหตุสำคัญ แต่ยังพบว่าสารไนโตรซามีน ( Nitrosamine ) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในอาหารพวกโปรตีนหมัก เช่น ปลาร้า ปลาส้ม หมูส้ม แหนม ฯลฯ และอาหารพวกเนื้อสัตว์ที่ผสมดินประสิว เช่น กุนเชียง ไส้กรอก เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ก็เป็นปัจจัยเสริมก่อโรคด้วย


นายอูเว่ ดาลิโชว์ ผู้จัดการทั่วไป ไบเออร์ เชริง ฟาร์มา กล่าวว่า โครงการ "เรียนรู้เท่าทัน ป้องมะเร็งตับ" เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กับบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เป็นการรณรงค์รูปแบบใหม่เพื่อเข้าถึงประชาชนภาคอีสานโดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ จะรณรงค์ผ่านโครงการนำร่องภายใต้ชื่อว่า "กินสุกแซ่บหลาย ต้านภัยมะเร็งตับ"


 คือ ให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกจากเตา หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารก่อมะเร็งต่างๆ โดยจะนำร่องในจังหวัดหนองคายก่อนจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ ของภาคอีสาน ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2552 -เมษายน 2554


กิจกรรมเบื้องต้นจะมีการจัดอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)ในการนำความรู้ไปเผยแพร่แก่ชาวบ้าน และยังได้รับความร่วมมืออย่างดีจากวงดนตรีเสียงอีสานในการแต่งเนื้อร้องและทำเพลงรณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการแก่ชาวอีสานโดยเฉพาะ


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้