คุณอ่านชื่อแบรนด์พวกนี้ถูกต้องหรือเปล่า?

คุณอ่านชื่อแบรนด์พวกนี้ถูกต้องหรือเปล่า?


คุณอ่านชื่อแบรนด์พวกนี้ถูกต้องหรือเปล่า?

1.
เหตุเกิดเมื่อวาน ที่คิงพาวเวอร์ ดิวตี้ฟรี ชั้นสาม สนามบินสุวรรณภูมิ
ขณะที่ผมเดินออกจากเลาจน์ของบางกอกแอร์เวย์จะไปที่ขึ้นเครื่องที่เกท
C
ไม่รู้อะไรมันดลใจ ให้ผมเลี้ยวซ้ายเข้าไปในร้านดิวตี้ฟรีแบบไม่มีเหตุผล

คือผมไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร และไม่มีใครฝากซื้ออะไร
แต่คิดว่า เอาน่ะ... จะไปนั่งรอขึ้นเครื่องที่เกทให้เย็นตูดทำไม
ไปเดินดูของนู่นนี่ก่อนก็แล้วกัน ... ได้เรื่องเลยทีนี้ ...


เดินไปจนถึงแผงแว่นกันแดด เห็นป้ายตัวหนังสือสีแดงใหญ่มาก
มันเขียนคำที่ทรงอานุภาพที่สุดในวงการการตลาด ...
SALE

ที่สำคัญคือ มันไม่ได้ SALE แค่ 5-10%
หรือ
sales แล้วมีคำห้อยท้ายเล็กๆว่า on selected items
หรือมีคำสั้นๆเล็กๆแปะไว้ว่า
up to ...

มันเขียนตัวใหญ่ๆเป้งๆจะๆว่า


SALE 30-50%

จนผมต้องหันไปถามเจ๊คนขายว่า
เซลล์ทั้งแผงเลยเหรอครับ
เจ๊ก็ตอบว่า
ค่ะ... เซลล์ทุกอันค่ะ บางอันไม่มีป้ายติด เพราะป้ายหมดค่ะ


ผมเองไม่ใช่คนชอบใส่แว่นกันแดดครับ ...
แต่ผมกำลังหาแว่นกันแดดดีๆสำหรับใส่ขับรถมานานมาก
แต่ผมก็ตัดใจไม่ได้ซะที ที่จะจ่ายเงินหลายพันเพื่อซื้อแว่นอันเดียว
จนวันนี้แหละครับ ถึงจะเป็นนักการตลาด ก็โดนอานุภาพของคำว่า
SALE
เล่นงานแบบทะลุทะลวงไปถึงบัตรเครดิตในกระเป๋าได้เหมือนกัน

ผมเห็นตู้ใส่แว่นของ
Oakley แยกออกมาอีกตู้นึง เลยถามเจ๊ว่า

 
ของโอ๊กลี่ย์ลดด้วยหรือเปล่าครับ?

 
ลดค่ะ ... 40% ทั้งตู้ค่ะ...

ในขณะที่ตาผมลุกวาวเพราะตัวเลขสี่สิบนั้น

ผมสังเกตได้ว่า ผู้ชายวัยรุ่นคนนึงที่เลือกแว่นอยู่ข้างๆกำลังหรี่ตามองผมแบบแปลกๆ
...ซึ่งผมค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเพราะผมพูดคำว่า
โอ๊กลี่ย์ แน่ๆ

ผมไม่ได้มีปฏิกริยาอะไรกับสายตาแปลกๆแบบเหยียดๆของผู้ชายคนนั้น
เพราะต้องรีบเลือกแว่น แล้วรูดบัตรจ่ายตังค์ก่อนที่ผมจะตกเครื่อง...

...เสียตังค์ไป
2,400 บาทแบบไม่ตั้งใจ ...


2.
การตั้งชื่อแบรนด์เป็นศาสตร์อย่างนึงของการตลาดครับ
เขาบอกว่า การตั้งชื่อแบรนด์ควรเป็นคำที่จำง่าย ออกเสียงง่าย
จะสามารถสื่อหรือไม่สื่อความหมายถึงคุณสมบัติของสินค้าก็ได้
เขาบอกว่า
consumer brand ที่ดังๆในโลกเกือบ 90% มีไม่เกิน 3 พยางค์
(เช่น
Sony, Samsung, Nike, Reebok, Canon, Toyota)

แต่มันจะมีแบรนด์อยู่กลุ่มนึงครับ ที่อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์ทฤษฎี
แบรนด์กลุ่มนั้นคือ
fashion brand และ designer brand ครับ
เพราะชื่อพวกนี้มักเป็นชื่อของคน หรือตระกูลอันเก่าแก่ หรืออะไรสักอย่างของยุโรป
มันจึงจะออกเสียงยากผิดปกติตามสำเนียงภาษาที่เราไม่คุ้นเคย ...

ขนาดที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่บ้าสินค้าแบรนด์เนมโคตรๆ
ถึงกับมีหนังสือสอนการออกเสียงชื่อแบรนด์เนมอย่างถูกต้องมาวางขาย
ซึ่งคงมีพวกป้าๆไฮโซแห่กันซื้อไปฝึกออกเสียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
(รู้มั้ยครับว่ายอดขายกระเป๋า
LV กว่าครึ่งบนโลกนี้อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับ)

3.
กลับมาที่เรื่อง
โอ๊กลี่ย์ ของผมอีกครั้งนึง ...
ผมยังยืนยันอีกครั้งนะครับว่าแบรนด์
Oakley นั้นอ่านว่า โอ๊กลี่ย์
...หาได้อ่านว่า
โอ๊ก-เล่ย์ อย่างที่คนส่วนใหญ่อ่านกันนะครับ

ผมอาจจะกระแดะเองมั้งครับ ที่เลือกอ่านออกเสียงแบรนด์ให้ถูกต้อง
แทนที่จะเลือกอ่านตามที่คนไทยส่วนใหญ่เขาอ่านกัน ...
ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าการอ่านแบบไทยๆจะเป็นเรื่องผิดนะครับ
ก็บางชื่อมันอ่านยากซะเหลือเกิน ... อ่านให้สะดวกปากดีกว่าเนอะ

ลองมาดูกันครับ ว่าเราอ่านชื่อแบรนด์ดังๆข้างล่างนี้ถูกต้องกันหรือเปล่า?
ผมว่าบางชื่อนี่แม่งโคตรยากครับ ต้องไปศึกษากันอย่างจริงจังถึงจะอ่านถูก
ซึ่งจะว่าไปผมว่ามันก็สนุกดีนะ ...โดยเฉพาะอีชื่อดีไซเนอร์ มึงจะยากไปไหน


เพื่อความสนุกสนาน เมื่ออ่านชื่อแบรนด์ภาษาอังกฤษแล้ว
ให้ลองนึกออกเสียงในใจก่อน แล้วค่อยไฮไลท์บรรทัดสีเทาใต้ชื่อ
เพื่อเห็นวิธีอ่านที่ถูกต้องนะครับ จดคะแนนไว้ด้วยยิ่งสนุกครับ ฮ่าๆ


(อนึ่ง, ผมเขียนคำอ่านที่ถูกต้องในสไตล์ไทยๆนะครับ ไม่มีแอ๊กเซ่น
ประเด็นคือต้องการจะชี้ให้เห็นจุดที่เรามักจะอ่านผิดกันแค่นั้นเอง)

Harley Davidson

อ่านว่า ฮาร์
-ลี่ย์-เด-วิด-สัน

อันนี้มาแนวเดียวกับ โอ๊กลี่ย์ เลยละครับ ...
คนไทยอ่าน
ฮาร์เล่ย์ คนอเมริกาอ่าน ฮาร์ลี่ย์ ครับ

Mercedes Benz

อ่านว่า เมอร์
-ซิ-ดีส์-เบนซ์

บ้านเราจะเรียกกันติดปากว่า
รถเบนซ์ กันทั่วบ้านทั่วเมือง
แต่นอกบ้านเรา เขามักจะเรียกรถยี่ห้อนี้ว่า
เมอร์ซิดีส์ กันมากกว่า
ซึ่งเคสนี้ก็ใกล้เคียงกับคำว่า
โอ๊กเล่ย์ อีกแล้วครับ เอๆอีๆกันเนี่ยแหละ

Louis Vuitton

อ่านว่า ลุย
-วิต-ตอง

คำว่า
Louis ไม่ต้องมี ส์ นะครับ หลุยไปเลยครับ หลุย ไม่ต้องหลุยส์

Hermes

อ่านว่า แอร์
-เมส

อีร้านส้มๆที่อยู่ตรงทางเข้าพารากอนนั่นแหละครับ แพงชิบหาย
กระเป๋าใบละเป็นแสน แบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งแบรนด์สุดยอดของกระเป๋าครับ
ผมต้องทำงานสักสองปี ถึงจะซื้อกระเป๋าร้านนี้ได้สักใบนึง
(แอร์เมสในเทพนิยายกรีก เป็นเทพเมสเซนเจอร์ครับ
ถ้าในชื่อแบบโรมัน เราจะรู้จักกันในชื่อว่า
เมอคิวรี่ ครับ)

Dolce & Gabbana

อ่านว่า ดอล
-เช่-แอนด์-แก๊บ-บา-น่า

อีร้านนี้ก็ร้านดำๆมืดๆในพารากอน ตรงทางเข้าฝั่งอังรีดูนังต์อะครับ
เป็นแบรนด์ดีไซเนอร์อิตาลี แพงชิบหายเช่นกัน กางเกงยีนส์ตัวละหกหมื่น
สูทตัวละเหยียบแสน ...บ้าไปแล้วครับ บ้าไปแล้ว ...

(อนึ่ง, dolce ในภาษาอิตาเลียน แปลว่า ของหวาน ครับ
แปลชื่อแบรนด์นี้เป็นภาษาไทย จะได้ว่า ของหวาน กลับบ้านนา)

BVLGARI

อ่านว่า บูล
-แก-รี่

แบรนด์นี้แค่สับขาหลอก เอาตัว
V มาใส่แทนตัว U แค่นั้นแหละครับ
(ได้ยินมาว่าที่สลับก็เพียงเำพราะความเก๋ไก๋เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้ง)
เป็นแบรนด์ที่เน้นขายจิวเวลรี่และเครื่องประดับครับ แพงชิบหายเช่นกัน
แต่ที่ผมชอบคือ น้ำหอมครับ น้ำหอม
BVLGARI แม่งหอมมากๆๆๆๆๆๆ
เคยมีเพื่อนฝากซื้อน้ำหอมโดยให้ผมเลือกกลิ่นให้
ผมเลือกกลิ่น
BVLGARI extreme ให้ ...แล้วก็ไม่ผิดหวังด้วย
(อนึ่ง, ลูกเล่นสลับ
UV ยังลามไปถึงชื่อน้ำหอมรุ่นฮิตๆชื่อ AQVA ด้วยนะครับ)

Cartier

อ่านว่า การ์
-ติ-เย่ร์

...คล้ายๆกับที่อ่านชื่อเครื่องสำอาง
การ์นิเย่ร์ นั่นแหละครับ
ร้านนี้ก็ขายเพชรพลอยอัญมณีและเครื่องประดับราคามโหฬารเช่นเดียวกัน
เคยเห็นโลโก้ของ
Cartier มั้ยครับ ที่เป็นตัว C สองตัวไขว้กันน่ะครับ
โลโก้นี้มีชื่อว่า
Must de Cartier ครับ ...


Comme des Garcons

อ่านว่า กอม
-เด-กา-ซอง

บอกตามตรงว่าผมเพิ่งรู้จักชื่อแบรนด์นี้เมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง
ดูทั้งการสะกดและการออกเสียง คงนึกว่าเป็นแบรนด์ยุโรปใช่มั้ยครับ
แต่ผิดครับ
! แบรนด์นี้เป็นแบรนด์สัญชาติโตเกียวนี่เอง ...
เป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่สไตล์การออกแบบโดดเด่นและเปรี๊ยวจี๊ดมาก
เคยไปร่วมออกแบบให้สินค้าหลายยี่ห้อตั้งแต่ลีวายส์ ไนกี้ จนถึงหลุยส์
...อ๊ะ ...หลุย วิตตองมาแล้ว (...เขียนคำว่า
หลุย เฉยๆมันดูห้วนๆเนอะ รู้สึกมะ)
แบรนด์นี้กำลังมีคอลเลกชั่นเสื้อผ้าออกขายร่วมกับแบรนด์
H&M ด้วยนะครับ

Longines

อ่านว่า ลอน
-จิน

สารภาพว่าผมอ่านแบรนด์นี้ครั้งแรกว่า ลอง
-จิ-เนส ครับ ฮ่าๆ
อันนี้เป็นแบรนด์นาฬิกาครับ ผมชอบมาก แต่ไม่มีปัญญาซื้อของจริงครับ
ตอนนี้เลยซื้อของปลอมจากเขมรใส่ ราคา
900 บาท (ก็ของจริงมันแปดหมื่น!!!)

Piaget

อ่านว่า เปีย
-เจ้

แบรนด์นาฬิกาอีกแล้วครับ ...อันนี้ผมว่า เปีย
-เก็ท เลยครับ...ฮ่าๆ
ฟังชื่อแบรนด์แล้วนึกถึงอาเจ้ผูกเปียยังไงชอบกลเนอะ ...

