อยากรู้มั้ย!? ทำไมนอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ!?

อยากรู้มั้ย!? ทำไมนอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ!?


เคยเป็นกันไหม? นอนเท่าไหร่ ก็ไม่พอ ง่วงตลอดเวลา.

วันนี้ แอดมิน มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังค่ะ เพราะตอนนี้แอดมินเองก็ประสบกับปัญหานี้อยู่เหมือนกัน นั่นคือ จะรู้สึกว่าตัวเองนั้นง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ตัวแอดมินเองก็นอนครบ 7-8 ชั่วโมงแล้วก็ตาม(บางทีก็เกิน 8 ชม. แต่ก็ยังง่วงอยู่ดี ^^) เลยไปค้นข้อมูลตามที่ต่างๆ ดูและเจออะไรที่น่าสนใจหลายอย่างเลยเก็บเอามาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

ขั้นแรกเรามาดูสาเหตุของการง่วงนอนบ่อยๆ กันค่ะ ซึ่งมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน จากที่แอดมินได้ไปค้นหาข้อมูลมา จะขอยกมาแค่หลักๆ เท่านั้นนะค่ะ เพราะว่ามันเยอะมาก

1. เกิดจากการนอนหลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
 เช่น นอนดึก ไม่สามารถเข้าสู่ระยะหลับลึกได้ การนอนกรน หลับแล้วตื่นบ่อยจากภาวะการหยุดหายใจขณะหลับหรือถูกรบกวนอยู่เป็นระยะๆ ไม่ต่อเนื่องราบรื่นตลอดช่วง ส่งผลทำให้อ่อนเพลีย และง่วงนอนในตอนกลางวัน

2. เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้กลไกควบคุมผิดปกติ 
เช่น คนไข้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางสมอง โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกสมอง จะนอนมากกว่าปกติ นอกจากนี้ในทางการแพทย์มีโรคที่มีอาการง่วงมากผิดปกติอยู่ เช่น โรคลมหลับ (Nacrolepsy) และ Kleine-Levin syndrome

3. สาเหตุจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย ซึ่งมีหลายสาเหตุดังนี้

- กระดูกคอข้อที่หนึ่งเคลื่อนไปทับเส้นประสาทหรือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
- กินอาหารที่ผัดน้ำมันบ่อยเป็นเวลานาน แล้วเกิดไขมันเกาะตัวเหนียวสะสมในลำไส้ ก็มีโอกาสที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย เพราะระบบดูดซึมเสีย และถุงน้ำดีข้น
- มีพยาธิในลำไส้ พยาธิที่ผิวหนังจะกัดกินเลือดในร่างกาย
- การไม่กินอาหารเช้าเป็นสาเหตุให้เลือดไม่เลี้ยงสมอง และควรสังเกตอาการเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย จะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น ผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย นอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ฝันบ่อย

4. การทำงานของนาฬิกาชีวิตหรือนาฬิกาชีวภาพอยู่ในโหมดหลับ 

มีแรงผลักดันทำให้หลับตลอดเวลา เช่นนาฬิกาชีวิตยู่ในโหมดหลับ แต่จำเป็นต้องตื่นเพราะภาระงาน แรงหลับมีมากแต่ก็ต้องตื่น เข้านอนและตื่นนอนไม่เป็นเวลา

5. กลไกของการหาว

 เนื่องจากเป็นเพราะว่าร่างกายของคนเรามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกรดแลกติกอยู่ในกล้ามเนื้อและกระแสเลือดสูง ร่างกายไม่สามารถขับออกทางลมหายใจเข้าออกได้ทัน จึงมีการสูดหายใจที่ยาวขึ้น และการผ่อนลมออกที่นานกว่าเดิม หรือที่เราเรียกกันว่าการหาว ส่วนการที่คนเราหาวแล้วมีน้ำตาไหลออกมานั้น เนื่องจากว่า เมื่อเราหาวแล้ว กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าจะตึง และดึงกล้ามเนื้อบริเวณต่อมน้ำตา ทำให้ต่อมน้ำตาบีบตัว และน้ำตาที่บรรจุอยู่ภายในก็จะออกมาในเวลา ก่อนที่คนเราจะนอนแล้วเราหาว มิใช่ว่าเราง่วงแล้วถึงหาว แต่เราง่วงเนื่องจากว่า ร่างกายได้ทำงานหนักจนร่างกายมีการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เราหาว และรู้สึกอยากที่จะพักผ่อน ส่วนในเวลาที่เราตื่นนอนขึ้นมา เราก็หาวอีกเช่นกัน เนื่องจากขณะที่เรานอนหลับนั้น เราจะหายใจด้วยปริมาณที่น้อยกว่าขณะตื่นถึงเท่าตัวเลยทีเดียว แต่เมื่อเราตื่นจากนอนหลับขึ้นมาแล้ว อวัยวะต่างๆในร่างกายเริ่มทำงาน ก็ต้องมีความต้องการก๊าซออกซิเจนมากขึ้นเราจึงหาว

6. ขาดวิตามินบางชนิด จำพวกวิตามินบี ชนิดต่างๆ

ถ้าคุณมีอาการง่วงตลอดเวลา หรือรู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอแล้วละก็ ควรตระหนักทันทีเลยนะค่ะว่า อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลักๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างบนเพราะฉะนั้นไม่ควรที่จะนิ่งเฉย ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร เพราะการที่เรานอนหลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอนั้นอาจก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ ตามมาได้ซึ่งจะขอกล่าวต่อไปนี้ค่ะ

อาการง่วงนอนบ่อยๆ นั้นเป็นหนึ่งในอาการของโรคร้ายนานาชนิดดังต่อไปนี้

1. โรคโลหิตจาง
 อาการง่วงนอนในคนเป็นโรคโลหิตจางนี้เป็นอาการทางสมอง โดยผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนบ่อย เฉื่อยชา ความคิดความอ่านด้อยลง เนื่องจากร่างกายขาดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่จะนำออกซิเจนจากปอดมาเลี้ยงเซลล์ ต่างๆทั่วรางกาย คุณผู้หญิงที่ง่วงเป็นประจำ โดยเฉพาะในรายที่ประจำเดือนมามากผิดปกติ ควรไปตรวจหาโรคนี้เสียหน่อย เพราะโรคนี้เป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

2. เบาหวาน 
คนเป็นเบาหวานมักจะง่วงนอนบ่อยๆ เพราะระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเบาหวานหรือไม่ ควรสังเกตตัวเองว่านอกจากง่วงบ่อยแล้ว ยังมีอาการอ่อนเพลียงาย กระหายน้ำ หิวจัด น้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย ตกขาว และสายตาพร่ามัวร่วมด้วยหรือไม่

3. โรคซึมเศร้า
 ทำให้พลังงานในร่างกายลดลง การนอนจึงเปลี่ยนแปลงไป บ้างก็นอนไม่หลับในตอนกลางคืน หรือหลับๆ ตื่นๆ ส่งผลให้งวงมากในตอนกลางวัน บ้างก็มีอาการนอนมากหรือนอนน้อยเกินไป

4. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
 คนที่มีภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ อาการมักเริ่มด้วยอาการกรน แล้วตามมาด้วยอาการอ่อนเพลีย และง่วงในวันรุ่งขึ้นเป็นประจำ อาการจะเป็นเชนนี้เกือบทุกวัน หากง่วงนอนโดยหาสาเหตุไม่ได้ แนะนำให้ไปพบแพทย์

5.โรคลมหลับ (Narcolepsy) 
เป็นอีกโรคที่น่ากลัว เป็นโรคที่แปลกมากๆ พบได้บ่อยมากตามทฤษฎี แต่บ้านเราไม่ค่อยรู้จัก โดยแพทย์แต่ละท่าน เชื่อว่าผู้ป่วยจะมีจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โรคพบได้ตั้งแต่เด็ก สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่น่าจะเป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง จะเริ่มเป็นภายหลังตั้งแต่เด็กวัยเรียนชั้นประถมหรือวัยรุ่น เด็กจะง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน และหลับบ่อยมาก พอหลับก็ฝันทันที (early onset REM) เด็กง่วงมาก ทำให้เด็กหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน การเรียนแย่ลง อาจถูกพ่อแม่หรือครูบอกว่าเด็กขี้เกียจ มีปัญหาเรื่องการเรียน แต่เด็กกลุ่มนี้แม้ว่าง่วงมากตอนกลางวัน แต่พอให้นอนจริงตอนกลางคืน กลับนอนได้ไม่สนิทและกลับตื่นบ่อยมาก มีแขนขากระตุกขยับตลอดเวลา การนอนไม่ต่อเนื่องทำให้อดนอน นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆ อีกสองประการที่สำคัญคือ จะมีประสาทหลอน (hallucination) ตอนเริ่มเข้านอนใหม่ๆ หรือตื่นนอนใหม่ๆ และถ้ามีอารมณ์ที่รุนแรง แปรปรวน เช่น ดีใจมากๆ ตกใจมากๆ ก็จะทำให้เด็กหมดเรี่ยวแรง อ่อนแรงแบบกะทันหัน (cataplexy) กล้ามเนื้อจะไม่มีแรงทันที เกิดจากเด็กฝันในเวลาตื่นครับ สมองของเด็กกลุ่มนี้จะผิดปกติ เซลล์ประสาทที่สร้าง สารเคมีชื่อ hypocretin หรือ orexin จะตายไป ทำให้กลไกควบคุมหลับตื่นผิดปกติ จะมีลักษณะเปิดปิดกลับไปกลับมาได้ง่าย (flip-flop) คนปกติเมื่อตื่นก็ควรตื่น เมื่อหลับก็ควรหลับ แต่คนที่เป็นโรคนี้จะมีความฝันโผล่เข้ามาในขณะตื่นได้ง่าย คือ มี flip flop

อยากรู้มั้ย!? ทำไมนอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ!?



วิธีแก้อาการง่วงนอน หรือหาวนอนระหว่างทำงานหรือเรียนในห้องเรืยน

1. ทานอาหารเช้ามากขึ้น และทานอาหารกลางวันในปริมาณที่พอเหมาะ
2. ออกกำลังกายทุกวัน การอออกำลังกายจะทำให้การสูบฉีด oxygen ไปทั่วร่างกายทำได้อย่างคล่องตัว ทำให้อาการง่วงนอนหลังอาหารมื้อเที่ยงลดลง
3. ทำงานที่ต้องใช้สมาธิและความคิดในช่วงเช้า
4. ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็งีบสักพักก่อนจะลงมือทำงาน
5. ทำสมาธิ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีหลังอาหารกลางวันนั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ พร้อมเสียงเพลงบรรเลงเพราะๆ ก็สามารถทำให้อาการง่วงดีขึ้น
6. ง่วงมากนัก ก็ลุกขึ้นมาเดิน
7. ล้างหน้าก็หายง่วง
8. สร้างอารมณ์ขัน
9. จัดเวลาการนอน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และเป็นเวลา
10. เครื่องดื่มก็สามารถช่วยลดอาการง่วงนอนได้ เช่นทานกาแฟ หรือน้ำผลไม้
11. งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดยานอนหลับ หรือยากล่อมประสาท หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำชา กาแฟ


ทีนี้เราก็ทราบถึงสาเหตุและอาการต่างๆ ที่จะตามมา พร้อมทั้งวิธีรับมือของอาการง่วงนอนผิดปกติ หรือการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอกันแล้วนะค่ะ อ่านแล้วก็อย่าลืมไปปฏิบัติตามกันดูนะค่ะ 

....ตื่นมาจะได้ดูสดใสเหมือนในรูปข้างล่างนี้ บ๊าย บ่าย....

cr:: Piyavate Hospital 

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



กระทู้เด็ดน่าแชร์