เจาะลึก พรมแดนเกาหลีเหนือ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้! (คลิป)

เชิญรับชมคลิปวิดีโอ
vvvv
vvv
vv
v

เจาะลึก พรมแดนเกาหลีเหนือ ที่คุณอาจยังไม่เคยรู้!  (คลิป)

เกาหลีเหนือ ที่เรายังไม่รู้ 

วันนี้เป็นครั้งแรก ที่ผู้นำเกาหลีเหนือได้เข้าพรมแดนเกาหลีใต้


แล้วพรมแดนเกาหลีเหนือ เป็นอย่างไร

เกาหลีเหนือ น่าจะเป็นประเทศที่ปิดกั้นตัวเองมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก
จริงๆ แล้ว เกาหลีเหนือมีอะไรอีกบ้างที่เรายังไม่รู้?

เรื่องแรกคือ คิมจองอึน มีภรรยาแล้ว หน้าตาของเธอคือคนในรูปประกอบบทความนี้


เรื่องต่อมาคือ ตอนนี้เกาหลีเหนือ เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับเกาหลีใต้

เราน่าจะรู้สึกได้ถึงความเจริญที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของ 2 ประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยี

บริษัทสัญชาติเกาหลีใต้อย่าง Samsung เป็นบริษัทโทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของโลก

แล้วที่เกาหลีเหนือ มีอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือให้ใช้บ้างไหม?


คำตอบคือ มี แต่.. ไม่ได้มีอิสระในการใช้งานเหมือนกับที่อื่น

เกาหลีเหนือมีบริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ภายใต้ชื่อเครือข่าย Koryolink ให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ แต่ก็ถูกจำกัดให้ใช้ได้ภายในประเทศเท่านั้น ไม่สามารถโทรออกหรือรับสายจากต่างประเทศได้


เมื่อลองเทียบจำนวนคนใช้โทรศัพท์มือถือจะพบว่า

เกาหลีเหนือ
จากจำนวนประชากร 25 ล้านคน มีประมาณ 4 ล้านคนที่มีโทรศัพท์มือถือ หรือคิดเป็น 16% ของประชากร

เกาหลีใต้
จากจำนวนประชากร 51 ล้านคน มีคนใช้มือถือ 61 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็น 120% ของประชากร (คนนึงมีมากกว่า 1 เบอร์)


ในส่วนของอินเตอร์เน็ตก็มีให้ใช้เช่นเดียวกัน และแน่นอนว่าถูกจำกัดให้ใช้ได้เฉพาะบนเครือข่ายภายในประเทศ

การใช้อินเตอร์เน็ตที่นั่นจะสามารถเข้าได้เฉพาะเว็บไซต์ภายในประเทศเกาหลีเหนือเท่านั้น

จากการเปิดเผยอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อปีที่แล้ว เกาหลีเหนือภูมิใจมากที่มีเว็บไซต์ให้เข้าทั้งหมดตั้ง 28 เว็บไซต์

มีตั้งแต่เว็บไซต์ มหาวิทยาลัย ห้องสมุด สำนักงานของรัฐ ไปจนถึงเว็บท่องเที่ยว ทำอาหาร และที่คาดกันว่าน่าจะเป็นเว็บ social network ชื่อ friend.com

ในแนวคิดระบบคอมมิวนิสต์ทุกคนจะถูกจัดสรรจากรัฐเท่าๆกัน แต่ประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้ บุคลากรระดับสูงของประเทศอาจจะมีสิทธิ์เหนือคนอื่นอยู่บ้าง

คนที่มีตำแหน่งใหญ่โตในเกาหลีเหนือจะสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้มากกว่าคนอื่น หมายความว่าออกไปท่องเว็บทั่วโลกได้

แล้วคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตของเกาหลีเหนือใช้อินเตอร์เน็ตทำอะไรกันบ้าง?


ล่าสุดมีบริษัทวิจัยตรวจสอบการใช้งานอินเตอร์เน็ตของคนกลุ่มนี้เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน-มิถุนายน) และได้ออกมาเปิดเผยว่า บุคลากรระดับสูงเหล่านี้ ดูวิดีโอออนไลน์ (จากเว็บ Youku ของจีน) ดูเว็บ Amazon Twitter Facebook iTunes bittorrent และยังเล่นเกมออนไลน์อีกด้วย โดยเกมออนไลน์ที่ฮิตที่สุดของเกาหลีเหนือ คือ World of Tanks

การสตรีม (Content Streaming) และเกม คิดเป็น 65% ของการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั้งหมด

ที่น่าสนใจที่สุดคือ มีบางคนในบุคลากรระดับสูงขุดเหมือง BITCOIN กันด้วย..

