
ทำไมถึงห้ามกลืนหมากฝรั่ง

เคยได้ยินกันมาว่า ห้ามกลืนหมากฝรั่งเพราะมันใช้เวลาตั้ง 7 ปีในการย่อยสลาย แล้วถ้าเด็กๆเผลอกลืนลงไปล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น
หมากฝรั่งนั้น ทำมาจากส่วนผสมหลายชนิด ตั้งแต่ยางที่ใช้ทำหมากฝรั่ง สารเคมีที่ทำให้ยางเหนียวนุ่ม สารเติมแต่งๆ เช่น สารให้ความหวาน สีสังเคราะห์ กลิ่นสังเคราะห์ รวมถึง เกล็ดมินท์ สารกันเสีย เป็นต้น เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องที่ว่า หมากฝรั่งนั้นใช้เวลาตั้ง 7 ปีในการย่อยสลายหรือไม่นั้น นาย David Milov กุมารแพทย์ จาก Nemours Children's Clinic ในออลานโดกล่าวว่า จากประสบการณ์ การรักษาโดยใช้ endoscope ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีลักษณะเป็นท่อยาวใช้สอดเข้าไปในร่างกายหรือลำไส้เพื่อวินิจฉัยโรคหรือผ่าตัด นั้นไม่ค่อยพบร่องรอยของหมากฝรั่งมากนัก แต่จะพบก็นานๆครั้งเท่านั้น และส่วนใหญ่หมากฝรั่งที่พบในลำไส้ก็มีอายุไม่เกิน 1 สัปดาห์ นั่นพิสูจน์ให้ทราบกระจ่างว่า หมากฝรั่งไม่ได้ใช้เวลานานถึง 7 ปีในการย่อยสลาย
เช่นเดียวกับความเห็นของ Rodger Liddle จาก Duke University ที่ยืนยันว่า คงไม่มีอะไรที่ติดอยู่ในกระเพาะอาหารได้นานถึง 7 ปี
เว้นเสียแต่ว่ามันเป็นก้อนที่มีขนาดใหญ่มาก จึงทำให้เคลื่อนที่ออกไปจากกระเพาะอาหารไม่ได้ หรืออาจจะไปติดอยู่ในลำไส้ น้ำย่อยในกระเพาะอาหารจะย่อยสารให้ความหวาน แต่สำหรับยางที่ใช้ทำหมากฝรั่งนั้น น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไม่สามารถย่อยได้ นอกจากนี้ องค์การอาหารและยา (Food and Drug Administration) ยังประกาศว่า ยางหมากฝรั่งนั้นเป็นของขบเคี่ยวที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่ถึงกระนั้น การกลืนหมากฝรั่งก็ยังเป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง เห็นได้จากกรณี เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา
แพทย์รายงานในวารสาร Pediatrics เกี่ยวกับกรณีที่เด็กกลืนหมากฝรั่งโดยเรียกกรณีนี้ว่า chronic gum swallowing คือ อาการที่หมากฝรั่งที่กลืนเข้าไปติดกับวัตถุที่ไม่ย่อยอื่นๆ เช่น เหรียญเงินซึ่งเด็กผู้หญิงอายุขวบครึ่งกลืนเข้าไป เมื่อเหรียญไปติดกับหมากฝรั่งที่เด็กกลืนเข้าไป แล้วค้างอยู่ในระบบย่อยอาหาร อาการของเด็กก็ยิ่งแย่เนื่องจากอาหารถูกขับออกไม่ได้ ในขณะที่อีก 2 กรณีที่เด็กกลืนหมากฝรั่งเข้าไปเป็นก้อน ทำให้เด็กมีอาการท้องผูก เนื่องจากหมากฝรั่งนั้นจับตัวกันเป็นก้อนกลมแข็ง แม้การกลืนหมากฝรั่งชิ้นเล็กๆ จะไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกาย แต่ก็ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน นอกจากนี้ ร่างกายก็จะพยายามขับออก แต่ถ้าหากขนาดก้อนที่กลืนลงไปมีขนาดใหญ่ ก็สามารถไปอุดตันระบทางเดินอาหาร และอาจเป็นอันตรายได้ ฉะนั้น จะให้รางวัลเด็กๆเป็นหมากฝรั่ง ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ หรือจะเปลี่ยนรางวัลไปเป็นผลไม้เลยน่าจะดีที่กว่า
อ้างอิง
John Matson. "Fact or Fiction?: Chewing Gum Takes Seven Years to Digest". Scientific American. 11 October 2008. 18 November 2008.
Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว