เจ้านางจ่ายุ้นท์ โมนาลิซ่าแห่งเอเชีย

เจ้านางจ่ายุ้นท์ โมนาลิซ่าแห่งเอเชีย


.เจ้านางจ่ายุ้นท์ ก้าวลงจากเครื่องบิน
ที่มาถึงสนามบินเฮโอ ด้วยใบหน้าหม่นเศร้า
ก้าวที่เหยียบย่างลงดินแดนแห่งรัฐฉาน ครั้งนี้
คงแปรเปลี่ยน ชีวิตเจ้านางไปตลอดกาล


.....ข่าวที่ดูพร่าเลือน เหมือนจริงเหมือนฝัน ค่อยๆชัดเจนขึ้น ข่าวเจ้ากองไตสิ้นพระชนน์
เดินทางไปถึงเจ้านาง ในขณะที่

เจ้านาง เดินทางติดตามเจ้าฟ้าสี่ป้อพระบิดา
ไปในงานราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ
ความทุกข์ใจ แล่นเข้าท่วมท้นจิตใจเจ้านาง
ด้วยว่า ระยะทางช่างแสนห่างไกลเหลือเกิน
เจ้านาง น่าจะอยู่ในคืนนั้น

นี่คือสิ่งที่เจ้านางใม่ให้อภัยตัวเองเลย
เจ้ากองไต สมควรสิ้นลมในอ้อมกอดเจ้านาง
จิตใจเจ้านางห่วงหาถึงบุตรธิดาทั้งห้า
ที่ได้รับความสะเทือนใจจากข่าวร้ายของพระบิดา
ใครเล่าจะโอบกอดปลอบใจเจ้าน้อยของเเม่...

การเดินทางจากอังกฤษ มาถึง พม่า ล่าช้ายาวนานนับเดือน
....การมาถึงดินแดนพม่าในครั้งนี้ภาระแสนหนักหนา และ เจ้านาง
ต้องยอมรับความจริงแล้วว่าเจ้ากองไตพระสวามีอันเป็นที่รัก
ได้วายชมน์ไปจากเจ้านางแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ..........

..เจ้านางจ่ายุ้นท์ เป็น ราชธิดาของเจ้าฟ้าแห่งสีป้อ ซึ่งเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากในรัฐฉาน
เจ้านางจ่ายุนท์มีความงดงามเพียบพร้อมตามแบบสาวชาววังสี่ป่อ
รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ารูปไข่ดวงตาโตดำขลับ แต่แฝงไว้ด้วยความเศร้าในดวงตา
น้องสาว อีกท่านคือเจ้านางอ่องยุนท์ ซึ่งมีความงาม จนถูกขอไปเป็นแบบภาพวาด วาดโดยเซอร์ เจอรัลด์ เคลลี (Sir Gerald Kelly) จิตรกรชาวอังกฤษผู้หลงไหลในวัฒนธรรมพม่า เมื่อปี 1932 ระหว่างที่เจ้านางเสด็จเยือนอังกฤษพร้อมด้วยเสืออุ่งจ่า เจ้าฟ้าเมืองสีป่อ ซึ่งเป็นพระเทวัน (พี่เขย) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 1931 - มกราคม 1932

ปัจจุบัน ภาพเจ้านาง เป็นสัญลักษณะแห่งความงามอันอมตะแห่งรัฐฉานและได้รับสมญานามว่า "โมนาลิซ่าแห่งเอเชีย"

.....เมื่อความงามขจรขจายไปในวัยสาวสะพรั่ง
เจ้าฟ้าก้อนแก้ว แห่งเชียงตุง ซึ่งมีบุตรชายคนโปรดคือเจ้ากองไต
จึง ได้ไปหมั้นหมายเจ้านาง จากเมืองที่รุ่งเรืองที่สุดมาให้
งานเสกสมรส ของเจ้านางจ่ายุนท์ บุตรเจ้าเข้ เจ้าฟ้าสี่ป้อ กับ เจ้ากองไทบุตรชายผู้ที่เจ้าฟ้าก้อนแก้วหมายมั่นปั้นมือ จะให้เป็นเจ้าฟ้าเแห่งเชียงตุงได้ทำการเสกสมรสกัน ณ หอสกานส่า เมืองสี่ป้อ และ เดินทางมาครองรักกันที่ เมืองเชียงตุง

โดยมีบุตรธิดาร่วมกัน ดังนี้

1เจ้านางปภาวดี(เจ้านุช)
2เจ้าจาย
3เจ้าฟ้าจายหลวง(เจ้าธีรราช)
4เจ้านางเอ็นดูวดี(เวร่า/เจ้านุ่ม)
5เจ้าจายน้อย

เจ้ารัตนะก้อนแก้วอิน แถลง แต่งตั้ง เจ้ากองไตเป็น เจ้าแกมเมืองมาถึง 13 ปี เจ้าฟ้าเฒ่าจึงวายชนม์ลง
เมื่อ พ.ศ. 2479 และเจ้ากองไทก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าเชียงตุงในปี พ.ศ. 2480และ ชีวิตของเจ้านางจ่ายุนท์ เจ้าหญิงผู้เพียบพร้อมจากสี่ป้อ ก็ได้ก้าวขึ้นสู่ ตำแหน่งสูงสุด มหาเทวีเจ้าแห่งเชียงตุง
.......จะมีงานพิธีครองเมืองในเดือนมกราคม แต่ ก็เกิดเหตุฆาตกรรมอันลือลั่นขึ้นเสียก่อน
พอถึงเดือนตุลาคม วันที่ 22 ตรงกับวันแรม 3 ค่ำ เดือน 12 มีงานพิธีออกพรรษา คืนนั้นเจ้าฟ้ากองไต ก็ถูกฆาตกรรม

งานนี้สามารถจับตัวฆาตกรได้ คือเจ้าสีหะ
และใน เบื้องต้นได้ซัดทอดคนสนิทเจ้าพรหมลือจนมีเสียงร่ำลือว่า
เจ้าพรหมลือ มีส่วนในการจ้างวานผู้อื่นลอบปลงพระชนม์เจ้าฟ้ากองไทเพราะต้องการแก้แค้นที่ถูกปล้นราชสมบัติไป

ท่าจึงจ้างทนายความพม่ามาเพื่อแก้ต่างในคดีนี้จนเสียเงินว่าจ้างเป็นจำนวนมากแต่ก็พ้นข้อกล่าวหามาได้ และชาวเชียงตุงส่วนใหญ่ก็ไม่ปักใจเชื่อว่า

เจ้าพรหมลือจะมีส่วนในคดีนี้ เพราะเห็นว่าทั้งสองนั้นรักใคร่สนิทสนมกันมากขณะที่ข้าหลวงอังกฤษยังคงเชื่อมั่นว่า

เจ้าพรหมลือต้องมีส่วนในกรณีนี้ ก็ไม่ได้ผลคืบหน้า หาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้เมื่อไม่มีหลักฐานมัดตัวเจ้าพรหมลือ จึงได้ทำการปล่อยตัวเจ้าพรหมลือส่วนเจ้าสีหะได้รับโทษเพียงจำคุกตลอดชีวิต

เดือนยี่ แรม ๖ ค่ำได้ทำการ ณาปนกิจศพเจ้ากองไตที่กาดตุงอย่างเรียบง่าย และ ต่อมาในเดือน๓ ขึ้น ๕ ค่ำ จึงได้ทำศพเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลงซึ่งเก็บพระศพไว้หลายปี เป็นงานมโหฬาร เจ้าฟ้ารัฐต่างๆได้มาร่วมงานหลายเจ้าฟ้า และ ข้าหลวงใหญ่อังกฤษก็มาในงานนี้ด้้วย

ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าฟ้ากองไท และ การตัดสินคดีที่ยังคลางแคลงใจเจ้านางจ่ายุ้นท์ มหาเทวีม่ายซึ่งหัวใจสลายจากผลการตัดสินคดีสิ้นพระชมน์ของพระสวามี อันไร้ความยุติธรรม
เจ้านางเชื่อมั่นคดีตามข้าหลวงอังกฤษที่ว่าเจ้าพรหมลือ อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมเจ้ากองไต สวามีของเจ้านาง

.... เหตุการณ์นี้ รบกวนจิตใจอันอ่อนแอของเจ้านางจ่ายุนท์
จนไม่สามารถพำนักที่ เชียงตุง ได้อีกต่อไป...เจ้านางเดินทางอย่าง เปลี่ยวเหงาเดียวดายไปพำนักตามเมืองต่างๆ ทั่วรัฐฉาน

