แท็กซี่สยอง

แท็กซี่สยอง



"เอื้อมพร" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากรถแท็กซี่


วันนั้นดิฉันไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแถวลาดพร้าวกับลูกสาวอายุ 15 ชื่อน้องกุ้ง แกเป็นเด็กหน้าตาน่ารัก ช่างพูดช่างคุย และสนิทสนมกับดิฉันเหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่าเป็นแม่ลูกกันเสียอีก ทุกวันหยุดเราจะมีเวลาให้กันเต็มที่


เมื่อซื้อของเสร็จเราก็เดินไปหารถแท็กซี่กลับบ้าน!
ดิฉันจำได้ว่าแท็กซี่คันนั้นเป็นสีชมพูสด สภาพใหม่เอี่ยม นั่งสบายและแอร์เย็นฉ่ำ ทั้งที่อากาศข้างนอกค่อนข้างอบอ้าวเหมือนพายุจะมา คนขับเป็นชายกลางคน ท่าทางสุภาพ รูปร่างผอมบาง ขับรถนุ่มนวลจนดิฉันนึกชม...จริงๆ แล้วกำลังคิดว่าเย็นนี้จะทำอะไรกินกันดี? เพราะซื้อไส้กรอกมาเยอะ อาจจะยำหรือไม่ก็ผัดกะเพรา กินกับไข่ดาวโปะข้าวสวยร้อนๆ...ถ้างั้นต้องมีแกงจืดอีกสักหน่อย จะเอาไก่ต้มกะหล่ำหรือแกงจืดวุ้นเส้นดีหนอ...


ดิฉันหันมาถามลูกผู้นั่งริมหน้าต่างเบาะหลัง ด้านซ้ายของคนขับ ตัวเองนั่งตรงกลางเบาะหลังเป๊ะ เพื่อรับไอเย็นจากแอร์หน้ารถได้เต็มที่ ไม่มีอะไรขวางหน้า
เมื่อหันมาก็สังเกตว่าลูกมีสีหน้าพิกล แบบบอกบุญไม่รับ! เธอหน้างอ เม้มปากแน่น ดิฉันเลยถามว่าเป็นอะไร? แกส่ายหน้า อุบอิบๆ ว่าเมารถ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้เลย...น้องกุ้งไม่เคยเมารถนี่นา !

อีกอย่างหนึ่ง พอลูกบอกว่าเมารถ ดิฉันก็นึกในใจว่ายังดีนะที่รถคันนี้ไม่มีกลิ่นอะไรเลย หน้าคอนโซลรถมีพระองค์เล็กองค์น้อยวางเรียงเป็นแถวเหมือนโต๊ะหมู่บูชาก็จริง แต่ดูสะอาดเป็นระเบียบ ไม่มีพวงมาลัยหรือการบูร...ไม่มีแม้แต่ช่อใบเตย ที่แท็กซี่ชอบสุมไว้ด้านหลังให้ส่งกลิ่นหอม


พอรถแล่นผ่านโรงพยาบาลใกล้บ้าน ดิฉันก็ถามลูกว่าจะแวะหาหมอไหม? แกยกมือโบกเป็นเชิงปฏิเสธ...
อีกเพียงห้านาทีจากนั้น รถก็มาจอดหน้าบ้าน ลูกผลุนผลันลงจากรถ มือก็ฉวยเอาข้าวของต่างๆ ที่ซื้อมาออกไปด้วยเป็นพวงใหญ่ ดิฉันจ่ายค่ารถแล้วก็ลงตาม นึกว่าลูกไม่สบายแล้วยังอุตส่าห์ไม่ลืมช่วยแม่หิ้วของอีก...


พอกลับเข้าบ้าน น้องกุ้งรีบไปที่ห้องน้ำ ล้างหน้า บ้วนปากเป็น การใหญ่ เสร็จแล้วเธอก็กลับเป็นคนเดิมอย่างน่าอัศจรรย์!
"แม่ไม่ได้กลิ่นอะไรในรถแท็กซี่นั่นเหรอ?" เธอถามอย่างงงงัน ดิฉันงงกว่าลูกอีก...กลิ่นอะไรกัน?


กุ้งบอกว่า ทันทีที่เธอตามดิฉันเข้าไปนั่งในรถ ก็ได้กลิ่นบุหรี่ฉุนจัด...ฉุนขนาดว่า มันคละคลุ้งไปทั้งรถจนหายใจแทบไม่ออก! วินาทีนั้น เธอแน่ใจว่าคนขับกำลังอัดบุหรี่อย่างเมามัน เธอโกรธมาก...แต่พอมองไปเขาก็ไม่ได้สูบ ที่ร้ายกว่านั้นคือเห็นดิฉันนั่งหน้าตาเฉยสบายดี...ชมเสียอีกว่ารถแอร์เย็นดีเหลือเกิน


"แม่ไม่เคยทนกลิ่นอะไรได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลิ่นบุหรี่! ถ้าหนูได้กลิ่นขนาดนี้ แม่ควรจะได้กลิ่นมันเป็นคนแรก" กุ้งวิพากษ์วิจารณ์ยกใหญ่
เธอเล่าต่ออีกว่า หลังจากนั้นกลิ่นบุหรี่ก็กลายเป็นกลิ่นเน่าเหม็นอย่างร้ายกาจ...เหม็นเหมือนตัวอะไรตายอยู่ในรถ! เหม็นจนเธอหายใจไม่ออก และเมื่อดิฉันหันไปถามว่าเย็นนี้จะกินแกงอะไรดี เธอก็แทบจะอาเจียน!


ที่ประหลาดที่สุดคือ ตลอดเวลาที่นั่งในรถแท็กซี่นั้น ดิฉันกลับรู้สึกว่าภายในรถช่างสะอาดสดชื่นและเย็นฉ่ำ
เออ...จริงสินะ มันเย็นแปลกๆ เหมือนเข้าถ้ำ ไม่ใช่เย็นแบบแอร์ในรถทั่วๆ ไป! "รถคันนั้นต้องมีอะไรแล้วละแม่" กุ้งสรุป "ผีแน่ๆ เลย! ไม่งั้นหนูคงจะไม่ได้กลิ่นเน่า กลิ่นบุหรี่อยู่คนเดียวหรอก" ทันทีที่กุ้งพูดจบ หูดิฉันก็ได้ยินเสียงผู้ชายแก่ๆ หัวเราะดังฮ่าๆๆ จนต้องหันขวับเพราะเสียงมันชัดมาก เหมือนเขาคนนั้นยืนอยู่ในห้องเดียวกับดิฉันนี่เอง! "ได้ยินเสียงนั่นมั้ย?" คราวนี้ดิฉันโดนคนเดียว...มันเห็นภาพแจ่มชัดเหมือนเราเพิ่งผ่านเหตุการณ์นั้นมาหยกๆ


ดิฉันเห็นภาพผีชายแก่ไอโขลกๆ ตัวงอเพราะเป็นถุงลมโป่งพองตาย! ปอดดำปี๋ ไอแต่ละทีก็พ่นเอาควันบุหรี่เหม็นคลุ้งออกมาจากปากเน่าๆ แกตายในรถคันนี้ ตรงที่กุ้งนั่งมานั่นแหละ...นอกจากขี้ยาแล้วยังขี้หลีด้วยซิ! แกติดใจในความสดใสของลูกสาวดิฉัน ติดใจจนตามลงมาจากรถแน่ะ


คิดได้อย่างนั้นดิฉันก็โกรธจนหายกลัว ตวาดลั่นว่าออกไปนะ! กุ้งยังตกใจนึกว่าไล่เธอ แต่พออธิบายกันแล้วเธอก็หัวเราะกิ๊ก
ใช่ค่ะ! ดิฉันเป็นเจ้าของบ้านนี่คะ ตวาดแว้ดเดียวผีเผ่นไปเลย รู้สึกได้จริงๆ ค่ะว่า ทุกอย่างโล่งใสเหมือนเดิม...แต่ก็ยอมรับล่ะค่ะว่าเรื่องนี้น่ากลัวจนขนหัวลุก!




เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้