สาระธรรมควรคิต ว.วชิรเมธี

สาระธรรมควรคิต ว.วชิรเมธี




๑
มนุษย์์เกิดมาในโลกอย่างมีความหมาย
ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่าหรือเกิดมาเพื่อจะถูกลืม
ยกเว้นคนที่พยายามจะทำให้คนอื่นลืมตนเอง
ไม้ทุกต้น หญ้าทุกชนิด
ก็เช่นเดียวกับน็อตทุกตัว
ที่ถูกผลิตมาเพื่อเหมาะสมกับภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง
ณ เวลาใดเวลาหนึ่งเสมอ


๒
คนที่เข้าใจโลก
ถึงขั้นจะมองเห็นอะไรๆ ที่คนอื่นเขาเครียดกันเป็นเรื่องขำขันได้
จะมีอายุยืน
อยู่ในโลก แต่ไม่หลงโลก
อยู่ในโลกเพื่อเหยียบโลกเล่น ไม่ใช่แบกโลกไว้บนบ่า
คนอย่างนี้หายาก
แต่มีอยู่ที่ไหน คนอยู่ใกล้ก็มีความสุข

๓
มีความจริงทั้งสองด้านรวมอยู่ในตัวมันเองเสมอ
ต่างแต่ว่าเราจะเลือกหยิบด้านใดขึ้นมาประยุกต์ใช้
ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น

๔
คนที่คิดทางบวกเป็นคนที่โชคดีและได้กำไรเสมอ
ส่วนคนที่คิดในทางลบ
แม้เรื่องดีๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ก็ยังไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์กับตน
วิธีคิดบ่งบอกอนาคต กำหนดชะตากรรม
เราคิดอย่างไรก็จะกลายเป็นคนอย่างนั้น
คิดบวก ชีวิตก็เป็นบวก คิดลบ ชีวิตก็ติดลบ

๕
ที่ใดมีปัญหา ที่นั่นย่อมมีทางออก
ปัญหาและทางออกจึงเป็นเสมือนสองด้าน
ของเหรียญกษาปณ์อันเดียวกัน
เพียงมีสติรู้จักพลิกปัญหา
ก็จะพบว่ามีภูมิปัญญาอันเลิศล้ำ
รอให้ค้นพบอยู่อย่างท้าทาย


๖
หากแอปเปิ้ลที่อยู่ในมือมันช้ำเพียงบางส่วน
แทนที่เธอจะโยนทิ้งไปทั้งหมด
เธอก็ควรจะเลือกเฉือนเอาด้านที่ช้ำนั้นออกเสีย
แล้วเลือกรับประทานส่วนที่ดี
เพียงแค่นี้เธอก็ได้ลิ้มโอชารสอันหอมหวาน มัน กรอบ อร่อย
ของแอปเปิ้ลลูกที่อยู่ในมือของเธอแล้ว

๗
ความสุขหรือความทุกข์
บางครั้งอยู่ที่ 'ท่าที' ในการเผชิญของเราเป็นสำคัญ
ถ้า 'รู้เท่าทัน' สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างมีสติ
ทุกข์อาจกลายเป็นสุข
ปัญหาอาจกลายเป็นปัญญา
วิกฤติอาจถูกแปรเป็นโอกาส

๘
ชื่อเสียงที่แท้จริงซึ่งเกิดขึ้นจากความดีงามอันบริสุทธิ์
แม้ใครจะพยายามลบล้างให้มัวหมอง
แต่เมื่อมรสุมแห่งความเท็จผ่านพ้นไป
ก็จะกลับแวววาวพราวพรายขึ้นมาได้อีกเสมอ

๙
หากป่วยกายอยู่แล้ว
อย่าให้ใจต้องมาป่วยซ้ำลงไปอีก
ถ้าป่วยกาย แต่ใจไม่ป่วย โอกาสหายป่วยย่อมมีมาก
แต่ถ้าป่วยกายด้วย ป่วยใจด้วย
บางทีโรคกายไม่ร้ายแรง
แต่ก็อาจทุกข์ทรมานเพราะโรคใจคอยแทรกซ้อน


๑๐
ขออย่าได้ท้อถอยในการที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่
คนเรายามที่เป็นปุถุชนก็มีโอกาสผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น
แต่คนโง่จะปล่อยให้ผิดพลาดแล้วผิดพลาดเลย
ส่วนคนที่มีปัญญาเมื่อรู้ว่าผิดพลาดไปแล้ว
จะรีบถอนตนออกมาอย่างทันท่วงที
แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มี่ซ้ำรอยเดิม

๑๑
น้ำเน่าอาจระเหยกลายเป็นเม็ดฝนหล่อเลี้ยงผืนโลก
กรวดทรายต่ำต้อยอาจถูกหล่อหลอมเป็นศิลป์สถาปัตย์
ทรงคุณค่าระดับสากล
ข้าวเปลือกในนาอาจกลายเป็นกระยาหารของพระมหาจักรพรรดิ
ลูกกุลีอาจกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน ฯลฯ

ขอเพียงมนุษย์ไม่ดูถูกตัวเอง
ตระหนักรู้ถึงศักยภาพพิเศษที่ซุกซ่อนอยู่ในตน
แล้วเพียรเจียระไนชีวิตให้แวววาวพราวพรายด้วยการศึกษาเรียนรู้
ซึมซับเก็บรับบทเรียนจากการงานและการใช้ชีวิตอย่างสุขุม
ก็ย่อมจะมีชีวิตที่คุ้มค่า สงบ ร่มเย็น
และเป็นสุขได้โดยไม่ยากเย็น


๑๒
มือของผู้ให้ อยู่สูงกว่ามือของผู้รับ
ชื่อของผู้ให้ น่าจดจำกว่าชื่อของผู้ขอ
เกียรติของผู้ให้
กรุ่นหอมอยู่เหนือกาลสมัย
ยิ่งกว่าเกียรติศักดิ์ของนักรบและปวงวีรบุรุษ

๑๓
การให้
แค่เพียงคิดจะทำ ใจก็ยังเป็นสุข
ครั้นได้ให้แล้ว จิตใจก็แช่มชื่นเบิกบาน
เมื่อวันเวลาผ่านไป
หวนกลับไปรำลึกถึงดวงหน้าอันเปี่ยมสุขของผู้รับ
ความปีติสุขก็ย้อนกลับมาทำให้หัวใจอิ่มเอม


๑๔
การให้
จึงเป็นความสุขแท้ทั้งเวลาก่อ



ลานธรรมจักร

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์