วางแผนชีวิต พิชิตเส้นชัย

วางแผนชีวิต พิชิตเส้นชัย



ว่ากันว่าคนเรามักจะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างชีวิตครอบครัวและหน้าที่การงาน


ถ้าไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเราก็คงเป็นเหมือนหลายๆ คนที่การงานดีแต่ชีวิตครอบครัวไม่เป็นดังหวัง
ในขณะที่อีกคน ครอบครัวสมบูรณ์พร้อมแต่ชีวิตการงานไม่ได้สดใสเหมือนใครๆ

เราจึงมีวิธีการวางแผนให้ชีวิตประสบความสำเร็จไปพร้อมๆ กับชีวิตครอบครัวที่มีความสุข
แม้ว่าชีวิตมีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ก็ยังดีกว่าเดินไปตามทางโดยที่ไม่รู้ ว่าเมื่อไหร่จะถึงจุดหมายปลายทาง

สิ่งสูงสุดในชีวิตคืออะไร

บางคนก็ว่าการมีบ้านสักหลังกับพื้นที่ไว้ปลูกต้นไม้หลังเกษียณ หรือการได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่อยากจะทำ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเป้าหมาย ในชีวิตที่เราทุกคนมี
หรือหากใครยังหาไม่เจอลองมองหาสิ่งที่อยากจะทำไว้สัก 2-3 อย่างและลองลงมือทำ
เราจะรู้เองว่าเราถนัดกับสิ่งไหนมากที่สุด แต่การตั้งเป้าหมายของชีวิตนั้น อย่าลืมว่าชีวิตไม่ได้มีเพียงด้านเดียว
ยังมีด้านครอบครัว ด้านการงาน ด้านสุขภาพ ด้านความมั่นคงในชีวิต เป็นต้น

เราต้องรู้ตัวเองว่าสิ่งที่ต้องการสูงสุดในแต่ละด้านของเรานั้น คืออะไร และตั้งเป้าหมายไว้ในจุดที่เหมาะสม
จุดที่เหมาะสมที่ว่าก็คือการประมาณตนนั่นเอง
คิดและทำแต่พอประมาณและเราจะไม่รู้จักคำว่าผิดหวังกับทุกๆ สิ่ง


เริ่มการวางแผนการงานการเงินและครอบครัว

เมื่อเรากำหนดเป้าหมายในแต่ละด้านได้แล้วนั้น ก็เข้าสู่เส้นทางการวางแผน กำหนดชีวิตซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
การวางแผนอย่างง่ายๆ สามารถทำได้ด้วยการประเมินกำลังของตัวเองในแต่ละด้าน ได้แก่

1. ด้านการเงิน
สถานะการเงินในปัจจุบันสามารถบ่งบอกอนาคตได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
คนที่มีการเก็บออมเงินที่ดี ย่อมมีโอกาสสร้างอนาคตได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้เก็บเลย
การวางแผนด้านการเงินนั้น ควรมีการเก็บออมอย่างต่อเนื่องและใช้เมื่อจำเป็นที่สุดเท่านั้น

สำหรับคนที่ต้องการนำเงินไปลงทุนในธุรกิจของตัวเอง
ก็ควรมีเงินทุนสำรองอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง สำหรับเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด
นอกจากนี้ถ้ารายรับมีไม่พอกับรายจ่าย เราอาจจะต้องหารายได้เสริมทางอื่นด้วย


2. ด้านการงาน
การงานที่ทำอยู่จัดว่าเป็นตัวกำหนดหลักอีกตัว ที่จะช่วยดูทิศทางในอนาคต
หากคุณทำงานอยู่ในบริษัทที่มั่นคง มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงาน มีการขึ้นเงินเดือนอย่างต่อเนื่องทุกปี
จะช่วยให้เรากำหนดการวางแผนเรื่องอนาคตการงานได้
แต่หากงานที่ทำไม่มั่นคงและเสี่ยงต่อการตกงาน เราคงต้องหางานอื่นๆ ในลำดับต่อไป

งานที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วที่สุดก็คือ การหาอาชีพเสริมสร้างรายได้พิเศษ
อย่างน้อยๆ เงินที่ได้จากงานส่วนนี้เอาไว้เป็นเงินพิเศษ เพื่อใช้จ่ายสิ่งอำนวยความสะดวก
และความสุขของคนในครอบครัวไปด้วย

3. ด้านครอบครัว
ด้านครอบครัวนี้นอกจากพ่อแม่พี่น้องแล้ว ยังหมายความรวมถึงภรรยาและลูกๆ ด้วย
สิ่งเหล่านี้จะเป็นภาระที่ต้องดูแล ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนเผื่อสำหรับคนเหล่านี้ให้รอบคอบ
โดยเฉพาะเด็กและพ่อแม่ที่ต้องมีเรื่องต้องดูแลมากมาย
สำหรับคู่ชีวิตนั้นคือคู่คิดที่ดีที่สุด ไม่มีใครรู้เรื่องตัวคุณและคนในครอบครัวได้ดีเท่า
ดังนั้นการปรึกษาเรื่องสำคัญ ไม่ควรมองข้ามความคิดเห็นของคนข้างกายเป็นอันขาด

