
เมตาบอลิกซินโดรม อ้วนลงพุง ภัยร้ายคนเฉื่อยชา

เมื่อไลฟ์สไตล์เฉื่อยชา โรคภัยไข้เจ็บก็จะมาเยือน พอรวมตัวกันมาก ๆ เข้าก็กลายเป็น "เมตาบอลิกซินโดรม" ที่เหมือนผีร้ายทำให้คุณตายเร็วขึ้น ขอบอกว่า ต่อให้ผอมก็อาจเป็นได้นะ แล้วจะมองข้ามกันอีกเหรอ?
คุณอาจเคยได้ยินแต่โรคอ้วน (Obesity) แต่ไม่เคยได้ยินใครพูดถึงโรคเมตาบอลิก ซินโดรม ที่มีชื่อเล่นว่า "โรคอ้วนลงพุง" ความจริงแล้วมันเป็นภาวะที่สามารถนำคุณไปสู่โรคเบาหวานและโรคหัวใจ อันเป็นอาการเจ็บป่วยเรื้อรังที่กัดกร่อนคนอยู่ทุกวันนี้
Metabolic Syndrome คืออะไร
เมตาบอลิก ซินโดรม (ในที่นี้ขอย่อว่า MetS) แปลตามตัวว่า กลุ่มอาการผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย แต่ในบางครั้งก็เรียกว่า "โรคอ้วนลงพุง" เนื่องจากพบว่าผู้ป่วยโดยมากที่อยู่ในภาวะนี้ จะมีไขมันสะสมที่หน้าท้อง (อ้างอิงจากบทวิทยุรายการคลินิก 101.5 โดย เภสัชกร กิติยศ ยศสมบัติ)
หากคุณอยู่ในภาวะนี้ อาจหมายความว่าคุณมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ประเภท 2 มากขึ้นประมาณ 9-30 เท่าเมื่อเทียบกับคนปกติ ส่วนโรคหัวใจนั้น อาจมีโอกาสเพิ่มขึ้น 2-4 เท่า
ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่ควรได้รับการกล่าวถึง อย่างเช่นการที่ MetS มีความเกี่ยวข้องกับไขมันที่สะสมในตับ ทำให้เกิดอาการอักเสบ จนอาจนำไปสู่โรคตับอักเสบ ส่วนไตก็อาจได้รับผลกระทบเช่นกัน และอาจมีอาการอย่างอื่น เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ Polycystic Ovary Syndrome (กลุ่มอาการที่รังไข่มีถุงน้ำหลายใบ) และอาจสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้นด้วย
อาการนี้จะมาเยือนคุณได้อย่างไร
MetS เป็นกลุ่มอาการของความเจ็บป่วยที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่นไม่ออกกำลัง ใช้ชีวิตเฉื่อยชา น้ำหนักเพิ่มเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่นำไปสู่ภาวะเมตาบอลิก ซินโดรม อย่างไรก็ตาม ในคนที่มีน้ำหนักปกติก็อาจพบผู้ป่วยประมาณ 5% ส่วนคนที่น้ำหนักเกินอาจพบได้ 22% แต่คนที่มีน้ำหนักตัวในขั้นอ้วน (Obese) อาจพบได้ถึง 60% นอกจากนี้ คนที่น้ำหนักขึ้นเรื่อย ๆ ปีละ 2.5 กิโลกรัมหรือมากกว่า ก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นเมตาบอลิก ซินโดรมถึง 45% ในขณะที่ความอ้วนเป็นปัจจัยอย่างหนึ่ง สาเหตุต่าง ๆ อาจจะรวมถึง
-การเข้าสู่วัยทอง
- สูบบุหรี่
-กินคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป
- ใช้ชีวิตเฉื่อยชา (แม้น้ำหนักจะไม่เปลี่ยนก็ตาม) และ
- การดื่มแอลกอฮอล์มากหรือน้อยเกินไป (ปริมาณที่พอเหมาะ คือ 1-13 ดริ๊งก็ต่อสัปดาห์)
จะรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็น Metabolic Syndrome
คนที่เป็นเมตาบอลิก ซินโดรมอาจจะไม่ได้อ้วน โดย American Heart Association และ The National Heart, Lung and Blood Institute ชี้ว่า เราอาจจะสามารถระบุถึงภาวะกลุ่มอาการเมตาบอลิกได้ หากคุณมีปัจจัยต่อไปนี้ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป ถ้าคุณมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะมีอาการอื่น ๆ ด้วย (แต่อาจไม่รู้) และสุขภาพของคุณก็จะยิ่งแขวนอยู่บนเส้นด้ายมากเท่านั้น