แต่ส่วนใหญ่ เจ้านาง จะพำนักกับข้าหลวงใหญ่อังกฤษ กับ บุตรสาว ที่ เมืองตองจีทหารอังกฤษ ได้เขียนบันทึกเอ่ยถึงเจ้านางที่ตองยีไว้ว่าเจ้านางจ่ายุนท์ ในเวลานั้นกลายเป็นคนฉุนเฉียว ควบคุมตัวเองไม่ใคร่ได้....เจ้านางจากโลกยุคเก่า ผู้ได้รับข่าวร้ายซ้ำเติมหนักหนา การล่มสลายของสี่ป้อ และ ประยูรญาติที่ต้องหนีตายกันหัวซุกหัวซุน หนำซ้ำบุตรชายที่ได้ชึ้นเป็นเจ้าฟ้าเชียงตุง เจ้าจายหลวงกลับถูกจับโดยทหารพม่า และ ควบคุมตัวจนวันตาย พร้อมไปกับการล่มสลายของเจ้าฟ้ารัฐฉานทั้ง34 เมืองโดยทหารพม่าความเศร้าทุกข์ใจ จึงถาโถมสู่เจ้านางตราบจนสิ้นลม

ไม่มีหลักฐานถึงช่วงเวลาการสิ้นพระชมน์ของเจ้านาง อยู่ในช่วงเวลาใด?
และ บุตรชายของเจ้านางจ่ายุนท์ ที่เกิดกับเจ้ากองไตก็ได้ปกครองเป็นเจ้าฟ้าเชียงตุงสืบต่อไป
เจ้าจายหลวง ประสูติในปี พ.ศ. 2470 พระราชบุตรในเจ้าฟ้ากองไท
ที่เกิดกับพระมารดาคือเจ้านางจ่ายุ้นท์ เนื่องจากเจ้าพ่อ
ได้ถูกลอบปลงพระชนม์ตั้งแต่เจ้าจายหลวงยังพระเยาว์อยู่
เมืองเชียงตุงจึงมีผู้สำเร็จราชการแทน โดนเจ้าจายหลวง
ได้ไปศึกษาต่อในประเทศอังกฤษ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2484-2490 เจ้าจายหลวงไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย
ในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2490 ได้ราชาภิเษกเป็นเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุงแต่ต่อมาภายหลังใน พ.ศ. 2502
เจ้าจายหลวงได้สละพระยศเจ้าฟ้าเมืองเชียงตุงตามข้อตกลงของพม่า
โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2505

นายพลเนวิน ได้ยึดอำนาจการปกครองพม่า
และได้ดำเนินนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะการยกเลิกระบอบเจ้าฟ้า
โดยเจ้าจายหลวงได้ถูกคุมองค์ไปคุมขัง ณ ย่างกุ้ง เป็นเวลา 6 ปี
และหลังจากนั้นมาทางการพม่าก็ให้เจ้าจายหลวงประทับอยู่ในย่างกุ้งต่อมา จนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2540

และได้รับการถวายพระเพลิงพระศพที่ย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2540
โดยพระอัฐิของท่านได้นำมาบรรจุภายในกู่เจ้าฟ้าเชียงตุง
เจ้านางจ่ายุนท์ มหาเทวีจากโลกยุคเก่า
ชีวิตอันแสนรุ่งเรืองราวกับตำนาน
เสียงดนตรีบทเศร้า กระชากทุ่งสิ่งไปจากนาง
ชีวิตที่ไร้ดวงจันทร์นำทาง
เคว้งคว้าง จบสิ้นไป
กลีบหมอกกอนสีชมพู
ร่วงหล่นโปรยปรายสู่สายน้ำ
ลอยลับ เลือนหายไปอย่างเงียบเชียบ
แทบไม่มีใครจดจำ
บันทึกถึงเจ้านางในบั้นปลายชีวิต
มหาเทวีแห่งความเศร้า
มหาเทวีแห่งความเศร้า-เจ้าสายเมิง บทที่ 19

ที่มาจาก FB ราชินี เจ้าจอม หม่อมห้าม ในอดีต 
คลิป Assavarak Channel

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้เด็ดน่าแชร์