Teenee.com อัลบั้มรูป happy Game เกม Quiz Flash ทายใจ เบอร์สั่งอาหาร chat แชทดิจิตอล แชทยอดนิยม
คลิป สุขภาพ tnews คุยคุ้ยข่าว คุยคุ้ยข่าวกีฬา คุยคุ้ยข่าวดารา วาไรตี้อาหารสมอง download font

หน้าหลักบันเทิงดารา เกาะกระแสดาราไทย ปาปารัสซี่ gossip ดารา รูปดาราไทย
รูปดาราต่างประเทศ,ญี่ปุ่น,เกาหลี ฯลฯ เรื่องย่อละคร เล่นเกม




ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน :   Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
 
♣ 6 ต้นตออาการปวดศีรษะที่คุณคาดไม่ถึง ♣
 




อาการปวดศีรษะเป็นๆ หายๆ หลายคนใช้วิธีบรรเทาอาการด้วยการกินยาแก้ปวด ทั้งที่ความจริงมีวิธีร้อยแปด ช่วยให้คุณหายปวดศีรษะเป็นปลิดทิ้ง หากรู้สาเหตุที่แท้จริง

 


 


 


ตัวกระตุ้นที่ 1 : กิจวัตรวันหยุสุดสัปดาห์
หลายคนทำงานหนักและสะสมความเครียดตั้งแต่จันทร์ - ศุกร์ (บางคนรวมวันเสาร์ด้วย) พอถึงวันเสาร์ - อาทิตย์จึงเอาคืนด้วยการนอนมาราธอน ตื่นซะเที่ยง สิ่งที่เป็นของแถมมาคือ อาการปวดศีรษะตุบๆ เป็นเพราะเมื่อเครียดน้อยลง ฮอร์โมนความเครียดอย่างคอร์ติซอล (cortisol) และนอราดรีนาลิน (noradrenaline) ก็ลดลงด้วย ส่งผลให้สารสื่อประสาท (neurotransmitter)ไปกระตุ้นหลอดเลือดแดงให้หดและคลายตัวอย่างรวดเร็ว จนเกิดอาการปวดศีรษะได้

วิธีรับมือ

- อย่านอนเยอะไป พบว่า 79 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ปวดศีรษะบ่อยๆ นอนหลับมากกว่าคืนละ 8 ชั่วโมง

- ดื่มกาแฟเวลาเดิมทุกวัน คนติดกาแฟที่ปกติดื่มกาแฟตอนเช้าทุกวันก่อนทำงาน ช่วงสุดสัปดาห์ก็ควรดื่มเวลาเดิม เพราะหากร่างกายไม่ได้รับสารกาเฟอีนอย่างที่เคย อาจทำให้ปวดศีรษะรุนแรงได้

- ออกกำลังกายระหว่างสัปดาห์ครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วันช่วยลดความถี่ของอาการปวดศีรษะได้กว่าครึ่ง การออกกำลังกายช่วยลดผลกระทบของความเครียด ทั้งยังทำให้ร่างกายหลั่งสารระงับปวดชื่อเอนดอร์ฟิน (endorphin) ออกมา

- นอกจากนี้ กิจกรรมผ่อนคลายอื่นๆอย่างฝึกโยคะ นั่งสมาธิ ทำให้สามารถควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายที่มีต่อความเครียดได้ดีขึ้น อย่างเช่นความตึงของกล้ามเนื้อและอัตราการเต้นของหัวใจ พบว่าผู้ที่ปวดศีรษะบ่อยๆ มีอาการทุเลาลงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทำกิจกรรมข้างต้น