1. รอบเอว
ผู้ชาย-มากกว่า หรือเท่ากับ 40 นิ้ว
ผู้หญิง-มากกว่า หรือเท่ากับ 35 นิ้ว
2. ระดับไตรกลีเซอไรด์ มากกว่าหรือเท่ากับ 150 gm/dL
3. ระดับคอเลสเตอรอล "ดี" หรือ HDL
ผู้ชาย-น้อยกว่า 40 gm/dL
ผู้หญิง-น้อยกว่า 50 gm/dL
4. ความดันโลหิต มากกว่าหรือเท่ากับ 130/85 mmHg
5. ระดับน้ำตาลในเลือด มากกว่าหรือเท่ากับ 100 mg/dL
ไม่อยากเป็นเลย ทำยังไงดี?
ถ้ารู้ตัวว่า คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีภาวะเมตาบอลิกก็อย่าเพิ่งใจหาย โรคที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ ต้องแก้ไขด้วยการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ดังต่อไปนี้
ออกกำลังกาย : เรารู้ว่าคุณเบื่อคำนี้ แต่ถ้าคุณอยากมีสุขภาพที่ดี (และน้ำหนักตัวที่เหมาะสม) คุณจำเป็นจะต้องออกกำลัง แต่อย่าห่วง ถ้าออกกำลังเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ลดลงสักที เป้าหมายของเราก็คือการลดความดันโลหิต ปรับคอเลสเตอรอลในเลือดให้ดีขึ้น และยังรวมไปถึงการต่อสู้กับภาวะด้านอินซูลินด้วย ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องสมัครฟิตเนสด้วยซ้ำ แค่เริ่มทำสิ่งเล็ก ๆ อย่างเดินแทนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ หรือจอดรถให้ไกลขึ้นอีกนิด เริ่มทำทีละอย่างช้า ๆ แล้วคุณจะติดใจ
กินอาหารที่มีประโยชน์ : อีกครั้งที่คุณเบื่อกับคำเตือนของเรา แต่จำไว้ว่าการกินอาหารที่มีประโยชน์ไม่ได้ทำให้คุณผอมลงเท่านั้น และถ้าคุณกำลังใช้ยาเป็นประจำ ก็ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนว่าอะไรที่กินได้ และอะไรที่กินไม่ได้ (โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นโรคหัวใจและเบาหวาน) แต่โดยทั่วไปแล้ว หากคุณไม่ค่อยกินไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ และเกลือ แต่กินพวกผักผลไม้กับโปรตีนไขมันต่ำ สุขภาพของคุณก็น่าจะอยู่ในระดับดี แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมไปตรวจสุขภาพด้วย
ลดน้ำหนัก : สำหรับคนที่น้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักย่อมทำให้อาการหลาย ๆ อย่างดีขึ้น รวมถึงโรคที่ไม่ได้เกี่ยวกับเมตาบอลิก ซินโดรม โดยตรงด้วย ดังนั้น จึงต้องลดน้ำหนักไม่ให้ BMI เกิน 25 (คำนวณโดยน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลัง 2
เลิกบุหรี่ : การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงให้คุณเป็นโรคหัวใจทำลายระบบหลอดเลือด ยิ่งถ้าคุณสูบบุหรี่ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคหัวใจ ก็เป็นไปได้ว่า อาการเจ็บป่วยของคุณจะไม่หยุดอยู่แค่อย่างเดียวแล้วล่ะ
อย่างที่เราได้กล่าวไปว่า เมตาบอลิก ซินโดรม เป็นโรคที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ และคนที่ป้องกันได้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวคุณเองนั่นไงคะ...
ที่มา ... Lisa


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday