พระสุจริตสุดา ในรัชกาลที่6 สตรีคนแรกที่ได้รับ บรรดาศักดิ์ เป็น พระ

พระสุจริตสุดา พระสนมเอกในรัชกาลที่6 (พ.ศ.2438-2525)

พระสุจริตสุดา ในรัชกาลที่6 สตรีคนแรกที่ได้รับ บรรดาศักดิ์ เป็น พระ

พระสุจริตสุดา มีนามเดิมว่า เปรื่อง สุจริตกุล เกิดเมื่อวันพุธ แรม 12 ค่ำ เดือน 12 ปีมะแม ตรงกับวันที่ 13 พฤศจิกายน 2438 ที่บ้ายปากคลอด่าน ใกล้ประตูน้ำภาษีเจริญ เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมทมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) และท่านผู้หญิงสุธรรมนตรี (ไล้ สุจริตกุล)มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 11 คน น้องสาวของท่านมีนามว่า ประไพ สุจริตกุล ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจีพระวรราชชายา ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัก ท่านบิดาได้นำตัวพระสุจริตกุล เข้าเฝ้าถวายตัวแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเก้ลาเจ้าอยู่หัว


         ได้รับราชการในตำแหน่งพระสนมเอกซึ่งท่านเล่าว่า ท่านเป็นสุภาพสตรีสามัญชนคนแรกที่ได้พิเศกสมรสโดยมีการพระราชทานน้ำสังข์เป็นทางการ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียกว่าเป็นการแต่งงานที่ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีไทย ซึ่งท่านมีความภาคภูมิใจมาก ประมาณพ.ศ.2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้มีการแสดงโขนสมัครเล่น โดยทางพากย์โขนและเจรจาด้วยพระองค์เองมีพระสุจริตสุดาและพระนางเจ้าอินทรศักดกิ์ศจีเป็นต้นเสียงขับร้องต่อมาได้แสดงละครเรื่องวิวาหพรสมุทรอีก ซึ่งอาจารย์มนตรีตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทยแห่งกองการสังคีตกรมศิลปากร เล่าว่า ละครเรื่องนี้ ได้เล่นกันต่อมาอีกหลายครั้งแต่ครั้งที่แสดงได้ดีที่สุด คือ ครั้งที่พระสุรจิตสุดาและพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแสดงร่วมกัน เมื่อครั้งทที่ท่านอยู่ในสวนดุสิต ราว พ.ศ.๒๔๖๕ นั้น ท่านอุปการะเด็กหญิงวัยรุ่น อายุประมาณ ๘ ปี-๑๕ ปีไว้หลายคน ได้หาครูดนครีไทยมาสอน รวม ๓ ท่าน คือ หลวงว่องจะเข้รับ (โต กมลวาทิน) พระสรรเพลงสรวง (บัว กมลวาทิน) และครูชุ่ม กมลวาทิน ผู้ที่ได้เรียนในรุ่นนี้มีอาทิ คุณทองสุข สุรพินทุ คุณศรีสะอาด แก้วโกเมน ครูทองดี สุรจิตกุล ครูฉลวย จินยะจันทน์ ครูนิภา อภัยวงศ์ คุณเฉลย รัตนจันทร์

และคุณแฉล้ม สุวรรณเกตุ พระสุจริตสุดา ได้ตั้งวงเครื่องสายผสมเปียนโนขึ้น โดยมีผู้ร้องและผู้บรรเลงเป็นหญิงล้วน มีคุณสุมิตรา สุจริตกุล (สกุลเดิม สิงหลกะ) เป็นผู้ดีดเปียนโน เป็นวงเครื่องสายผสมที่มีชื่อเสียงมากระหว่าง พ.ศ.๒๔๖๕-พ.ศ.๒๔๘๐ วงเครื่องสายวงนี้ ได้บรรเลงถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นประจำในเวลาเสวยพระกระยาหารค่ำ ณ พระราชวังพญาไท ราว พ.ศ. ๒๔๗๓ พระสุจริตสุดา ได้แต่งเพลงเถาขึ้งเพลงหนึ่ง ให้ชื่อว่าเพลงสุดาสวรรค์เถา ต่อมาได้มีการบันทึกแผ่นเสียงวงดนตรีเครื่องสายผสมของท่าน ในราว พ.ศ.๒๔๗๖ ท่านจึงให้ใช้ชื่อว่าดนตรีว่า "คณะนารีศรีสุมิตร" ใช้ตรากรอบพักตร์สีทอง พิมพ์บนกระดาษสีน้ำเงินเข้มเพลงที่บันทึกส่วนใหญเป็นเพลงในเรื่องวิวาหพระสมุทรซึ่งขายดีมาก

หลังจากนี้อีกไม่นานนักพระสุจริตสุดาก็ย้ายออกจากพระราชวังสวนดุสิตไปสร้างบ้านอยู่ที่ถนนพระราม ๕ ซึ่งบัจจุปันบ้านของท่านเป็นที่ทำการของทหารบก วงเครื่องสายคณะนารีศรีสุมิตรของท่านจึงเหินห่างการแสดงแล้าจึงเลิกไปในที่สุด นักดนตรีคณะนี้หลายท่านยังเป็นครูสอนดนตรีไทยต่อมาจนถึงทุกวันนี้ อาทิ ครูทองดี สุจริตกุล ครูนิภา อภัยวงศ์ และครูฉลวย จิยะจันทน์ เป็นต้น พระสุจริตสุดา ถึงแก่กรรมเมื่อวันอังคารที่ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๕ รวมอายุได้ ๘๖ ปี.

Cr:: mulinet3.li.mahidol.ac.th


 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์