ตัวกระตุ้นที่ 2 : การรักษาแบบผิดๆ

เมื่อปวดศีรษะหลายคนมักพึ่งยาแก้ปวดอย่างพาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพร็อกเซน (naproxen) โดยหารู้ไม่ว่า การกินยาแก้ปวดเหล่านี้บ่อยกว่าสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง มีผลต่อศูนย์ควบคุมความเจ็บปวดในสมอง และอาจลดสารเซโรโทนิน (serotonin) ในสมองซึ่งเป็นสารที่ทำให้รู้สึกดีมีความสุข ผลก็คือ ทำให้ปวดศีรษะหนักและถี่ขึ้นจนถึงขั้นปวดทุกวัน ผู้หญิงยิ่งต้องระวัง เพราะ 75 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ปวดศีรษะด้วยสาเหตุนี้เป็นผู้หญิงโดยเฉพาะที่มีอายุเกิน 30 ปี

วิธีรับมือ

- อย่าใช้ยาบ่อย และอ่านฉลากก่อนใช้ นานๆ ทีคงไม่เป็นไร แต่ต้องมั่นใจว่าปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด หากกินเกินขนาดที่แนะนำ จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการปวดศีรษะเรื้อรัง

- หากสงสัยว่าอาการปวดศีรษะเรื้อรังของคุณมีสาเหตุจากการใช้ยาแก้ปวดบ่อยเกิน ไป ควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งจะแนะนำให้คุณหยุดกินยา หรือลดปริมาณยาอย่างค่อยเป็นค่อยไปการรักษาอาจสร้างความทรมานให้พอสมควร แต่ระหว่างนี้แพทย์อาจจ่ายยาแก้อาการปวดศีรษะบางตัวเพื่อช่วยคุมอาการปวด ด้วย อาการควรดีขึ้นใน 1 - 3 สัปดาห์ แต่บางรายก็อาจใช้เวลานานถึง 3 เดือน

ตัวกระตุ้นที่ 3 : รอบเดือน

จากบรรดาผู้ป่วยไมเกรนเพศหญิงทั้งหมด มีจำนวนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ที่มีอาการปวดศีรษะเฉพาะก่อนมีรอบเดือน หรือช่วงวันแรกของรอบเดือน สาเหตุเพราะการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเอสโทรเจน ส่งผลให้สารเซโรโทนินลดลงไปด้วย สังเกตได้ว่าในช่วงตั้งครรภ์ อาการปวดศีรษะจะลดลงเพราะระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนค่อนข้างคงที่นั่นเอง

วิธีรับมือ

- พบแพทย์ แพทย์มักจ่ายยากลุ่มทริปแทน (triptan) โดยอาจแนะนำให้กินติดต่อกัน 2 วันก่อนมี ประจำเดือน หรือกินต่อเนื่องระหว่างมีประจำเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและความถี่ของอาการปวด นอกจากนี้ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์อย่างไอบูโพรเฟน ถ้ากินทุกวันช่วงก่อนมีประจำเดือน 5 - 7 วัน จะช่วยลดความถี่ของอาการปวดศีรษะได้เช่นกัน

- รักษาระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนโดยใช้ยาคุมกำเนิด เคยเชื่อกันว่าการกินยาเม็ดคุมกำเนิดทำให้อาการปวดศีรษะแย่ลง แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ตรงกันข้าม การกินยาเม็ดคุมกำเนิดขนานใหม่ๆ ที่มีระดับฮอร์โมนไม่สูงนักต่อเนื่องกันทุกวัน อาจบรรเทาอาการปวดได้ เพราะช่วยรักษาระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนไม่ให้เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจน ดังนั้นหากคิดจะกินยาเม็ดคุมกำเนิดแบบต่อเนื่องเพื่อลดอาการปวดไมเกรนควร ปรึกษาแพทย์ก่อน

ตัวกระตุ้นที่ 4 : การเก็บกดความโกรธ

การพยายามเก็บความโกรธไว้คนเดียวไม่ส่งผลดีทั้งต่อคุณเองหรือต่อใครๆ เพราะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงกว่า และมากกว่าโรคเครียดและโรคจิตกังวลเสียอีก เมื่อเราโกรธกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายจะตึง รวมถึงบริเวณแผ่นหลังลำคอ และใต้หนังศีรษะ ทำให้ปวดศีรษะและมีอาการคล้ายมีอะไรรัดศีรษะจนแทบจะระเบิดออกมา