โดยหน่วยงานวิจัยของสหรัฐตอนแรกจะสืบเรื่องอื่น แต่ได้ตรวจพบการขุด BITCOIN จากประเทศเกาหลีเหนือโดยบังเอิญ


ในส่วนของเศรษฐกิจ

ย้อนกลับไปสมัยสงครามเกาหลีเมื่อช่วงปี 2493-2496 ซึ่งได้สร้างความสูญเสียให้กับทั้งประเทศเกาหลี ในสมัยนั้น เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้แทบไม่ได้แตกต่างกันในเชิงเศรษฐกิจ โดยทั้งคู่มี รายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per Capita) อยู่ที่ประมาณเกือบ 900 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย (ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ประมาณ 29,700 บาท ต่อปี หรือเดือนละ 2,475 บาท

ที่น่าสนใจคือ ในช่วงแรก 20 ปีแรก เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้เติบโตขึ้นแบบคู่ขนานกันมาหลายปี โดยรายได้ต่อหัวของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เท่ากันในปี 2516 อยู่ที่ประมาณ 92,400 บาท ต่อปี หรือเดือนละ 7,700 บาท

แต่จุดพลิกผันอยู่ที่ปี 2516

ปี 2516 รัฐบาลเกาหลีเหนือใช้ระบบงบประมาณใหม่ รัฐบาลบอกภาคเอกชนว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของบริษัทเอกชนทั้งหมดให้เอง

แต่เดี๋ยวก่อน

กำไรที่เอกชนทำได้จะถูกส่งกลับมาให้รัฐบาลด้วย

และ หลังจากนั้นก็ทำให้การเติบโตของเกาหลีเหนือสะดุดลง..

ก็คงเดากันได้ว่า เมื่อเอกชนขาดแรงจูงใจในเรื่องของกำไร ประสิทธิภาพการผลิตต่างๆ ก็คงจะต้องลดลง

และยังถูกซ้ำเติมด้วยการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 2534 ทำให้เกาหลีเหนือขาดคู่ค้าคนสำคัญ บวกกับภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง และรวมไปถึงขาดแคลนทรัพยากรพลังงานอย่าง น้ำมัน ส่งผลให้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือย่ำแย่ลงเรื่อยมา


ตอนนี้..

รายได้เฉลี่ยต่อหัวของเกาหลีเหนือลดลงเหลือ 42,900 บาทต่อปี หรือเดือนละ 3,575 บาท

ส่วนเกาหลีใต้อยู่ที่ 908,787 บาทต่อปี หรือเดือนละ 75,732 บาท ทิ้งห่างเกาหลีเหนืออย่างไม่เห็นฝุ่น

สำหรับรายได้ต่อหัวของประเทศไทยนั้นอยู่ 194,964 บาทต่อปี หรือเดือนละ 16,246 บาท ก็ยังดีกว่าเกาหลีเหนือ แต่ เทียบไม่ได้เลยกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้

นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการเลือกทางเดินไปข้างหน้าของประเทศของการปกครอง และผู้นำประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้นำประเทศ มีผลต่อเศรษฐกิจประเทศอย่างชัดเจน

จริงๆ แล้วทั้ง ประเทศเกาหลีใต้ และ เกาหลีเหนือ ทั้งทำเลที่ตั้งประเทศ หรือ IQ ของประชากรคงไม่ได้ต่างกัน เพราะเห็นได้ว่าเมื่อก่อนก็เจริญเท่ากัน

แต่เกาหลีใต้ใช้เวลา 40 ปี ในการเพิ่มรายได้เป็น 10 เท่า
ในขณะเดียวกัน เกาหลีเหนือใช้เวลา 40 ปีในการถอยหลังลง 2 เท่า

สรุปแล้ว ตอนนี้เกาหลีใต้จึงมีรายได้มากกว่าเกาหลีเหนือมากถึง 20 เท่า..

ก็น่าคิดว่า ช่องว่างนี้จะจบลงเมื่อไร ถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ เกาหลีใต้ก็คงจะทิ้งห่างเกาหลีเหนือไปมากกว่านี้อีกเรื่อยๆ ทั้งที่ 2 ประเทศนี้พูดภาษาเดียวกัน..


ที่มา longtunman


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
เช็คเบอร์มือถือ คลิ๊กเลย ++
กระทู้เด็ดน่าแชร์