FAUCHON

อ่านว่า ฟู
-ชง

ร้านอาหารกึ่งร้านน้ำชาสุดหรูแห่งกรุงปารีส โด่งดังเรื่องของหวานและชามาก
ร้านฟูชงที่ญี่ปุ่นก็ดังนะครับ เป็นแบรนด์ชาฝรั่งที่ได้รับความนิยมมากทีเดียว
ใครที่บินกับสายการบิน
Singapore airlines ซึ่งมีต้นทางจากประเทศญี่ปุ่น
จะมีของหวานเสิร์ฟเป็นไอศกรีมถ้วยของ
FAUCHON ขอบอกว่า อร่อยเหาะ!!!
(อนึ่ง, ใครนึกภาพร้านนี้ไม่ออก ลองคิดซะว่าถ้าเป็นเมืองไทยก็คงประมาณ
greyhound café น่ะครับ ... จะเป็นร้านอาการที่บูติกๆ หรูๆนิดนึง ประมาณนั้น
ถ้าที่อังกฤษ ที่ดังๆก็ร้าน
Fortnum & Mason ที่คุ้กกี้ใบชาอร่อยโคตรๆเช่นกัน
ถ้าเป็นที่อเมริกา ก็น่าจะพอๆกับร้าน
Dean & DeLuca ครับ)

IKEA

อ่านว่า อิ
-เกีย

แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านสัญชาติสวีดิชครับ
แบรนด์นี้ผมชอบมากกกกก แต่ยังไม่เข้ามาเมืองไทยซะทีนึง
นี่ก็ได้ข่าวว่าจะเข้าไทยเร็วๆนี้แล้ว หวังว่าเข้ามาแล้วจะขายไม่แพงนะครับ
แบรนด์นี้หลายคนชอบอ่านว่า
ไอเกีย เหมือนที่อ่าน ไอพอด ครับ
แต่คอนเฟิร์มชัดเจนว่า ที่ถูกต้องต้องอ่านว่า
อีเกีย นะครับ
(ใครไปสิงคโปร์ ขอแนะนำให้ลองแวะไปอีเกียนะครับ อลังการมากๆ
มีขายทุกอย่างตั้งแต่อาหาร แผ่นรองเม้าส์ ยันตู้เสื้อผ้า...)
<!--[if !supportLineBreakNewLine]-->
<!--[endif]-->

ชื่อที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นภาษาอิตาเลี่ยนและฝรั่งเศสครับ
แต่อีกภาษานึงที่อ่านยากชิบหายเช่นเดียวกันคือ ภาษาเยอรมัน

PORSCHE

อ่านว่า พอช
-ชึ่

...รถสปอร์ตยอดนิยมจากเยอรมันที่หนุ่มๆใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของ
มันไม่ได้ออกเสียงว่า พอช
-เช่ ซะทีเดียวครับ มันจะออก ชึ่ๆ ครึ่งพยางค์นิดนึง
แต่ยังไงก็ไม่ได้ออกเสียงพยางค์เดียวว่า
พอช แน่ๆละครับ

หรือแม้แต่แบรนด์เอเชีย บางอันแม่งก็ออกเสียงงงๆนะครับ

ASUS

อ่านว่า อา
-ซุส

แบรนด์คอมพิวเตอร์สัญชาติไต้หวันเจ้านี้อ่านว่า
อา-ซุส จริงๆครับ
หลังจากที่คนไทยค่อนประเทศเคยอ่านว่า
เอ-ซัส กันมาพักใหญ่
หรือหลายคน (เช่นผม) อ่านว่า
ไอ้สัด เลยก็มี...

................................................................................
เป็นไงครับ ได้กันคนละกี่คะแนน ...สนุกชิม้าาาาา...


ถึงจะสนุก แต่ผมเหนื่อยว่ะ ... เพราะแค่แว่นตาอันเดียว ถึงขนาดต้องมาหาข้อมูลเขียนเอนทรี่
แต่เขียนๆไปก็เพลินๆดี บางแบรนด์นี่อ่านชื่อผิดมาตลอด ก็เพิ่งมารู้วันนี้แหละ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คำอ่านของผมมันอาจจะเพี้ยนจากของจริงไปเล็กน้อยนะครับ
เพราะจะให้ตรงเป๊ะ มันควรจะเขียนเป็นภาษาโฟเนติกส์เลยน่ะ เว่อร์ไป...

จริงๆยังมีชื่อแบรนด์อีกเยอะมาก ที่ออกเสียงยากกว่าที่ยกมาวันนี้อีก
ส่วนมากก็เป็นแบรนด์ดีไซเนอร์ กับแบรนด์รถยุโรปทั้งนั้นล่ะครับ
หลายแบรนด์นี่ขนาดฝรั่งหัวทองมันยังออกเสียงไม่ค่อยจะเหมือนกันเลย
บางแบรนด์ถึงขนาดทะเลาะตบตีตั้งโหวตในกระทู้กันเลยทีเดียวเชียว



ขอขอบคุณบทตวามสนุก..สนุก bongtao.exteen

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้