วิธีรับมือ

- ครั้งต่อไปที่เริ่มรู้สึกเดือดปุดๆ ให้สูดหายใจเข้าลึกๆโดยใช้เวลานานกว่าปกติ กลั้นไว้ 3 - 5 วินาที ขณะใช้นิ้วโป้งจรดกับนิ้วชี้วางไว้บนหน้าตักให้เหมือนกันสองข้างคล้ายนั่ง สมาธิ แล้วหายใจออกทางปากช้าๆ จนรู้สึกว่าลมระบายจากปอดทั้งหมด ทำซ้ำ 2 - 3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการตึงของกล้ามเนื้อคอและไหล่ ป้องกันอาการปวดศีรษะได้

- คิดทบทวน เมื่ออารมณ์เย็นลงแล้ว คิดทบทวนว่า จำเป็นต้องโกรธขนาดนั้นหรือไม่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หน้าตาน่าเกลียดแค่ไหนในตอนนั้น เรื่องที่โกรธสำคัญขนาดต้องจดจำไปเป็นเดือนๆ ไหม วิธีนี้ช่วยให้คุณคิดบวกและหาทางออกได้ดีขึ้น พบว่าคนที่ปล่อยวางความโกรธในช่วงแรกสามารถจัดการกับปัญหาได้ดีขึ้นในเวลา ต่อมา ตรงกันข้ามถ้าเลือกที่จะโกรธ คุณจะหงุดหงิดจนปวดศีรษะตลอดทั้งวัน

- ถ้าโกรธจนปวดศีรษะไปแล้วหาผ้าชุบน้ำอุ่นประคบต้นคอบริเวณท้ายทอยสัก 2 - 3 นาที ช่วย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ (sternocleido-mastoid muscles) ซึ่งเป็นจุดหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะจากความเครียด

ตัวกระตุ้นที่ 5 : อาหารบางชนิด

หากคุณรับประทานชีส ช็อกโกแลต และน้ำอัดลมประเภทไม่ผสมน้ำตาล แล้วเกิดอาการปวดศีรษะก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะพบว่าสารเคมีในอาหารเหล่านี้มีส่วนกระตุ้นอาการปวดศีรษะไมเกรนเช่น ไทรามีน (ในชีส) ทีโอโบรมีน (ในช็อกโกแลต) และแอสปาร์แตม (ในเครื่องดื่ม) ผงชูรสและไนเตรต (ในเนื้อปลาปรุงรสหรือไส้กรอก) นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสนับสนุนว่า เพียงเลิกน้ำอัดลมก็สามารถทำให้อาการปวดศีรษะลดลงได้

วิธีรับมือ

- จดรายการอาหารที่รับประทานเพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดศีรษะ อะไรที่กินเป็นประจำแล้วปวดศีรษะก็พยายามเลี่ยง จากนั้นสังเกตดูว่าอาการดีขึ้นหรือไม่

- อย่าอดอาหาร การงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดดิ่งลง จนอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้

ตัวกระตุ้นที่ 6 : กลิ่นน้ำหอม

- กลิ่นหอมอ่อนๆ อาจน่าหลงใหลแต่กับบางคน นั่นอาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะ กลิ่นต่างๆ ที่เราสูดเข้าไปล้วนมีผลต่อสารต่างๆ ในสมอง พบว่าคนที่ปวดไมเกรนกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แพ้กลิ่นฉุน เช่น กลิ่นน้ำยาถูพื้นและกลิ่นน้ำหอม

วิธีรับมือ

อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท แน่นอนว่าคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนๆได้เสมอไป แต่สิ่งที่ทำได้คือ พยายามจัดบ้านและที่ทำงานให้อากาศถ่ายเทสะดวก อาจใช้วิธีติดตั้งพัดลมระบาอากาศ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม

คุณปวดศีรษะแบบไหน : การวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องเป็นขั้นแรกสู่การรักษาที่ได้ผล คุณเป็นโรคปวดศีรษะ

ไมเกรน : ปวดศีรษะตุบๆ รุนแรงบริเวณขมับหน้าผาก เบ้าตา หรือท้ายทอย และมักปวดศีรษะข้างเดียวทั้งยังอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายท้อง ไวต่อเสียงและแสงผิดปกติ มักเป็นซ้ำๆ แบบเดิม

วิธีการรักษาที่ได้ผล : รับประทานแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือยาแก้ปวดไมเกรนโดยเฉพาะ เช่น เอกซ์เซดริน (excedrin) หากอาการไม่ดีขึ้นหรือปวดมากกว่าเดิม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการป้องกันด้วย

ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงเครียด : รู้สึกว่าเส้นตึง ปวดบริเวณท้ายทอยต้นคอ หรือปวดทั่วทั้งศีรษะคล้ายมีอะไรมาบีบรัด มักไม่ปวดบ่อยๆ และไม่มีรูปแบบซ้ำเดิม แต่บางคนอาจปวดเรื้อรัง

วิธีการรักษาที่ได้ผล : ไม่ว่าจะเป็นแอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล ก็ใช้บรรเทาอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงเครียดได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าคุณปวดศีรษะเรื้อรัง ปรึกษาแพทย์ดีที่สุด

ไซนัส : ปวดบริเวณแก้ม ระหว่างหัวคิ้ว และกลางหน้าผาก และมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น น้ำมูกไหลลงคอและเจ็บคอ

วิธีการรักษาที่ได้ผล : ใช้แอสไพรินไอบูโพรเฟน หรือนาพร็อกเซน ที่มีฤทธิ์ลดอาการปวดและต้านอาการอักเสบร่วมกับยาลดอาการคัดจมูก ซึ่งทำให้อาการปวดลดลง คุณยังควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือให้การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ

เทคนิคง่ายๆ แก้ปวดศีรษะ

- ร่างกายแข็งแรง และอารมณ์ดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นเพราะไทชิเน้นการผ่อนคลาย การกำหนดลมหายใจและการเคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนสัมพันธ์กัน จึงช่วยลดอาการปวดศีรษะได้

- กินแมกนีเซียม : พบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยไมเกรนมีระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำ ผู้หญิงส่วนหนึ่งมีแมกนีเซียมในร่างกายค่อนข้างต่ำและยิ่งต่ำลงอีกในช่วง เครียด การรับประทานวิตามินเสริมแมกนีเซียมวันละ 400 มิลลิกรัม จึงเป็นอีกวิธีช่วยลดอาการปวดศีรษะ

- กินวิตามินเสริมโคเอนไซม์ Q10 : เป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีในร่างกายคนเรา พบว่าผู้ที่รับประทานโคเอนไซม์ Q10 เป็นอาหารเสริมครั้งละ 100 มิลลิกรัมวันละ 3 เวลา มีอาการปวดไมเกรนน้อยลง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพราะสารนี้อาจทำปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นๆ ที่รับประทาน


 

 โดย :ψ อ ว ต า ร ▬ zz ♪ Life In Mono ♥ ( สมาชิกไอดีที่ 105873) โพสเมื่อ [ วันพุธ ที่ 17 มีนาคม 2553 เวลา 02:58 น.]  


Popular keyword : Lee Da Hae ลี ดา เฮ, Yoon Eun Hye ยูน อึน เฮ, Song hye kyo ซองเฮเคียว
เล่นเกมฮิต ,สุขภาพ ลดความอ้วน

Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้

[ เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Topic Bookmark | ส่งกระทู้นี้ต่อให้เพื่อน ]
นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพก่อนกดปุ่มส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด