Teenee.com อัลบั้มรูป happy Game เกม Quiz Flash ทายใจ เบอร์สั่งอาหาร chat แชทดิจิตอล แชทยอดนิยม
คลิป สุขภาพ tnews คุยคุ้ยข่าว คุยคุ้ยข่าวกีฬา คุยคุ้ยข่าวดารา วาไรตี้อาหารสมอง download font

หน้าหลักบันเทิงดารา เกาะกระแสดาราไทย ปาปารัสซี่ gossip ดารา รูปดาราไทย
รูปดาราต่างประเทศ,ญี่ปุ่น,เกาหลี ฯลฯ เรื่องย่อละคร เล่นเกม




ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน :   Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
 
ปริศนาพุทธชินราช "พระเกศล่องหน"
 

เป็นข่าวลือหนาหูว่าองค์ “พระพุทธชินราช” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง จ.พิษณุโลก พระพุทธรูปสำคัญของชาวพุทธ-ของประเทศไทย มีพุทธลักษณะ “เปลี่ยนไป” หลังการบูรณะ บ้างก็ลือว่า “พระเกศเปลวเพลิง” เปลี่ยนไป และบ้างก็ลือถึงขั้นพระเกศ “หายไป” ซึ่งถ้าเป็นจริง...มิใช่เรื่องเล็กแน่ ?!?

“พระพุทธชินราช” มีความเป็นมากว่าหกร้อยปี...

อยู่ ๆ ใครจะเปลี่ยนพุทธลักษณะย่อมไม่บังควร !?!




ตามหลักฐานชั้นทุติยภูมิพงศาวดารเหนือระบุว่า...เมื่อปี พ.ศ. 1900 สมัยกรุงสุโขทัย ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือ พญาลิไท ทรงโปรดฯ ให้สร้างวัดใหญ่ หรือ “วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร” วัดชั้นเอกวรมหา วิหารในปัจจุบัน และทรงโปรดฯ ให้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปสำคัญเพื่อนำไปประดิษฐาน โดยดำริให้มีการสร้าง 3 องค์คือ พระพุทธชินศรี, พระศาสดา และ “พระพุทธชินราช”

“พระพุทธชินราช” หล่อขึ้นด้วยทองสัมฤทธิ์ขัดเงาเกลี้ยง มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 5 ศอก 1 คืบกับอีก 5 นิ้ว หรือประมาณ 2.875 เมตร มีความสูง 7 ศอก หรือราว 3.5 เมตร ซึ่งตามตำนานระบุว่าพระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปองค์สุดท้ายที่สร้างเสร็จ โดยต้องหล่อถึง 5 ครั้ง เนื่องจากทองไม่แล่นทั่วองค์พระ จนต้องมีการประกอบพระราชพิธีตั้งสัจจาธิษฐานแล้วทำพิธีเททองหล่อ การหล่อถึงสำเร็จ






และนอกจาก “พระพุทธชินราช” จะเป็นพระพุทธรูปที่มีการรวมบรรดาช่างหล่อ-ช่างปั้นฝีมือดีทั้งจากชะเลียง (สวรรคโลก) เชียงแสน และหริภุญ ไชย (ลำพูน) มาร่วมกันแล้ว ยังมีตำนานร่ำลือว่า...ในการหล่อองค์พระมี “เทวดา” จำแลงเป็น “ปะขาว” ลงมาร่วมในพิธีหล่อด้วย โดยขณะที่ทำการหล่อในครั้ง  สุดท้ายนั้นมีปะขาวผู้หนึ่งซึ่งไม่มีใครทราบว่ามาจากที่ไหนมาช่วยในการปั้นและเททองหล่อ พอเสร็จก็หายไปอย่างลึกลับไร้ร่องรอย

เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้าสักการะ

แต่ “พระพุทธชินราช” ยังมีความน่าสนใจมากกว่านี้ !!




นอกจากตำนานความเป็นมาแล้ว “ความงดงาม” จากพุทธลักษณะก็เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ผู้คนกล่าวขวัญถึง พระพุทธชินราชมีพุทธศิลป์แตกต่างไปจากพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยสมัยคลาสสิกอื่น ๆ

กล่าวคือ...มี “พระเกศรัศมียาวเป็นเปลวเพลิง” ซึ่งเป็นจุดที่เกิด “ข่าว ลือ” ล่าสุด และวงพระพักตร์ก็ค่อนข้างกลม ไม่ยาวรีเหมือนพระพุทธรูปยุคศิลปะสุโขทัยองค์อื่น ๆ ยิ่งเมื่อเสริมกับ “ซุ้มเรือนแก้ว” ที่สลักและลงรักปิดทองประดับเบื้องพระปฤษฎางค์ ซึ่งเสมือนเป็นรัศมีรอบ ๆ ยิ่งช่วยขับองค์พระให้โดดเด่นแปลกตา




พุทธลักษณะเด่นต่าง ๆ ทำให้พระพุทธชินราชถูกจัดเป็น “พระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยหมวดพิเศษ” โดยตั้งชื่อหมวดตามชื่อขององค์พระ ก็คือ “หมวด พระพุทธชินราช” นั่นเอง...

“เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามที่สุดในโลก”

...นี่เป็นคำกล่าวขานกันในแวดวงศิลปะและโบราณคดีไทย ซึ่งนอกจากพระพุทธชินราชองค์จริงที่ จ.พิษณุโลกแล้ว ยังมีการจำลององค์พระพุทธชินราชไปประดิษฐานในบางจังหวัด หลายวัด–หลายแห่ง แต่ที่สำคัญคือองค์จำลองที่ประดิษฐานอยู่ ณ พระอุโบสถ วัดเบญจมบพิตรฯ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จำลองมาประดิษฐานไว้




สำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระพุทธชินราช ก็มีอาทิ...สมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงลงรักปิดทององค์พระเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2134, สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 ทรงบูรณะโดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาคของประชาชนที่ศรัทธาเมื่อปี พ.ศ. 2444

กับการบูรณะครั้งล่าสุดที่ดำเนินการเมื่อปี 2547 เริ่มเป็นข่าวมาตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีที่แล้ว โดยทางวัดและสำนักงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช กรมศิลปากร แถลงร่วมกันว่า...เกิดการชำรุดเสียหายที่องค์พระ ทองที่ปิดไว้ถลอก มีรอยขูดขีด บริเวณที่ลงรักมีร่องรอยการแตก จึงน่าจะมีการซ่อมเแซม




เดือน พ.ค. 2547 มีข่าวว่าองค์พระเกิดความเสียหายขณะซ่อม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญขนาดที่ทางรัฐบาลต้องเข้าจัดการ และแถลงว่า...เนื่องจากมีการไปอุดช่องระบายความร้อนในองค์พระที่อยู่ด้านหลังฐานพระ ทำให้ “ทองคำละลาย” ซึ่งหากองค์พระภายในเกิดความร้อนมากเกินไปอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้ “องค์พระระเบิด” และทางรัฐบาลได้เข้ารับดำเนินการเป็นเจ้าภาพในการบูรณะต่อ ร่วมกับกรมศิลปากร แล้วข่าวก็เงียบไป

“หากมองมุมตรง ๆ ก็จะรู้สึกตกใจที่พระเกศไม่เหมือนเดิม แต่หากมองจากทางมุมข้าง ๆ แล้วก็จะเห็นชัดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง”...เป็นคำชี้แจงของ วินัย ชาญวิชัย ไวยาวัจกรวัดใหญ่ ต่อกรณีข่าวลือเกี่ยวกับ “พระพุทธชินราช” ที่ว่า “พระเกศเปลี่ยนไป-พระเกศหายไป” พร้อมทั้งบอกอีกว่า...คงเป็นเพราะมีการเปลี่ยนใช้ไฟสปอตไลต์ที่ฉายจับแบบที่ไม่ก่อให้เกิดความร้อนต่อองค์พระ ทำให้ “แสง-เงา” เปลี่ยน




สรุปคือพุทธลักษณะ “พระพุทธชินราช” ยังงดงามดังเดิม

“พระเกศเปลี่ยน-พระเกศหาย” เป็น “ปาฏิหาริย์ไฮเทค”

เป็นปาฏิหาริย์จาก...“ปรากฏการณ์แสงและเงา !?!”.


 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก artsmen.


 

 โดย :ขุนอิน ( สมาชิกไอดีที่ 120765) โพสเมื่อ [ วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2552 เวลา 23:29 น.]  


Popular keyword : Lee Da Hae ลี ดา เฮ, Yoon Eun Hye ยูน อึน เฮ, Song hye kyo ซองเฮเคียว
เล่นเกมฮิต ,สุขภาพ ลดความอ้วน

Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้

[ เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Topic Bookmark | ส่งกระทู้นี้ต่อให้เพื่อน ]
นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพก่อนกดปุ่มส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด