| |
|
ผมจุก
ผมจุก กล่าวตามพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง "ผมที่ขมวดเอาไว้ตรงขม่อม ราชาศัพท์ว่า พระเมาลี หรือ พระโมลี
คำล้อเลียนผมจุก "ผมจุกคลุกน้ำปลา เห็นขี้หมา นั่วไหว้กระจ๋องหง่อง"
|
|
|
ผมแกละ
ผมแกละ หมายถึง "ผมที่เอาไว้แหยมที่แง่ศีรษะ" เด็กบางคนก็มีแกละเดียว บางคนมีสองแกละ บางคนว่ากันว่ามีสามแกละก็มี
คำล้อเลียน"ผมแกละ กระแดะใส่เกือก ตกน้ำตาเหลือก ใส่(เหลือ)เกือกข้างเดียว"
|
|
|
ผมโก๊ะ
คือผมที่ไว้เป็นหย่อมหรือปอยคล้ายผมแกละ แต่ไม่ได้ถักเปียอย่างผมเปีย เพียงแต่ผูกไว้ไม่ให้รุงรัง จนสร้างความรำคาญให้เด็ก
คำนี้ในพจนานุกรมไม่มีจึงไม่ได้ให้ความหมายไว้ สรุปรวมลักษณะจากปากคำ และการให้ความหมายของชาวบ้านก็ หมายถึง ผมที่เอาไว้เป็นแหยมตรงขวัญซึ่งเป็นส่วนหักมุมของศีรษะนั่นเอง คำว่า โก๊ะ มาจากคำว่าอะไรไม่มีใครทราบ
สำหรับคำว่า "แหยม" นั้นหมายถึง "หย่อม ปอย ผมที่เอาไว้เป็นกระจุกบนศีรษะนอกจากจุก"
|
|
|
ผมเปีย
ผมเปีย หมายถึง "ผมที่ถักห้อยยาวลงมา" ซึ่งอันที่จริงแล้ว ผมเปียนี้ที่แท้ก็คือ ผมโก๊ะ ผมแกละ ที่เอามาถักนั่นเอง เด็กผมแกละบางคนก็ปล่อยผมแกละให้สยายพริ้วไปตามลม ถ้าพ่อแม่รำคาญตาเข้าก็ จับมาถักเปียเสีย ทำให้ดูเรียบร้อยขึ้น
คำล้อเลียน ผมเปีย "ผมเปีย เลียใบตอน พระตีกลองตะลุ่งตุ้งแช่"
พิธีตัดเปีย
หลังจากการทำพิธีโกนผมไฟ แล้วเด็กไว้ผมจุกหรือผมเปีย จนอายุย่างเข้าสู่วัยแรกรุ่น คือเด็กชายจะอายุราว 13 ปี เด็กหญิงอายุประมาณ 11 ปี บิดามารดาหรือผู้ปกครองเห็นว่าควรจะทำพิธีโกนจุกหรือตัดเปียได้แล้ว ก็จะจัดการตระเตรียมงาน ซึ่งอาจจะทำไปพร้อมกับการทำบุญบ้านด้วยก็ได้ เพื่อเป็นการประหยัดในคราวเดียวกัน
ก่อนที่จะเริ่มงานจะต้องนำวัน เดือน ปี ของเด็กไปให้โหรกะเวลาฤกษ์ให้เสียก่อน แต่ต้องมิให้ตรงกับวันอังคาร เพราะถือกันว่าวันอังคารเป็นวันห้ามโกนจุก
|
|
การไว้ผมทรงต่าง ๆ ของเด็กไทยโบราณ มีสาเหตุดังนี้
ไว้ไปตามประเพณี ส่วนใหญ่จะให้เริ่มไว้หลังจากทำพิธีโกนผมไฟแล้ว โดยจะเหลือผมตรงขม่อมไว้ เพราะเชื่อกันว่าหากโกนผมทิ้งไปหมด ขวัญจะไม่มีที่อาศัย แล้วก็เริ่มไว้จนยาวตั้งแต่นั้นเรื่อยมา
ไว้เพราะเป็นการแก้เคล็ด เนื่องจากเด็กมักเจ็บไข้ออด ๆ แอด ๆ อยู่เสมอ หรือเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก ผู้ใหญ่จึงให้เปลี่ยนมาเป็นไว้จุก ไว้แกละ หรือไว้เปีย ไปตามแต่จะเห็นสมควร บางทีพอเปลี่ยนทรงผมแล้ว กลายเป็นเด็กแข็งแรงเลี้ยงง่ายไปเลยก็มี
|
|
สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:

|
|
|
|
|