4. ด้านสุขภาพ
ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ควรนำมารวมไว้ในการวางแผน
เพราะชีวิตที่สวยงามอาจจะต้องจบลงเพราะปัญหาด้านสุขภาพก็เป็นได้
วางแผนการพักผ่อนและการออกกำลังกายในแต่ละวัน
และการตรวจสุขภาพทุกๆ ปี จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมจะอยู่ดูความสำเร็จในอนาคต

5.ด้านความมั่นคงของชีวิตอื่นๆ
ทรัพย์สินที่เป็นมรดกตกทอด การประกันชีวิต ญาติพี่น้องที่สามารถให้ความช่วยเหลือและไว้ใจได้แน่นอน
นี่คือความมั่นคงของชีวิตที่ควรกำหนดไว้ เป็นทางออกสุดท้ายเวลาเจอปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีมาแต่กำเนิด
หากคุณเริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ หลักความมั่นคงที่ง่ายที่สุดคือการซื้อประกันชีวิต ประกันสุขภาพ
และประกันความมั่นคงด้านต่างๆ ไม่ใช่การแช่งตัวเอง
แต่นี่คือการวางแผนอนาคตที่มั่นคงที่สุดสำหรับคนเริ่มจากศูนย์



การเดินตามแผนไปพร้อมๆ กับความรัก

เมื่อเราได้เส้นทางชีวิตคร่าวๆ ในด้านการงานการสร้างฐานะแล้ว
การปฏิบัติต่อคนรอบข้างก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด
และพระพุทธเจ้าก็ทรงให้แนวทางในการใช้ชีวิตอันแสบเรียบง่าย ด้วยหลักทิศทั้ง 6 เอาไว้คือ

1. ทิศเบื้องหน้า คือบิดามารดา
การแสดงความกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดา ด้วยการดูแลและเลี้ยงดูท่านเมื่อยามแก่ชรา คือสิ่งที่เราควรทำ
เพื่อตอบแทนคุณ เมื่อลูกหลานเห็นสิ่งที่เราทำก็จะเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อไป

2. ทิศเบื้องขวา การเคารพต่อครูบาอาจารย์
ไม่ทำตัวเป็นศิษย์ล้างครู ท่านจะคอยแนะนำและช่วยเหลือให้เรามีความเจริญในหน้าที่การงาน

3. ทิศเบื้องหลัง
เป็นความสัมพันธ์อันเหมาะสมระหว่างสามีกับภรรยาและลูก ที่จะต้องปฏิบัติต่อกันโดยยกย่องนับถือ
ไม่ดูถูกเหยียดหยาม ไม่ประพฤตินอกใจ ให้เกียรติ ให้ความเป็นอยู่ที่เหมาะสม
ไม่เกียจคร้านในกิจการงานบ้านเรือนก็จะครองชีวิตคู่อย่างมีความสุข
สำหรับลูกให้อบรมเลี้ยงดูตามฐานะ และประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีกับลูกๆ พวกเขาจะเป็นกำลังใจที่ดีที่สุด

4. ทิศเบื้องซ้าย คือมิตรสหาย
ที่ต้องร่วมการแบ่งปันด้วยการเสมอต้นเสมอปลาย ด้วยคำวาจาไพเราะ
และให้ประโยชน์ไม่ละทิ้งเมื่อพบความลำบาก แล้วเพื่อนจะให้ความช่วยเหลือเมื่อเราต้องการเช่นกัน

5. ทิศเบื้องล่าง คือผู้ที่อยู่ต่ำกว่าลูกน้อง ลูกจ้าง
ให้จัดการงานให้ทำตามกำลังความสามารถ
ให้อาหารหรือค่าจ้างรางวัล แบ่งปันเงินได้พิเศษให้เป็นครั้งคราว ช่วยรักษาพยาบาล เวลาเจ็บไข้
ให้หยุดงานตามความสมควร เมื่อลูกน้องดี การทำธุรกิจการงานอะไรก็จะประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย

6. ทิศเบื้องบน คือพระสงฆ์ที่ควรให้ความเคารพ
 
และทำบุญตามกำลังความสามารถ
ผลบุญจะส่งให้ชีวิตพบแต่สิ่งที่ดีๆ

เราจะเห็นได้ว่าหลักปฏิบัติของทิศทั้ง 6 จะเน้นไปที่การปฏิบัติดูแลบุคคลรอบกายให้เหมาะสมต่อสถานภาพ
จึงสามารถนำหลักการทางศาสนาพุทธ มาช่วยในการครองเรือนให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข
ควบคู่ไปกับการวางแผนชีวิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หากทำได้เช่นนี้ชีวิตจะไม่มีความสุขไปได้อย่างไร







ที่มา
ทำดีดอทเน็ต

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้